พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับหลวง
พระวินัยปิฎก เล่ม ๒ มหาวิภังค์ ทุติภาค - หน้าที่ 267 (เล่ม 2)

กระทบคำด่าอุกฤษฏ์ คือ พูดกะอนุปสัมบันผู้เป็นบัณฑิต … ผู้ฉลาด … ผู้มีปัญญา … ผู้พหูสูต
… ผู้ธรรมกถึก ว่าท่านเป็นบัณฑิต … คนฉลาด … คนมีปัญญา … พหูสูต ว่าท่านเป็นธรรมกถึก
ทุคติของท่านไม่มี ท่านต้องหวังได้แต่สุคติ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบชาติทราม
[๒๕๑] อุปสัมบันไม่ปรารถนาจะด่า ไม่ปรารถนาจะสบประมาทอนุปสัมบัน ไม่ปรารถนา
จะทำให้อัปยศ แต่มีความประสงค์จะล้อเล่น จึงพูดเปรยอย่างนี้ คือกล่าวว่า มีอนุปสัมบันใน
พระธรรมวินัยนี้ บางพวกเป็นชาติคนจัณฑาล บางพวกเป็นชาติคนจักสาน บางพวกเป็นชาติ
พราน บางพวกเป็นชาติคนช่างหนัง บางพวกเป็นชาติคนเทดอกไม้ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติ
ทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบชาติอุกฤษฏ์
อุปสัมบันไม่ปรารถนาจะด่า ไม่ปรารถนาจะสบประมาทอนุปสัมบัน ไม่ปรารถนาจะทำ
ให้อัปยศ แต่มีความประสงค์จะล้อเล่น จึงพูดเปรยอย่างนี้ คือกล่าวว่า มีอนุปสัมบันใน
พระธรรมวินัยนี้ บางพวกเป็นชาติกษัตริย์ บางพวกเป็นชาติพราหมณ์ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติ
ทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบชื่อทราม
… มีอนุปสัมบันในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกชื่ออวกัณณกะ บางพวกชื่อชวกัณณกะ
บางพวกชื่อธนิฏฐกะ บางพวกชื่อสวิฏฐกะ บางพวกชื่อกุลวัฑฒกะ ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบชื่ออุกฤษฏ์
… มีอนุปสัมบันในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกชื่อพุทธรักขิต บางพวกชื่อธัมมรักขิต
บางพวกชื่อสังฆรักขิต ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบโคตรทราม
… มีอนุปสัมบันในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกเป็นโกสิยโคตร บางพวกเป็นภารทวาช-
โคตร ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบโคตรอุกฤษฏ์
… มีอนุปสัมบันในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกเป็นโคตมโคตร … โมคคัลลานโคตร
… กัจจายนโคตร … วาเสฏฐโคตร ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.

267
ฉบับหลวง
พระวินัยปิฎก เล่ม ๒ มหาวิภังค์ ทุติภาค - หน้าที่ 268 (เล่ม 2)

พูดล้อเปรยกระทบการงานทราม
… มีอนุปสัมบันในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกทำงานช่างไม้ … ทำงานเทดอกไม้ ดังนี้
เป็นต้น ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบการงานอุกฤษฏ์
… มีอนุปสัมบันในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกทำงานไถนา … ทำการค้าขาย … ทำงานเลี้ยงโค
ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อกระทบศิลปะทราม
… มีอนุปสัมบันในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกมีวิชาการช่างจักสาน … ช่างหม้อ … ช่างหูก
… ช่างหนัง … ช่างกัลบก ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบศิลปะอุกฤษฏ์
… มีอนุปสัมบันในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกมีวิชาการช่างนับ … ช่างคำนวณ … ช่างเขียน
ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบโรคทราม
… มีอนุปสัมบันในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกเป็นโรคเรื้อน … โรคฝี … โรคกลาก … โรค-
มองคร่อ … โรคลมบ้าหมู ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบโรคอุกฤษฏ์
… มีอนุปสัมบันในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกเป็นโรคเบาหวาน ดังนี้ ต้องอาบัติทุพภาสิต
ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบรูปพรรณทราม
… มีอนุปสัมบันในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกสูงเกินไป … ต่ำเกินไป … ดำเกินไป … ขาว
เกินไป ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบรูปพรรณอุกฤษฏ์
… มีอนุปสัมบันในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกไม่สูงนัก … ไม่ต่ำนัก … ไม่ดำนัก … ไม่
ขาวนัก ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบกิเลสทราม
… มีอนุปสัมบันในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกถูกราคะกลุ้มรุม … ถูกโทสะย่ำยี … ถูกโมหะ
ครอบงำ ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.

268
ฉบับหลวง
พระวินัยปิฎก เล่ม ๒ มหาวิภังค์ ทุติภาค - หน้าที่ 269 (เล่ม 2)

พูดล้อเปรยกระทบความประพฤติอุกฤษฏ์
… มีอนุปสัมบันในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกปราศจากราคะ … ปราศจากโทสะ
… ปราศจากโมหะ ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบอาบัติทราม
… มีอนุปสัมบันในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกต้องอาบัติปาราชิก … อาบัติสังฆาทิเสส
… อาบัติถุลลัจจัย … อาบัติปาจิตตีย์ … อาบัติปาฏิเทสนียะ … อาบัติทุกกฏ … อาบัติทุพภาสิต
ดังนี้ ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบความประพฤติอุกฤษฏ์
… มีอนุปสัมบันในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกเป็นโสดาบัน ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติ
ทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบคำสบประมาททราม
… มีอนุปสัมบันในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกมีความประพฤติดังอูฐ … ดังแพะ … ดังโค
… ดังลา … ดังสัตว์ดิรัจฉาน … ดังสัตว์นรก สุคติของท่านพวกนั้นไม่มี ท่านพวกนั้นต้องหวัง
ได้แต่ทุคติ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบคำสบประมาทอุกฤษฏ์
… มีอนุปสัมบันในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกเป็นบัณฑิต … เป็นคนฉลาด … เป็นคน
มีปัญญา … เป็นพหูสูต … เป็นธรรมกถึก ทุคติของท่านพวกนั้นไม่มี ท่านพวกนั้นต้อง
หวังได้แต่สุคติ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบชาติทราม
[๒๕๒] อุปสัมบันไม่ปรารถนาจะด่า ไม่ปรารถนาจะสบประมาทอนุปสัมบัน ไม่ปรารถนา
จะทำให้อัปยศ แต่มีความประสงค์จะล้อเล่น จึงพูดเปรยอย่างนี้ คือกล่าวว่า อนุปสัมบันจำ-
พวกไรกันแน่ เป็นชาติคนจัณฑาล … ชาติคนจักสาน … ชาติพราน … ชาติคนช่างหนัง … ชาติ
คนเทดอกไม้ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบชาติอุกฤษฏ์
… อนุปสัมบันจำพวกไรกันแน่ เป็นชาติกษัตริย์ … ชาติพราหมณ์ ต้องอาบัติทุพภาสิต
ทุกๆ คำพูด.

269
ฉบับหลวง
พระวินัยปิฎก เล่ม ๒ มหาวิภังค์ ทุติภาค - หน้าที่ 270 (เล่ม 2)

พูดล้อเปรยกระทบชื่อทราม
… อนุปสัมบันจำพวกไรกันแน่ ชื่ออวกัณณกะ … ชื่อชวกัณณกะ … ชื่อธนิฏฐกะ
… ชื่อสวิฏฐกะ … ชื่อกุลวัฑฒกะ … ต้องอาบัติทุพภาสิตทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบชื่ออุกฤษฏ์
… อนุปสัมบันจำพวกไรกันแน่ ชื่อพุทธรักขิต … ชื่อธัมมรักขิต … ชื่อสังฆรักขิต ต้อง
อาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบโคตรทราม
… อนุปสัมบันจำพวกไรกันแน่ เป็นโกสิยโคตร … ภารทวาชโคตร ต้องอาบัติ
ทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบโคตรอุกฤษฏ์
… อนุปสัมบันจำพวกไรกันแน่ เป็นโคตมโคตร … โมคคัลลานโคตร … กัจจายนโคตร
… วาเสฏฐโคตร ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบการงานทราม
… อนุปสัมบันจำพวกไรกันแน่ เป็นช่างไม้ … คนเทดอกไม้ ต้องอาบัติทุพภาสิต
ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบการงานอุกฤษฏ์
… อนุปสัมบันจำพวกไรกันแน่ เป็นคนทำงานไถนา … ทำการค้าขาย … ทำงานเลี้ยงโค
ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบศิลปะทราม
… อนุปสัมบันจำพวกไรกันแน่ มีวิชาการช่างจักสาน … มีวิชาการช่างหม้อ … มีวิชาการ
ช่างหูก … มีวิชาการช่างหนัง … มีวิชาการช่างกัลบก ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบศิลปะอุกฤษฏ์
… อนุปสัมบันจำพวกไรกันแน่ มีวิชาการช่างนับ … มีวิชาการช่างคำนวณ … มีวิชาการ-
ช่างเขียน ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบโรคทราม
… อนุปสัมบันจำพวกไรกันแน่ เป็นโรคเรื้อน … โรคฝี … โรคกลาก … โรคมองคร่อ
… โรคลมบ้าหมู ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบโรคอุกฤษฏ์
… อนุปสัมบันจำพวกไรกันแน่ เป็นโรคเบาหวาน ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.

270
ฉบับหลวง
พระวินัยปิฎก เล่ม ๒ มหาวิภังค์ ทุติภาค - หน้าที่ 271 (เล่ม 2)

พูดล้อเปรยกระทบรูปพรรณทราม
… อนุปสัมบันจำพวกไรกันแน่ สูงเกินไป … ต่ำเกินไป … ดำเกินไป … ขาวเกินไป
ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบรูปพรรณอุกฤษฏ์
… อนุปสัมบันจำพวกไรกันแน่ เป็นคนไม่สูงนัก … ไม่ต่ำนัก … ไม่ดำนัก … ไม่ขาวนัก
ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบกิเลสทราม
… อนุปสัมบันจำพวกไรกันแน่ ถูกราคะกลุ้มรุม … ถูกโทสะย่ำยี … ถูกโมหะครอบงำ
ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบความประพฤติอุกฤษฏ์
… อนุปสัมบันจำพวกไรกันแน่ ปราศจากราคะ … ปราศจากโทสะ … ปราศจากโมหะ
ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบอาบัติทราม
… อนุปสัมบันจำพวกไรกันแน่ ต้องอาบัติปาราชิก … อาบัติสังฆาทิเสส … อาบัติ
ถุลลัจจัย … อาบัติปาจิตตีย์ … อาบัติปาฏิเทสนียะ … อาบัติทุกกฏ … อาบัติทุพภาสิต ดังนี้ ต้องอาบัติ
ทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบความประพฤติอุกฤษฏ์
… อนุปสัมบันจำพวกไรกันแน่ เป็นโสดาบัน ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบคำสบประมาททราม
… อนุปสัมบันจำพวกไรกันแน่ มีความประพฤติดังอูฐ … แพะ … โค … ลา … สัตว์ดิรัจฉาน
… สัตว์นรก สุคติของอนุปสัมบันพวกนั้นไม่มี อนุปสัมบันพวกนั้นต้องหวังได้แต่ทุคติ
ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบคำสบประมาทอุกฤษฏ์
… อนุปสัมบันจำพวกไรกันแน่ เป็นบัณฑิต … เป็นคนฉลาด … เป็นคนมีปัญญา
… เป็นพหูสูต … เป็นธรรมกถึก ทุคติของอนุปสัมบันพวกนั้นไม่มี อนุปสัมบันพวกนั้นต้องหวัง
ได้แต่สุคติ ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.

271
ฉบับหลวง
พระวินัยปิฎก เล่ม ๒ มหาวิภังค์ ทุติภาค - หน้าที่ 272 (เล่ม 2)

พูดล้อเปรยกระทบชาติทราม
[๒๕๓] อุปสัมบันไม่ปรารถนาจะด่า ไม่ปรารถนาจะสบประมาทอนุปสัมบัน ไม่ปรารถนา
จะทำให้อัปยศ แต่มีความประสงค์จะล้อเล่น จึงพูดเปรยอย่างนี้ คือกล่าวว่า พวกเราไม่ใช่ชาติ
คนจัณฑาล … ไม่ใช่ชาติคนจักสาน … ไม่ใช่ชาติพราน … ไม่ใช่คนชาติหนัง … ไม่ใช่ชาติคนเท
ดอกไม้ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบชาติอุกฤษฏ์
… พวกเราไม่ใช่ชาติกษัตริย์ … ไม่ใช่ชาติพราหมณ์ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุพภาสิต
ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบชื่อทราม
… พวกเราไม่ใช่ชื่ออวกัณณกะ … ไม่ใช่ชื่อชวกัณณกะ … ไม่ใช่ชื่อธนิฏฐกะ … ไม่ใช่ชื่อ
สวิฏฐกะ … ไม่ใช่ชื่อกุลวัฑฒกะ ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบชื่ออุกฤษฏ์
… พวกเราไม่ใช่ชื่อพุทธรักขิต … ไม่ใช่ชื่อธัมมรักขิต … ไม่ใช่ชื่อสังฆรักขิต ต้องอาบัติ
ทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบโคตรทราม
… พวกเราไม่ใช่โกสิยโคตร … ไม่ใช่ภารทวาชโคตร ต้องอาบัติทุพภาสิตทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบโคตรอุกฤษฏ์
… พวกเราไม่ใช่โคตมโคตร … ไม่ใช่โมคคัลลานโคตร … ไม่ใช่กัจจายนโคตร … ไม่ใช่
วาเสฏฐโคตร … ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบการงานทราม
… พวกเราไม่ใช่ช่างไม้ … ไม่ใช่คนเทดอกไม้ ต้องอาบัติทุพภาสิตทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบการงานอุกฤษฏ์
… พวกเราไม่ใช่คนทำงานไถนา … ไม่ใช่คนทำการค้าขาย … ไม่ใช่คนทำงานเลี้ยงโค
ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบศิลปะทราม
… พวกเราไม่ใช่มีวิชาการช่างจักสาน … ไม่ใช่มีวิชาการช่างหม้อ … ไม่ใช่มีวิชาช่างหูก
… ไม่ใช่มีวิชาการช่างหนัง … ไม่ใช่มีวิชาการช่างกัลบก ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.

272
ฉบับหลวง
พระวินัยปิฎก เล่ม ๒ มหาวิภังค์ ทุติภาค - หน้าที่ 273 (เล่ม 2)

พูดล้อเปรยกระทบศิลปะอุกฤษฏ์
… พวกเราไม่ใช่มีวิชาการช่างนับ … ไม่ใช่มีวิชาการช่างคำนวณ … ไม่ใช่มีวิชาการช่างเขียน,
… ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบโรคทราม
… พวกเราไม่ใช่เป็นโรคเรื้อน, … ไม่ใช่เป็นโรคฝี, … ไม่ใช่เป็นโรคกลาก, … ไม่ใช่เป็นโรค
มองคร่อ, … ไม่ใช่เป็นโรคลมบ้าหมู, … ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบโรคอุกฤษฏ์
… พวกเราไม่ใช่เป็นโรคเบาหวาน, … ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบรูปพรรณทราม
… พวกเราไม่ใช่สูงเกินไป, … ไม่ใช่ต่ำเกินไป, … ไม่ใช่ดำเกินไป, … ไม่ใช่ขาวเกินไป,
… ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบรูปพรรณอุกฤษฏ์
… พวกเราไม่ใช่ไม่สูงนัก, … ไม่ใช่ไม่ต่ำนัก, … ไม่ใช่ไม่ดำนัก, … ไม่ใช่ไม่ขาวนัก, … ต้อง
อาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบกิเลสทราม
… พวกเราไม่ใช่ถูกราคะกลุ้มรุม, … ไม่ใช่ถูกโทสะย่ำยี, … ไม่ใช่ถูกโมหะครอบงำ, … ต้อง
อาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบกิเลสอุกฤษฏ์
… พวกเราไม่ใช่ปราศจากราคะ, … ไม่ใช่ปราศจากโทสะ, … ไม่ใช่ปราศจากโมหะ, … ต้อง
อาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบอาบัติทราม
… พวกเราไม่ใช่เป็นผู้ต้องอาบัติปาราชิก, … อาบัติสังฆาทิเสส, … อาบัติถุลลัจจัย, … อาบัติ
ปาจิตตีย์, … อาบัติปาฏิเทสนียะ, … อาบัติทุกกฏ, … อาบัติทุพภาสิต, ดังนี้ ต้องอาบัติทุพภาสิต
ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบอาบัติอุกฤษฏ์
… พวกเราไม่ใช่เป็นผู้เป็นโสดาบัน ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.

273
ฉบับหลวง
พระวินัยปิฎก เล่ม ๒ มหาวิภังค์ ทุติภาค - หน้าที่ 274 (เล่ม 2)

พูดล้อเปรยกระทบคำสบประมาททราม
… พวกเราไม่ใช่มีความประพฤติดังอูฐ, … ดังแพะ, … ดังโค, … ดังลา, … ดังสัตว์ดิรัจฉาน,
… ดังสัตว์นรก, สุคติของพวกเราไม่มี, พวกเราต้องหวังได้แต่ทุคติ, … ต้องอาบัติทุพภาสิต
ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบคำสบประมาทอุกฤษฏ์
… พวกเราไม่ใช่เป็นบัณฑิต, … ไม่ใช่เป็นคนฉลาด, … ไม่ใช่เป็นคนมีปัญญา, … ไม่ใช่เป็น
พหูสูต, … ไม่ใช่เป็นธรรมกถึก, ทุคติของพวกเราไม่มี, พวกเราต้องหวังได้แต่สุคติ, … ต้องอาบัติ
ทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
อนาปัตติวาร
[๒๕๔] ภิกษุมุ่งอรรถ ๑, ภิกษุมุ่งธรรม ๑ ภิกษุมุ่งสั่งสอน ๑, ภิกษุวิกลจริต ๑,
ภิกษุมีจิตฟุ้งซ่าน ๑, ภิกษุกระสับกระส่ายเพราะเวทนา ๑, ภิกษุอาทิกัมมิกะ ๑, ไม่ต้องอาบัติแล.
มุสาวาทวรรค สิกขาบทที่ ๒ จบ.
___________

274
ฉบับหลวง
พระวินัยปิฎก เล่ม ๒ มหาวิภังค์ ทุติภาค - หน้าที่ 275 (เล่ม 2)

๑. มุสาวาทวรรค สิกขาบทที่ ๓
เรื่องพระฉัพพัคคีย์
[๒๕๕] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของ
อนาถบิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น พระฉัพพัคคีย์ เก็บเอาคำส่อเสียดของพวกภิกษุ
ผู้ก่อความบาดหมาง เกิดทะเลาะ ถึงวิวาทกัน ไปบอก คือฟังคำของฝ่ายนี้แล้ว บอกแก่ฝ่ายโน้น
เพื่อทำลายฝ่ายนี้, ฟังคำของฝ่ายโน้น แล้วบอกแก่ฝ่ายนี้ เพื่อทำลายฝ่ายโน้น, เพราะเหตุนั้น
ความบาดหมางที่ยังไม่เกิดก็เกิดขึ้น ที่เกิดขึ้นแล้วก็รุนแรงยิ่งขึ้น.
บรรดาภิกษุผู้มักน้อย สันโดษ มีความละอาย มีความรังเกียจ ผู้ใคร่ต่อสิกขา ต่างก็
เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนพระฉัพพัคคีย์จึงได้เก็บเอาคำส่อเสียดของพวกภิกษุ ผู้ก่อความ
บาดหมาง เกิดทะเลาะ ถึงวิวาทกัน ไปบอก คือฟังคำของฝ่ายนี้แล้ว บอกแก่ฝ่ายโน้น เพื่อทำลาย
ฝ่ายนี้ ฟังคำของฝ่ายโน้น แล้วบอกแก่ฝ่ายนี้ เพื่อทำลายฝ่ายโน้น เพราะเหตุนั้น ความบาด
หมางที่ยังไม่เกิดก็เกิดขึ้น ที่เกิดขึ้นแล้ว ก็รุนแรงยิ่งขึ้น แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค.
ประชุมสงฆ์ทรงสอบถาม
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งให้ประชุมภิกษุสงฆ์ ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้นในเพราะ
เหตุแรกเกิดนั้น แล้วทรงสอบถามพระฉัพพัคคีย์ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า พวกเธอเก็บเอา
คำส่อเสียดของพวกภิกษุผู้ก่อความบาดหมาง เกิดทะเลาะ ถึงวิวาทกัน ไปบอก คือฟังคำของ
ฝ่ายนี้ แล้วบอกแก่ฝ่ายโน้น เพื่อทำลายฝ่ายนี้, ฟังคำของฝ่ายโน้น แล้วบอกแก่ฝ่ายนี้ เพื่อทำลาย
ฝ่ายโน้น, เพราะเหตุนั้น ความบาดหมางที่ยังไม่เกิดก็เกิดขึ้น ที่เกิดขึ้นแล้วก็รุนแรงยิ่งขึ้น
จริงหรือ?
พระฉัพพัคคีย์ทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า.
ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท
พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษทั้งหลาย ไฉนพวกเธอจึงได้เก็บเอา
คำส่อเสียดของพวกภิกษุผู้ก่อความบาดหมาง เกิดทะเลาะ ถึงวิวาทกัน ไปบอก คือฟังคำของ

275
ฉบับหลวง
พระวินัยปิฎก เล่ม ๒ มหาวิภังค์ ทุติภาค - หน้าที่ 276 (เล่ม 2)

ฝ่ายนี้ แล้วบอกแก่ฝ่ายโน้น เพื่อทำลายฝ่ายนี้, ฟังคำของฝ่ายโน้น แล้วบอกแก่ฝ่ายนี้ เพื่อทำลาย
ฝ่ายโน้น เพราะเหตุนั้น ความบาดหมางที่ยังไม่เกิดก็เกิดขึ้น ที่เกิดขึ้นแล้วก็รุนแรงยิ่งขึ้น
การกระทำของพวกเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความ
เลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว …
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-
พระบัญญัติ
๕๒. ๓. เป็นปาจิตตีย์ ในเพราะส่อเสียดภิกษุ.
เรื่องพระฉัพพัคคีย์ จบ.
สิกขาบทวิภังค์
[๒๕๖] ที่ชื่อว่า ส่อเสียด ขยายความว่า วัตถุสำหรับเก็บมาส่อเสียด มีได้ด้วยอาการ
๒ อย่าง คือ ของคนผู้ต้องการจะให้เขาชอบ ๑ ของคนผู้ประสงค์จะให้เขาแตกกัน ๑.
ภิกษุเก็บเอาวัตถุสำหรับส่อเสียดมากล่าวโดยอาการ ๑๐ อย่าง คือ ชาติ ๑ ชื่อ ๑
โคตร ๑ การงาน ๑ ศิลปะ ๑ โรค ๑ รูปพรรณ ๑ กิเลส ๑ อาบัติ ๑ คำด่า ๑.
บทภาชนีย์
ที่ชื่อว่า ชาติ ได้แก่กำเนิด มี ๒ คือ กำเนิดทราม ๑ กำเนิดอุกฤษฏ์ ๑.
ที่ชื่อว่า กำเนิดทราม ได้แก่กำเนิดคนจัณฑาล กำเนิดคนจักสาน กำเนิดพราน
กำเนิดคนช่างหนัง กำเนิดคนเทดอกไม้ นี่ชื่อว่ากำเนิดทราม.
ที่ชื่อว่า กำเนิดอุกฤษฏ์ ได้แก่กำเนิดกษัตริย์ กำเนิดพราหมณ์ นี่ชื่อว่า กำเนิด
อุกฤษฏ์ ฯลฯ ๑
ที่ชื่อว่า คำด่า ได้แก่คำด่ามี ๒ คำ คำด่าทราม ๑ คำด่าอุกฤษฏ์ ๑.
ที่ชื่อว่า คำด่าทราม ได้แก่คำด่าว่า เป็นอูฐ เป็นแพะ เป็นโค เป็นลา เป็นสัตว์-
ดิรัจฉาน เป็นสัตว์นรก, สุคติของท่านไม่มี, ท่านต้องหวังได้แต่ทุคติ, คำด่าที่เกี่ยวด้วยยะอักษร
ภะอักษร, หรือนิมิตของชายและนิมิตของหญิง นี่ชื่อว่า คำด่าทราม.
#๑. ที่ ฯลฯ ไว้นี้ หมายถึงนาม โคตรเป็นต้น พึงดูในสิกขาบทที่ ๒ ข้อ ๑๘๘ ถึง ๑๙๕
#หน้า ๒๕๒๗

276