พุทธธรรมสงฆ์
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ - หน้าที่ 6 (เล่ม 27)

๔. วาตมิคชาดก
ว่าด้วยอำนาจของรส
[๑๔] ได้ยินว่า สิ่งอื่นที่จะเลวยิ่งไปกว่ารสทั้งหลายไม่มี รสเป็น
สภาพเลวแม้กว่าถิ่นฐาน แม้กว่าความสนิทสนม นายสญชัย
อุยยาบาล นำเนื้อสมันซึ่งอาศัยอยู่ในป่าชัฏมาสู่อำนาจของตนได้ด้วยรส
ทั้งหลาย.
จบ วาตมิคชาดกที่ ๔.
๕. ขราทิยชาดก
ว่าด้วยผู้ล่วงเลยโอวาท
[๑๕] ดูกรนางเนื้อขราทิยา ฉันไม่สามารถจะสั่งสอนเนื้อตัวนั้น ผู้มี ๘ กีบ
มีเขาคดแต่โคนจนถึงปลายเขา ล่วงเลยโอวาทเสียตั้ง ๗ วัน.
จบ ขราทิยาชาดกที่ ๕.
๖. ติปัลลัตถมิคชาดก
ว่าด้วยเล่ห์กลลวงพราน
[๑๖] ฉันยังเนื้อหลานชายผู้มี ๘ กีบ นอนโดยอาการ ๓ ท่า มีเล่ห์กลมารยา
หลายอย่าง ดื่มกินน้ำในเวลาเที่ยงคืน ให้เล่าเรียนมายาของเนื้อดีแล้ว
ดูกรน้องหญิง เนื้อหลานชายกลั้นลมหายใจไว้ได้ โดยช่องนาสิก
ข้างหนึ่งแนบติดอยู่กับพื้น จะทำเล่ห์กลลวงนายพรานด้วยอุบาย ๖
ประการ.
จบ ติปัลลัตถมิคชาดกที่ ๖.

6
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ - หน้าที่ 7 (เล่ม 27)

๗. มาลุตชาดก
ว่าด้วยความหนาวเกิดแก่ลม
[๑๗] ข้างขึ้นหรือข้างแรมก็ตาม สมัยใดลมย่อมพัดมา สมัยนั้นย่อมมีความ
หนาว เพราะความหนาวเกิดแต่ลม ในปัญหาข้อนี้ ท่านทั้งสองชื่อว่า
ไม่แพ้กัน.
จบ มาลุตชาดกที่ ๗.
๘. มตกภัตตชาดก
ว่าด้วยสัตว์ไม่ควรฆ่าสัตว์
[๑๘] ถ้าสัตว์ทั้งหลายพึงรู้อย่างนี้ว่า ชาติสมภพนี้เป็นทุกข์ สัตว์ไม่ควรฆ่า
สัตว์ เพราะว่าผู้มีปกติฆ่าสัตว์ย่อมเศร้าโศก.
จบมตกภัตตชาดกที่ ๘.
๙. อายาจิตภัตตชาดก
ว่าด้วยการเปลื้องตน
[๑๙] ถ้าท่านปรารถนาจะเปลื้องตนให้พ้น ท่านละโลกนี้ไปแล้วก็จะพ้นได้
ก็ท่านเปลื้องตนอยู่อย่างนี้ กลับจะติดหนักเข้า เพราะนักปราชญ์หาได้
เปลื้องตนด้วยอาการอย่างนี้ไม่ การเปลื้องตนอย่างนี้ เป็นเครื่องติดของ
คนพาล.
จบ อายาจิตภัตตชาดกที่ ๙.
๑๐. นฬปานชาดก
ว่าด้วยการพิจารณา
[๒๐] พระยากระบี่ไม่เห็นรอยเท้าขึ้น เห็นแต่รอยเท้าลง จึงกล่าวว่า เราจัก
ดื่มน้ำด้วยไม้อ้อ ท่านก็จักฆ่าเราไม่ได้.
จบ นฬปานชาดกที่ ๑๐.
จบ สีลวรรคที่ ๒.
_________________

7
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ - หน้าที่ 8 (เล่ม 27)

รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. ลักขณชาดก ๒. นิโครธมิคชาดก
๓. กัณฑินชาดก ๔. วาตมิคชาดก
๕. ขราทิยชาดก ๖. ติปัลลัตถมิคชาดก
๗. มาลุตชาดก ๘. มตกภัตตชาดก
๙. อายาจิตภัตตชาดก ๑๐. นฬปานชาดก.
_________________

8
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ - หน้าที่ 9 (เล่ม 27)

๓. กุรุงควรรค
๑. กุรุงคมิคชาดก
ว่าด้วยกวางกุรุงคะ
[๒๑] ดูกรไม้มะรื่น การที่ท่านปล่อยผลให้ตกกลิ้งมานั้น เราผู้เป็นกวางรู้แล้ว
เราจะไปสู่ไม้มะรื่นต้นอื่น เพราะเราไม่ชอบใจผลของท่าน.
จบ กุรุงคมิคชาดกที่ ๑.
๒. กุกกุรชาดก
ว่าด้วยสุนัขที่ถูกฆ่า
[๒๒] สุนัขเหล่าใดอันบุคคลเลี้ยงไว้ในราชสกุล เกิดในราชสกุล สมบูรณ์ด้วย
สีสรรและกำลัง สุนัขเหล่านี้นั้นไม่ถูกฆ่า พวกเรากลับถูกฆ่า เมื่อเป็น
เช่นนี้ นี้ชื่อว่าการฆ่าโดยไม่แปลกกันก็หาไม่ กลับชื่อว่าฆ่าแต่สุนัข
ทั้งหลายที่ทุรพล.
จบ กุกกุรชาดกที่ ๒.
๓. โภชาชานียชาดก
ว่าด้วยม้าสินธพอาชาไนย
[๒๓] ดูกรนายสารถี ม้าสินธพอาชาไนยถูกลูกศรแทงแล้ว แม้นอนตะแคง
อยู่ข้างเดียวก็ยังประเสริฐกว่าม้ากระจอก ท่านจงประกอบฉันออกรบอีก
เถิด.
จบ โภชาชานียชาดกที่ ๓.

9
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ - หน้าที่ 10 (เล่ม 27)

๔. อาชัญญชาดก
ว่าด้วยม้าอาชาไนยกับม้ากระจอก
[๒๔] ไม่ว่าเมื่อใด ในขณะใด ณ ที่ไหนๆ ณ สถานที่ใดๆ ม้าอาชาไนยใช้
กำลังรบ ม้ากระจอกย่อมถอยหนี.
จบ อาชัญญชาดกที่ ๔.
๕. ติตถชาดก
ว่าด้วยการเบื่อเพราะซ้ำซาก
[๒๕] ดูกรนายสารถี ท่านจงยังม้าให้อาบและดื่มน้ำที่ท่าโน้นบ้าง ท่านี้
บ้าง แม้ข้าวปายาสที่บริโภคบ่อยครั้ง คนก็ยังเบื่อได้.
จบ ติตเถชาดกที่ ๕.
๖. มหิฬามุขชาดก
ว่าด้วยการเสี้ยมสอน
[๒๖] พระยาช้างชื่อมหิฬามุข ได้เที่ยวทุบตีคน เพราะได้พึงฟังคำของพวก
โจรมาก่อน พระยาช้างผู้เชือกอุดมตั้งอยู่ในคุณทั้งปวง ก็เพราะได้ฟังคำ
ของท่านผู้สำรวมดีแล้ว.
จบ มหิฬามุขชาดกที่ ๖.
๗. อภิณหชาดก
ว่าด้วยการเห็นกันบ่อยๆ
[๒๗] พระยาช้างไม่สามารถจะรับเอาคำข้าว ไม่สามารถจะรับเอาก้อนข้าว ไม่
สามารถจะรับเอาหญ้าทั้งหลาย ไม่สามารถจะขัดสีกาย ข้าพระบาทมา
สำคัญว่า พระยาช้างตัวเชือกประเสริฐ ได้ทำความรักใคร่ในสุนัข
เพราะได้เห็นกันเนืองๆ.
จบ อภิณหชาดกที่ ๗.

10
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ - หน้าที่ 11 (เล่ม 27)

๘. นันทิวิสาลชาดก
ว่าด้วยการพูดดี
[๒๘] บุคคลพึงกล่าวแต่คำที่ไพเราะเท่านั้น ไม่พึงกล่าวคำที่ไม่ไพเราะในกาล
ไหนๆ เมื่อพราหมณ์กล่าวคำไพเราะ โคนันทิวิสาลได้ลากเอาภาระอัน
หนักไปได้ ทำพราหมณ์ผู้นั้นให้ได้ทรัพย์ด้วย ตนเองก็เป็นผู้ปลื้มใจ
เพราะการช่วยเหลือนั้นด้วย.
จบ นันทิวิสาลชาดกที่ ๘.
๙. กัณหชาดก
ว่าด้วยผู้เอาการเอางาน
[๒๙] ในที่ใดๆ มีธุระหนัก ในที่ใดมีร่องน้ำลึก ชนทั้งหลายก็เทียมโคดำใน
กาลนั้นทีเดียว โคดำนั้นก็นำเอาธุระนั้นไปได้โดยแท้.
จบ กัณหชาดกที่ ๙.
๑๐. มุณิกชาดก
ว่าด้วยลักษณะของผู้มีอายุยืน
[๓๐] ท่านอย่าริษยาหมู่มุณิกะเลย มันกินอาหารอันเป็นเหตุให้เดือดร้อน ท่าน
จงเป็นผู้มีความขวนขวายน้อย กินแต่แกลบเถิด นี่เป็นลักษณะแห่ง
ความเป็นผู้มีอายุยืน.
จบ มุณิกชาดกที่ ๑๐.
จบ กุรุงควรรคที่ ๓.
_________________

11
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ - หน้าที่ 12 (เล่ม 27)

รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. กุรุงคมิคชาดก ๒. กุกกุรชาดก
๓. โภชาชานียชาดก ๔. อาชัญญชาดก
๕. ติตถชาดก๖. มหิฬามุขชาดก
๗. อภิณหชาดก ๘. นันทิวิสาลชาดก
๙. กัณหชาดก ๑๐. มุณิกชาดก.
_________________

12
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ - หน้าที่ 13 (เล่ม 27)

๔. กุลาวกวรรค
๑. กุลาวกชาดก
ว่าด้วยการเสียสละ
[๓๑] ดูกรมาตลีเทพบุตร ที่ต้นงิ้วมีลูกนกครุฑจับอยู่ ท่านจงหันหน้ารถกลับ
เรายอมสละชีวิตให้พวกอสูร ลูกนกครุฑเหล่านี้อย่าได้แหลกราน
เสียเลย.
จบ กุลาวกชาดกที่ ๑.
๒. นัจจชาดก
เหตุที่ยังไม่ให้ลูกสาว
[๓๒] เสียงของท่านก็เพราะ หลังของท่านก็งาม คอของท่านก็เปรียบดังสีแก้ว
ไพฑูรย์ และหางของท่านก็ยาวตั้งวา เราจะไม่ให้ลูกสาวของเราแก่ท่าน
ด้วยการรำแพนหาง.
จบ นัจจชาดกที่ ๒.
๓. สัมโมทมานชาดก
ว่าด้วยพินาศเพราะทะเลาะกัน
[๓๓] นกทั้งหลายพร้อมเพรียงกันพากันเอาข่ายไป เมื่อใด พวกมันทะเลาะกัน
เมื่อนั้น พวกมันจักตกอยู่ในอำนาจของเรา.
จบ สัมโมทมานชาดกที่ ๓.
๔. มัจฉชาดก
ว่าด้วยความหึงหวง
[๓๔] ความเย็น ความร้อน และการติดอยู่ในแห ไม่ได้เบียดเบียนเราให้ได้
รับทุกข์เลย แต่ข้อที่นางปลาสำคัญว่า เราไปหลงนางปลาตัวอื่นนั่นแหละ
เบียดเบียนเราให้ได้รับทุกข์.
จบ มัจฉาชาดกที่ ๔.

13
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ - หน้าที่ 14 (เล่ม 27)

๕. วัฏฏกชาดก
ว่าด้วยความจริง
[๓๕] ปีกของเรามีอยู่ แต่ก็บินไม่ได้ เท้าทั้งสองของเราก็มีอยู่ แต่ก็เดินไม่ได้
มารดาและบิดาของเราออกไปหาอาหาร ดูกรไฟ ท่านจงถอยกลับไปเสีย.
จบ วัฏฏกชาดกที่ ๕.
๖. สกุณชาดก
ว่าด้วยที่พึ่งให้โทษ
[๓๖] นกทั้งหลายอาศัยต้นไม้ใด ต้นไม้นั้นย่อมทิ้งเอาไฟลงมา นกทั้งหลายจง
พากันหนีไปอยู่เสียที่อื่นเถิด ภัยเกิดจากที่พึ่งของพวกเราแล้ว.
จบ สกุณชาดกที่ ๖.
๗. ติตติรชาดก
ว่าด้วยผู้มีความอ่อนน้อม
[๓๗] นรชนเหล่าใด ฉลาดในธรรม ย่อมนอบน้อมคนผู้เจริญ นรชนเหล่านั้น
เป็นผู้ได้รับความสรรเสริญในปัจจุบันนี้ และมีสุคติเป็นที่ไปในเบื้องหน้า.
จบ ติตติรชาดกที่ ๗.
๘. พกชาดก
ว่าด้วยผู้ฉลาดแกมโกง
[๓๘] บุคคลผู้ใช้ปัญญาหลอกลวงคนอื่น ย่อมไม่ได้ความสุขเป็นนิตย์ เพราะผู้
ใช้ปัญญาหลอกลวงคนอื่น ย่อมประสบผลแห่งบาปกรรมที่ตนทำไว้
เหมือนนกยางถูกปูหนีบคอฉะนั้น.
จบ พกชาดกที่ ๘.

๙. นันทชาดก
ว่าด้วยการกล่าวคำหยาบ
[๓๙] ทาสชื่อนันทกะเป็นบุตรของนางทาสี ยืนกล่าวคำหยาบคายในที่ใด เรารู้
ว่ากองแห่งรัตนะทั้งหลาย และดอกไม้ทองมีอยู่ในที่นั้น.
จบ นันทชาดกที่ ๙.

14
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ - หน้าที่ 15 (เล่ม 27)

๑๐. ขทิรังคารชาดก
ว่าด้วยผู้มีจิตมั่นคง
[๔๐] เราจะตกนรกมีเท้าขึ้นเบื้องบน มีศีรษะลงเบื้องล่างก็ตาม เราจักไม่ทำ
กรรมอันไม่ประเสริฐ ขอเชิญท่านจงรับก้อนข้าวเถิด.
จบ ขทิรังคารชาดกที่ ๑๐.
จบ กุลาวกวรรคที่ ๔.
รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. กุลาวกชาดก ๒. นัจจชาดก
๓. สัมโมทมานชาดก ๔. มัจฉชาดก
๕. วัฏฏกชาดก ๖. สกุณชาดก
๗. ติตติรชาดก ๘. พกชาดก
๙. นันทชาดก ๑๐. ขทิรังคารชาดก.
_________________

15