กระทบคำด่าอุกฤษฏ์ คือ พูดกะอนุปสัมบันผู้เป็นบัณฑิต … ผู้ฉลาด … ผู้มีปัญญา … ผู้พหูสูต
… ผู้ธรรมกถึก ว่าท่านเป็นบัณฑิต … คนฉลาด … คนมีปัญญา … พหูสูต ว่าท่านเป็นธรรมกถึก
ทุคติของท่านไม่มี ท่านต้องหวังได้แต่สุคติ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบชาติทราม
[๒๕๑] อุปสัมบันไม่ปรารถนาจะด่า ไม่ปรารถนาจะสบประมาทอนุปสัมบัน ไม่ปรารถนา
จะทำให้อัปยศ แต่มีความประสงค์จะล้อเล่น จึงพูดเปรยอย่างนี้ คือกล่าวว่า มีอนุปสัมบันใน
พระธรรมวินัยนี้ บางพวกเป็นชาติคนจัณฑาล บางพวกเป็นชาติคนจักสาน บางพวกเป็นชาติ
พราน บางพวกเป็นชาติคนช่างหนัง บางพวกเป็นชาติคนเทดอกไม้ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติ
ทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบชาติอุกฤษฏ์
อุปสัมบันไม่ปรารถนาจะด่า ไม่ปรารถนาจะสบประมาทอนุปสัมบัน ไม่ปรารถนาจะทำ
ให้อัปยศ แต่มีความประสงค์จะล้อเล่น จึงพูดเปรยอย่างนี้ คือกล่าวว่า มีอนุปสัมบันใน
พระธรรมวินัยนี้ บางพวกเป็นชาติกษัตริย์ บางพวกเป็นชาติพราหมณ์ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติ
ทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบชื่อทราม
… มีอนุปสัมบันในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกชื่ออวกัณณกะ บางพวกชื่อชวกัณณกะ
บางพวกชื่อธนิฏฐกะ บางพวกชื่อสวิฏฐกะ บางพวกชื่อกุลวัฑฒกะ ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบชื่ออุกฤษฏ์
… มีอนุปสัมบันในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกชื่อพุทธรักขิต บางพวกชื่อธัมมรักขิต
บางพวกชื่อสังฆรักขิต ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบโคตรทราม
… มีอนุปสัมบันในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกเป็นโกสิยโคตร บางพวกเป็นภารทวาช-
โคตร ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบโคตรอุกฤษฏ์
… มีอนุปสัมบันในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกเป็นโคตมโคตร … โมคคัลลานโคตร
… กัจจายนโคตร … วาเสฏฐโคตร ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.