พุทธธรรมสงฆ์
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ - หน้าที่ 16 (เล่ม 27)

๕. อัตถกามวรรค
๑. โลสกชาดก
ว่าด้วยคนที่ต้องเศร้าโศก
[๔๑] ผู้ใดบุคคลกล่าวสอนอยู่ ไม่ทำตามคำสอนของผู้ปรารถนาประโยชน์
ผู้อนุเคราะห์ด้วยประโยชน์เกื้อกูล ผู้นั้นย่อมเศร้าโศก เหมือนนาย
มิตกะจับเท้าแพะเศร้าโศกอยู่ ฉะนั้น.
จบ โลสกชาดกที่ ๑.
๒. กโปตกชาดก
ว่าด้วยคนที่ต้องฉิบหาย
[๔๒] ผู้ใดบุคคลกล่าวสอนอยู่ ไม่ทำตามคำสอนของผู้ปรารถนาประโยชน์ ผู้
อนุเคราะห์ด้วยประโยชน์เกื้อกูล ผู้นั้นย่อมถึงความฉิบหาย เศร้าโศกอยู่
เหมือนกาไม่เชื่อฟังคำของนกพิราบ ตกอยู่ในเงื้อมมือของข้าศึก ฉะนั้น.
จบ กโปตกชาดกที่ ๒.
๓. เวฬุกชาดก
ว่าด้วยคนที่นอนตาย
[๔๓] ผู้ใดบุคคลกล่าวสอนอยู่ ไม่ทำตามคำสอนของผู้ปรารถนาประโยชน์
ผู้อนุเคราะห์ด้วยประโยชน์เกื้อกูล ผู้นั้นย่อมนอนตายอยู่ เหมือนดาบส
ผู้เป็นบิดาของลูกงูชื่อเวฬุกะ ฉะนั้น.
จบ เวฬุกชาดกที่ ๓.

16
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ - หน้าที่ 17 (เล่ม 27)

๔. มกสชาดก
มีศัตรูผู้มีปัญญาดีกว่ามีมิตรโง่
[๔๔] ศัตรูผู้ประกอบด้วยปัญญายังดีกว่า มิตรผู้ไม่มีปัญญาจะดีอะไร เหมือน
บุตรของช่างไม้ผู้โง่เขลา คิดว่าจะตียุง ได้ตีศีรษะของบิดาแตกสองเสี่ยง
ฉะนั้น.
จบ มกสชาดกที่ ๔.
๕. โรหิณีชาดก
ผู้อนุเคราะห์ที่โง่เขลาไม่ดี
[๔๕] ศัตรูผู้เป็นนักปราชญ์ยังดีกว่า คนโง่เขลาถึงเป็นผู้อนุเคราะห์จะดีอะไร
ท่านจงดูนางโรหิณีผู้โง่เขลา ฆ่ามารดาแล้วเศร้าโศกอยู่.
จบ โรหิณีชาดกที่ ๕.
๖. อารามทูสกชาดก
ฉลาดในสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ไม่มีความสุข
[๔๖] ผู้ฉลาดในสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ ถึงจะทำความเจริญ ก็ไม่สามารถจะนำ
ความสุขมาให้ ผู้มีปัญญาทรามย่อมทำประโยชน์ให้เสีย เหมือนกับลิง
ผู้รักษาสวน ฉะนั้น.
จบ อารามทูสกชาดกที่ ๖.
๗. วารุณิทูสกชาดก
ผู้มีปัญญาทรามทำให้เสียประโยชน์
[๔๗] ผู้ฉลาดในสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ ถึงจะทำความเจริญ ก็ไม่สามารถจะนำ
ความสุขมาให้ ผู้มีปัญญาทรามย่อมทำประโยชน์ให้เสีย เหมือนกับ
โกณทัญญบุรุษทำสุราให้เสีย ฉะนั้น.
จบ วารุณิทูสกชาดกที่ ๗.

17
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ - หน้าที่ 18 (เล่ม 27)

๘. เวทัพพชาดก
ผู้ปรารถนาประโยชน์โดยไม่แยบคายย่อมเดือดร้อน
[๔๘] ผู้ใดปรารถนาประโยชน์ โดยอุบายอันไม่แยบคาย ผู้นั้นย่อมเดือดร้อน
เหมือนพวกโจรชาวเจติรัฐฆ่าเวทัพพพราหมณ์ แล้วพากันถึงความพินาศ
หมดสิ้น ฉะนั้น.
จบ เวทัพพชาดกที่ ๘.
๙. นักขัตตชาดก
ว่าด้วยประโยชน์คือฤกษ์
[๔๙] ประโยชน์ได้ล่วงเลยคนโง่เขลาผู้มัวคอยฤกษ์อยู่ ประโยชน์เป็นฤกษ์ของ
ประโยชน์ ดวงดาวจักทำอะไรได้.
จบ นักขัตตชาดกที่ ๙.
๑๐. ทุมเมธชาดก
คนโง่ถูกบูชายัญเพราะคนอธรรม
[๕๐] เราได้บนไว้ต่อเทวดา ด้วยคนโง่เขลาหนึ่งพันคน บัดนี้ เราจักต้องบูชา
ยัญ เพราะคนอธรรมมีมาก.
จบ ทุมเมธชาดกที่ ๑๐.
จบ อัตถกามวรรคที่ ๕.
จบ ปฐมปัณณาสก์.
รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. โลสกชาดก๒. กโปตกชาดก
๓. เวฬุกชาดก๔. มกสชาดก
๕. โรหิณีชาดก๖. อารามทูสกชาดก
๗. วารุณิทูสกชาดก ๘. เวทัพพชาดก
๙. นักขัตตชาดก๑๐. ทุมเมธชาดก.
_________________

18
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ - หน้าที่ 19 (เล่ม 27)

๖. อาสิงสวรรค
๑. มหาสีลวชาดก
ความสำเร็จเกิดจากความพยายาม
[๕๑] บุรุษผู้เป็นบัณฑิตควรมุ่งหมายไปกว่าจะสำเร็จผล ไม่ควรจะท้อถอย
ดูเราเป็นตัวอย่าง เราปรารถนาอย่างใดได้อย่างนั้น.
จบ มหาสีลวชาดกที่ ๑.
๒. จูฬชนกชาดก
เป็นคนควรพยายามร่ำไป
[๕๒] บุรุษผู้เป็นบัณฑิตพึงพยายามไปกว่าประโยชน์จะสำเร็จ ไม่ควรท้อถอย
ดูเราขึ้นจากน้ำสู่บกได้เป็นตัวอย่างเถิด.
จบ จูฬชนกชาดกที่ ๒.
๓. ปุณณปาติชาดก
การกล่าวถ้อยคำไม่จริง
[๕๓] ไหสุราทั้งหลาย ยังเต็มอยู่อย่างเดิม ถ้อยคำที่ท่านกล่าวนี้ไม่เป็นจริง
เราจึงรู้ได้ด้วยเหตุนี้ว่า สุรานี้เป็นสุราไม่ดีแน่.
จบ ปุณณปาติชาดกที่ ๓.
๔. ผลชาดก
การรู้จักผลไม้
[๕๔] ต้นไม้นี้ขึ้นก็ไม่ยาก ทั้งอยู่ไม่ไกลบ้าน เราจึงรู้ได้ด้วยเหตุนี้ว่า ต้นไม้นี้
ไม่ใช่ต้นไม้มีผลอร่อย.
จบ ผลชาดกที่ ๔.

19
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ - หน้าที่ 20 (เล่ม 27)

๕. ปัญจาวุธชาดก
ว่าด้วยการบรรลุธรรมอันเกษม
[๕๕] นรชนใดมีจิตไม่ท้อถอย มีใจไม่หดหู่ เจริญกุศลธรรมเพื่อบรรลุธรรม
อันเป็นแดนเกษมจากโยคะ นรชนนั้นพึงบรรลุธรรมเป็นที่สิ้นสังโยชน์
ทั้งปวงโดยลำดับ.
จบ ปัญจาวุธชาดกที่ ๕.
๖. กัญจนขันธชาดก
ว่าด้วยการบรรลุธรรมอันเกษม
[๕๖] นรชนใดมีจิตร่าเริง มีใจเบิกบาน เจริญกุศลธรรมเพื่อบรรลุธรรมอัน
เป็นแดนเกษมจากโยคะ นรชนนั้นพึงบรรลุธรรม เป็นที่สิ้นสังโยชน์
ทั้งปวงได้โดยลำดับ.
จบ กัญจนขันธชาดกที่ ๖.
๗. วานรินทชาดก
ธรรมของผู้ล่วงพ้นศัตรู
[๕๗] ดูกรพระยาวานร ผู้ใดมีธรรม ๔ ประการนี้ คือ สัจจะ ธรรมคือวิจารณ
ปัญญา ธิติคือความเพียร จาคะ เหมือนท่าน ผู้นั้นย่อมล่วงพ้นศัตรูได้.
จบ วานรินทชาดกที่ ๗.
๘. ตโยธรรมชาดก
ธรรมของผู้ล่วงพ้นศัตรู
[๕๘] ดูกรพระยาวานร ผู้ใดมีธรรม ๓ ประการนี้ คือ ความขยัน ความแกล้ว
กล้า ปัญญาเหมือนท่าน ผู้นั้นย่อมล่วงพ้นศัตรูได้.
จบ ตโยธรรมชาดกที่ ๘.

20
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ - หน้าที่ 21 (เล่ม 27)

๙. เภริวาทชาดก
ว่าด้วยการทำเกินประมาณ
[๕๙] ท่านจะตีก็พึงตีเถิด แต่อย่าตีให้เกินประมาณ เพราะการตีเกินประมาณ
เป็นการชั่วช้าของเรา ทรัพย์ที่เราได้มาตั้งร้อยเพราะตีกลอง ได้ฉิบหาย
ไป เพราะท่านตีกลองเกินประมาณ.
จบ เภริวาทชาดกที่ ๙.
๑๐. สังขธมนชาดก
ว่าด้วยการทำเกินประมาณ
[๖๐] ท่านจะเป่าก็จงเป่าเถิด แต่อย่าเป่าให้เกินประมาณ เพราะการเป่าเกิน
ประมาณเป็นการชั่วช้าของเรา โภคะที่เราได้มาเพราะการเป่าสังข์ได้
ฉิบหายไป เพราะท่านเป่าสังข์เกินประมาณ.
จบ สังขธมนชาดกที่ ๑๐.
จบ อาสิงสวรรคที่ ๖.
รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. มหาสีลวชาดก ๒. จุฬชนกชาดก
๓. ปุณณปาติชาดก ๔. ผลชาดก
๕. ปัญจาวุธชาดก ๖. กัญจนขันธชาดก
๗. วารินทชาดก๘. ตโยธรรมชาดก
๙. เภริวาทชาดก ๑๐. สังขธมนชาดก.
_________________

21
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ - หน้าที่ 22 (เล่ม 27)

๗. อิตถีวรรค
๑. อาสาตมันตชาดก
ว่าด้วยหญิงเลวทราม
[๖๑] ขึ้นชื่อว่าหญิงในโลกนี้เลวทราม เพราะหญิงเหล่านั้นไม่มีเขตแดน มีแต่
ความกำหนัดยินดี คึกคะนองไม่มีเลือก เหมือนกับไฟที่ไหม้ไม่เลือก
ฉะนั้น เราจักละทิ้งหญิงเหล่านั้นไปบวช พอกพูนวิเวก.
จบ อาสาตมันตชาดกที่ ๑.
๒. อัณฑภูตชาดก
ว่าด้วยการวางใจภรรยา
[๖๒] พราหมณ์ถูกภรรยาผูกหน้าให้ดีดพิณ ก็รู้ไม่ทันภรรยา ที่ท่านนำมาเลี้ยง
ไว้แต่ยังไม่คลอด ใครจะวางใจในภรรยาเหล่านั้นได้.
จบ อัณฑภูตชาดกที่ ๒.
๓. ตักกชาดก
ว่าด้วยธรรมดาหญิง
[๖๓] ธรรมดาว่าหญิงเป็นคนมักโกรธ ไม่รู้จักคุณ ชอบส่อเสียด ชอบยุยงให้
แตกกัน ดูกรภิกษุ ท่านจงประพฤติพรหมจรรย์เถิด ท่านจะไม่เสื่อม
จากสุข.
จบ ตักกชาดกที่ ๓.
๔. ทุราชานชาดก
ภาวะของหญิงรู้ยาก
[๖๔] ท่านอย่าดีใจว่าหญิงปรารถนาเรา อย่าเศร้าโศก ว่าหญิงนี้ไม่ปรารถนา
เรา ภาวะของหญิงทั้งหลายเป็นของรู้ได้ยาก เหมือนทางไปของปลาใน
น้ำ ฉะนั้น.
จบ ทุราชานชาดกที่ ๔.

22
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ - หน้าที่ 23 (เล่ม 27)

๕. อนภิรติชาดก
เปรียบหญิงเหมือนของ ๕ อย่าง
[๖๕] แม่น้ำ หนทาง โรงสุรา สภา และบ่อน้ำ ฉันใด ขึ้นชื่อว่าหญิง
ในโลก ก็ฉันนั้น บัณฑิตทั้งหลายย่อมไม่โกรธหญิงเหล่านั้น.
จบ อนภิรติชาดกที่ ๕.
๖. มุทุลักขณชาดก
ว่าด้วยความต้องการไม่มีสิ้นสุด
[๖๖] ครั้งยังไม่ได้นางมุทุลักขณาเทวี เกิดความปรารถนาเพียงอย่างเดียว แต่
เมื่อได้นางลักขณาเทวีผู้มีดวงตางามแล้ว ได้เกิดความปรารถนาสิ่งต่างๆ
ขึ้นอีก.
จบ มุทุลักขณชาดกที่ ๖.
๗. อุจฉังคชาดก
หญิงหาลูกหาผัวได้ง่าย
[๖๗] ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐ บุตรของหม่อมฉันหาได้ง่ายเหมือนกับเมี่ยง
ในพก เมื่อหม่อมฉันเดินไปตามทาง สามีก็หาได้ง่าย หม่อมฉันไม่เห็น
ประเทศที่จะนำพี่ชายผู้ร่วมอุทรมาได้.
จบ อุจฉังคชาดกที่ ๗.
๘. สาเกตชาดก
ว่าด้วยวางใจคนที่ชอบใจ
[๖๘] ใจฝังอยู่ในผู้ใด แม้จิตก็เลื่อมใสในผู้ใด เป็นคนที่ไม่เคยเห็นกันเลย
ก็วางใจในผู้นั้นได้โดยแท้.
จบ สาเกตชาดกที่ ๘.

23
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ - หน้าที่ 24 (เล่ม 27)

๙. วิสวันตชาดก
ตายเสียดีกว่าดูดพิษที่คายออกแล้ว
[๖๙] เราจักดูดพิษที่คายออกแล้ว เพราะเหตุแห่งชีวิตอันใด พิษที่คายออก
แล้วนั้นน่าติเตียน เราตายเสียประเสริฐกว่าความเป็นอยู่.
จบ วิสวันตชาดกที่ ๙.
๑๐. กุททาลชาดก
ว่าด้วยความชนะที่ดี
[๗๐] ความชนะใดกลับแพ้ได้ ความชนะนั้นเป็นความชนะไม่ดี ความชนะใด
ไม่กลับแพ้ ความชนะนั้นแลเป็นความชนะที่ดี.
จบ กุททาลชาดกที่ ๑๐.
จบ อิตถีวรรคที่ ๗.
รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. อาสาตมันตชาดก ๒. อัณฑภูตชาดก
๓. ตักกชาดก ๔. ทุราชานชาดก
๕. อนภิรติชาดก ๖. มุทุลักขณชาดก
๗. อุจฉังคชาดก ๘. สาเกตชาดก
๙. วิสวันตชาดก ๑๐. กุททาลชาดก.
_________________

24
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ - หน้าที่ 25 (เล่ม 27)

๘. วรุณวรรค
๑. วรุณชาดก
ว่าด้วยการทำไม่ถูกขั้นตอน
[๗๑] ผู้ใดปรารถนาจะทำกิจที่ควรทำก่อน ในภายหลัง ผู้นั้นย่อมเดือดร้อน
ในภายหลัง เหมือนมาณพหักไม้กุ่ม ฉะนั้น.
จบ วรุณชาดกที่ ๑.
๒. สีลวนาคชาดก
คนอกตัญญูมองคนในแง่ร้าย
[๗๒] ถ้าใครๆ จะพึงให้สมบัติในแผ่นดินทั้งหมดแก่คนอกตัญญู ผู้มีปกติมอง
หาโทษอยู่เป็นนิตย์ ก็ให้เขาพอใจไม่ได้.
จบ สีลวนาคชาดกที่ ๒.
๓. สัจจังกิรชาดก
ไม้ลอยน้ำดีกว่าคนอกตัญญู
[๗๓] ได้ยินว่า นรชนบางพวกในโลกนี้ ได้กล่าวความจริงไว้อย่างนี้ว่า การ
เก็บไม้ที่ลอยน้ำขึ้นมายังดีกว่า ช่วยคนอกตัญญูบางคนขึ้นจากน้ำ ฯ
จบ สัจจังกิรชาดกที่ ๓.
๔. รุกขธรรมชาดก
ต้นไม้โดดเดี่ยวย่อมแพ้ลม
[๗๔] มีญาติมากเป็นความดี อนึ่ง ต้นไม้ที่เกิดขึ้นในป่าหลายต้นเป็นการดี
ต้นไม้ที่ขึ้นอยู่โดดเดี่ยว ถึงจะเป็นต้นไม้งอกงามใหญ่โตสักเท่าใด ลมก็
ย่อมพัดให้ล้มลงได้.
จบ รุกขธรรมชาดกที่ ๔.

25