แกล้วกล้าในวาทศาสตร์ มีเสียงไพเราะ มีถ้อยคำวิจิตร ย่ำยีวาทะ
ของผู้อื่นได้ เพราะเราเกิดที่วังคชนบท และเราเป็นใหญ่ในถ้อยคำ
เราจึงชื่อว่าวังคีสะ เพราะฉะนั้น ถึงแม้ชื่อของเราจะเป็นเลิศ ก็
เป็นชื่อสมมติตามโลก ในเวลาที่เรารู้เรียงสาตั้งอยู่ในปฐมวัย เรา
ได้พบท่านพระสารีบุตรเถระในพระนครราชคฤห์อันรื่นรมย์.
จบ ภาณวารที่ ๒๕
ท่านถือบาตร สำรวมดี ตาไม่ลอกแลก พูดแต่พอประมาณ แลดู
เพียงชั่วแอก เที่ยวบิณฑบาตอยู่ ครั้นเราเห็นท่านแล้วก็เป็นผู้
อัศจรรย์ใจ ได้กล่าวบทคาถาอันวิจิตร เป็นหมวดหมู่เหมือนดอก
กรรณิการ์ เหมาะสม ท่านบอกแก่เราว่า พระสัมพุทธเจ้าผู้นำโลก
เป็นศาสดาของท่าน ครั้งนั้นท่านพระสารีบุตรเถระผู้ฉลาดเป็นนัก
ปราชญ์นั้น ได้พูดแก่เราเป็นอย่างดียิ่ง เราอันพระเถระผู้คงที่ให้
ยินดีด้วยปฏิภาณอันวิจิตร เพราะถ้อยคำที่ปฏิสังยุตด้วยวิราคธรรม
เห็นได้ยาก สูงสุด จึงซบศีรษะลงแทบเท้าของท่านแล้วก็กล่าวว่า
ขอได้โปรดให้กระผมบรรพชาเถิด ลำดับนั้น ท่านพระสารีบุตรผู้มี
ปัญญามาก ได้นำเราไปเฝ้าพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด เราซบเศียร
ลงแทบพระบาท นั่งลงในที่ใกล้พระศาสดา พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ
กว่านักปราชญ์ทั้งหลายได้ตรัสถามเราว่า ดูกรวังคีสะ ท่านรู้ศีรษะ
ของคนที่ตายไปแล้วว่า จะไปสู่สุคติหรือทุคติด้วยวิชาพิเศษของท่าน
จริงหรือ ถ้าท่านสามารถก็ขอให้ท่านบอกมาเถิด เมื่อเราทูลรับรอง
แล้ว พระองค์ก็ทรงแสดงศีรษะสามศีรษะเราได้กราบทูลว่า เป็น
ศีรษะของคนที่เกิดในนรกและเทวดา ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคผู้
นำของโลกได้แสดงศีรษะของพระขีณาสพ ลำดับนั้น เราหมดมานะ