พุทธธรรมสงฆ์
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 383 (เล่ม 26)

๔. ดิสสาเถรี
พระพุทธโอวาทสอนนางดิสสาเถรี
[๔๐๕] ดูกรนางดิสสา เธอจงศึกษาในไตรสิกขา กิเลสเครื่องประกอบทั้งหลาย
อย่าครอบงำเธอเลย เธอจงเป็นผู้ไม่เกาะเกี่ยวด้วยโยคะทั้งปวง ไม่มี
อาสวะ เที่ยวไปในโลกเถิด.
๕. อัญญตราดิสสาเถรีคาถา
พระพุทธโอวาทสอนนางดิสสาเถรี
[๔๐๖] ดูกรนางดิสสา เธอจงประกอบด้วยธรรมทั้งหลาย ขณะอย่าได้ก้าวล่วง
เธอไปเสีย เพราะว่าชนทั้งหลายผู้มีขณะอันก้าวล่วงแล้ว ย่อมพากันไป
ยัดเยียดในนรกเศร้าโศกอยู่.
๖. ธีราเถรีคาถา
พระพุทธโอวาทสอนนางธีราเถรี
[๔๐๗] ดูกรนางธีรา เธอจงถูกต้องนิโรธอันเป็นที่สงบระงับสัญญาเป็นสุข เธอ
จงทำนิพพานอันยอดเยี่ยมปลอดโปร่งจากโยคะให้สำเร็จเถิด.
๗. อัญญตราธีราเถรีคาถา
พระพุทธโอวาทสอนนางธีราเถรี
[๔๐๘] นางธีราภิกษุณีผู้มีอินทรีย์อันอบรมแล้ว ด้วยธรรมทั้งหลายอันเป็นเครื่อง
ทรง เธอจงชนะมารพร้อมด้วยพาหนะแล้วทรงไว้ซึ่งกายอันมีในที่สุดเถิด.
๘. มิตตาเถรีคาถา
พระพุทธโอวาทสอนนางมิตตาเถรี
[๔๐๙] ดูกรนางมิตตา เธอบวชแล้วด้วยศรัทธา จงเป็นผู้ยินดีแล้วในกัลยาณมิตร
จงอบรมกุศลทั้งหลายให้เจริญ เพื่อบรรลุธรรมอันเป็นแดนเกษมจาก
โยคะ.

383
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 384 (เล่ม 26)

๙. ภัทราเถรีคาถา
พระพุทธโอวาทสอนนางภัทราเถรี
[๔๑๐] ดูกรนางภัทรา เธอบวชแล้วด้วยศรัทธา จงเป็นผู้ยินดีแล้วในธรรมอัน
เจริญ จงอบรมกุศลทั้งหลายให้เจริญ เพื่อบรรลุธรรมอันเกษมจากโยคะ
อย่างยอดเยี่ยม.
๑๐. อุปสมาเถรีคาถา
พระพุทธโอวาทสอนนางอุปสมาเถรี
[๔๑๑] ดูกรนางอุปสมา เธอจงข้ามโอฆะอันเป็นบ่วงมารที่ข้ามได้แสนยาก เธอ
จงชนะมารพร้อมด้วยพาหนะ ทรงไว้ซึ่งกายอันมีในที่สุด.
๑๑. มุตตาเถรีคาถา
สุภาษิตแสดงความหลุดพ้น
[๔๑๒] เราผู้ชื่อว่ามุตตาเป็นผู้หลุดพ้นแล้วด้วยดี ด้วยการหลุดพ้นจากความค่อม
๓ อย่าง คือ ค่อมเพราะครก ๑ ค่อมเพราะสาก ๑ ค่อมเพราะสามี ๑
และเป็นผู้หลุดพ้นแล้วจากความเกิดและความตาย ถอนตัณหาเครื่อง
นำไปสู่ภพขึ้นได้แล้ว.
๑๒. ธรรมทินนาเถรีคาถา
สุภาษิตแสดงการบรรลุนิพพาน
[๔๑๓] เราเป็นผู้มีฉันทะอันเกิดแล้ว มีที่สุดอันมิใช่วิสัย เป็นผู้ถูกต้องแล้วซึ่ง
นิพพานด้วยใจ และไม่มีจิตปฏิพัทธ์ในกามทั้งหลาย บัณฑิตย่อมเรียกว่า
มีกระแสในเบื้องต้น.

384
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 385 (เล่ม 26)

๑๓. วิสาขาเถรีคาถา
สุภาษิตชวนประพฤติธรรม
[๔๑๔] ท่านทั้งหลาย จงทำตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ที่บุคคลทำแล้วไม่
เดือดร้อนในภายหลัง ขอท่านทั้งหลายรีบล้างเท้าทั้งสองแล้วนั่ง ณ ที่
ควรเถิด.
๑๔. สุมนาเถรีคาถา
สุภาษิตสอนการพิจารณาธาตุ
[๔๑๕] ท่านจงพิจารณาเห็นธาตุ ทั้งหลายโดยความเป็นทุกข์แล้ว อย่าเข้าถึง
ความเกิดอีกเลย ท่านคลายความพอใจในภพแล้ว จักเป็นผู้สงบระงับ
เที่ยวไป.
๑๕. อุตตราเถรีคาถา
สุภาษิตสอนการสังวร
[๔๑๖] เราเป็นผู้สำรวมแล้วด้วยกาย วาจา และใจ ถอนตัณหาขึ้นพร้อมทั้งราก
แล้ว เป็นผู้มีความเย็นใจดับสนิทแล้ว.
๑๖. สุมนวุฐฒปัพพชิตาเถรีคาถา
สุภาษิตสอนการนุ่งห่ม
[๔๑๗] ดูกรนางสุมนาผู้เจริญ ท่านจงทำไตรจีวรด้วยท่อนผ้า นุ่งห่มแล้วนอนให้
สบายเถิด เพราะราคะของท่านสงบระงับแล้ว ท่านเป็นผู้มีความเย็นใจ
ดับสนิทแล้ว.

385
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 386 (เล่ม 26)

๑๗. ธรรมาเถรีคาถา
สุภาษิตสอนการพิจารณากาย
[๔๑๘] เราเป็นคนทุพพลภาพ มีกายอันสั่นเทา ถือไม้เท้าเที่ยวไปเพื่อบิณฑบาต
ได้ล้มลงที่แผ่นดินตรงนั้นเอง ที่นั้นจิตของเราหลุดพ้นแล้ว เพราะ
พิจารณาเห็นโทษในกาย.
๑๘. สังฆาเถรีคาถา
สุภาษิตแสดงผลการออกบวช
[๔๑๙] เราละเรือนและละบุตร ทั้งสัตว์ของเลี้ยงอันเป็นที่รักออกบวชแล้ว ละ
ราคะ โทสะ และคลายอวิชชาแล้ว ถอนตัณหาพร้อมทั้งราก เป็นผู้
สงบระงับดับแล้ว.
จบ เอกกนิบาต
_________________

386
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 387 (เล่ม 26)

เถรีคาถา ทุกนิบาต
ว่าด้วยคาถาสุภาษิต ในทุกนิบาต
๑. นันทาเถรีคาถา
พระพุทธโอวาทสอนนางนันทาเถรี
[๔๒๐] ได้ทราบว่า พระผู้มีพระภาคได้ตรัสสอนนางนันทาสิกขมานาเนืองๆ ด้วยพระ
คาถาเหล่านี้ อย่างนี้ว่า
ดูกรนางนันทา เธอจงพิจารณาอัตภาพอันกระดูก ๓๐๐ ท่อนยกขึ้นแล้ว
อันกระสับกระส่าย ไม่สะอาด เป็นของเปื่อยเน่า จงอบรมจิตให้ตั้งมั่น
มีอารมณ์เดียว ด้วยอสุภภาวนา อนึ่ง เธอจงอบรมจิตให้หานิมิตมิได้
และบรรเทาซึ่งอนุสัย คือมานะ เพราะการละมานะเสียได้ แต่นั้นจัก
เป็นผู้สงบเที่ยวไป.
๒. ชันตาเถรีคาถา
สุภาษิตแสดงผลการเจริญโพชฌงค์
[๔๒๑] โพชฌงค์ ๗ ประการนี้ อันเป็นหนทางแห่งการบรรลุนิพพาน เราเจริญ
แล้วทั้งหมด ตามที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้แล้ว พระผู้มีพระภาค
พระองค์นั้นเราเห็นแล้ว เพราะฉะนั้น อัตภาพร่างกายของเรานี้มีในที่สุด
ชาติสงสารสิ้นแล้ว บัดนี้ การเกิดอีกไม่มี.
๓. อัญญตราเถรีภิกขุนีคาถา
สุภาษิตแสดงการมีความสุข
[๔๒๒] เราพ้นแล้วพ้นแล้วด้วยดี เป็นผู้พ้นดีแล้วจากสาก จากสามี ผู้หา
ความละอายมิได้ ซึ่งเราไม่ชอบใจ จากการทำร่มของสามีที่เราไม่ชอบใจ

387
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 388 (เล่ม 26)

จากหม้อข้าว จากความขัดสน เราได้ตัดราคะ และโทสะขาดแล้ว เรา
เข้าไปอาศัยโคนไม้ เพ่งฌานอยู่โดยความสุขว่า สุขหนอ.
๔. อัฑฒกาสีเถรีคาถา
สุภาษิตแสดงการปฏิบัติตามคำสอน
[๔๒๓] กาสีชนบทมีประมาณเท่าใด ส่วนของเราได้มีแล้วประมาณเท่านั้น
ชาวนิคมกำหนดราคา แคว้นกาสีไว้แล้ว ตั้งราคาเราไว้ครึ่งราคาแคว้นกาสี
ภายหลังเราเบื่อหน่ายในรูป เบื่อหน่ายจึงคลายกำหนัด ไม่พึงแล่นไปสู่
ชาติสงสารอีกบ่อยๆ วิชชา ๓ เราทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของ
พระพุทธเจ้าเราก็ทำเสร็จแล้ว.
๕. จิตตาเถรีคาถา
สุภาษิตแสดงถึงพลังจิต
[๔๒๔] เราเป็นผู้มีร่างกายผอม ทุพพลภาพหนักเพราะความไข้ ถือไม้เท้าไปใน
ที่ไหนๆ ก็จริง ถึงอย่างนั้น เรายังขึ้นภูเขาได้ วางผ้าสังฆาฏิ และคว่ำ
บาตร แล้วนั่งบนภูเขา ทำลายกองแห่งความมืด ข่มตนไว้.
๖. เมตติกาเถรีคาถา
สุภาษิตแสดงถึงพลังจิต
[๔๒๕] เราเป็นผู้ถึงแล้วซึ่งทุกข์ มีกำลังน้อย ผ่านพ้นความเป็นสาวไปแล้ว
ถือไม้เท้าไปในที่ไหนๆ ก็จริง ถึงอย่างนั้น เรายังขึ้นภูเขาได้ วางผ้า
สังฆาฏิและคว่ำบาตร แล้วนั่งบนภูเขา ทีนั้นจิตของเราหลุดพ้นแล้ว
วิชชา ๓ เราได้บรรลุแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราทำเสร็จแล้ว.
๗. มิตตาเถรีคาถา
สุภาษิตประกาศไม่ปรารถนาเทพนิกาย
[๔๒๖] เราปรารถนาเทพนิกายชั้นจาตุมมหาราช จึงเข้าจำอุโบสถอันประกอบ
ด้วยองค์ ๘ ประการ ตลอดวัน ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำ ๘ ค่ำ แห่งปักษ์ และ

388
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 389 (เล่ม 26)

ตลอดปาฏิหาริยปักข์ วันนี้เรามีการบริโภคภัตตาหารครั้งเดียว มีศีรษะ
โล้น ห่มผ้าสังฆาฏิบวชแล้ว เรากำจัดความกระวนกระวาย ในหฤทัย
เสียได้ไม่ปรารถนาเทพนิกายอีก.
๘. อภยมาตาเถรีคาถา
สุภาษิตสอนให้พิจารณากายของตน
[๔๒๗] ข้าแต่แม่ ท่านจงพิจารณากายอันนี้อันไม่สะอาดเปื่อยเน่า มีกลิ่นเหม็น
เบื้องต้นตั้งแต่ปลายเท้าขึ้นไป เบื้องต่ำตั้งแต่ปลายผมลงมา เราได้
พิจารณาอยู่อย่างนี้ ถอนราคะทั้งปวงได้แล้ว ตัดความเร่าร้อนขาดแล้ว
เป็นผู้มีใจเย็น ดับสนิทแล้ว.
๙. อภยเถรีคาถา
สุภาษิตสอนมิให้ติดกาย
[๔๒๘] ดูกรพระอภยเถรี ปุถุชนทั้งหลายเป็นผู้ข้องอยู่ในกายใด กายนั้นเป็น
ของไม่เที่ยง เพราะมีอันแตกไปเป็นสภาพ เรามีสติรู้สึกตัวอยู่ว่า เรา
อันทุกข์มากมายถูกต้องแล้ว จักละทิ้งร่างกายนี้ไว้ เราผู้ยินดีแล้วใน
ความไม่ประมาท บรรลุความสิ้นตัณหาแล้ว ได้ทำคำสั่งสอนของพระ
พุทธเจ้าเสร็จแล้ว.
๑๐. สามาเถรีคาถา
สุภาษิตชี้ผลการอยู่ในโอวาท
[๔๒๙] เรามีปกติไม่ยังใจให้อยู่ในอำนาจ จึงไม่ได้ความสงบใจ ต้องออกไปจาก
วิหาร ๔ ครั้ง ๕ ครั้ง จำเดิมแต่เราได้รับโอวาทในสำนักพระอานนทเถระ
เป็นวันที่ ๘ ตัณหาอันเราถอนขึ้นแล้ว เราเป็นผู้อันทุกข์เป็นอันมาก
ถูกต้องแล้ว ยินดีแล้วในความไม่ประมาท บรรลุความสิ้นตัณหาแล้ว
ได้ทำคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเสร็จแล้ว.
จบ ทุกนิบาต.

389
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 390 (เล่ม 26)

เถรีคาถา ติกนิบาต
ว่าด้วยคาถาสุภาษิต ในติกนิบาต
๑. อัญญตรสามาเถรีคาถา
สุภาษิตชี้ผลการระลึกถึงคำสอน
[๔๓๐] ตั้งแต่เราบวชแล้วตลอดเวลา ๒๕ ปี เราไม่รู้สึกว่าได้ความสงบจิตใน
กาลไหนๆ เลย เรามีปกติไม่ยังจิตให้เป็นไปในอำนาจ จึงไม่ได้ความ
สงบใจ เราระลึกถึงคำสอนแห่งพระชินเจ้าแล้ว ยังความสังเวชให้เกิด
ขึ้น เราผู้อันทุกข์เป็นอันมากถูกต้องแล้ว ยินดีในความไม่ประมาท บรรลุ
ความสิ้นตัณหาแล้ว ได้ทำคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเสร็จแล้ว ตั้งแต่
เราทำตัณหาให้เหือดแห้งไปแล้ว วันนี้เป็นวันที่ ๗.
๒. อุตตมาเถรีคาถา
สุภาษิตชี้ผลการฟังธรรม
[๔๓๑] เรามีปกติไม่ยังจิตให้อยู่ในอำนาจ จึงไม่ได้ความสงบจิต ออกไปจาก
วิหารสี่ห้าครั้ง เราเข้าไปหาพระภิกษุณีผู้มีวาจาอันเราพึงเชื่อถือได้ พระ
ภิกษุณีนั้นได้แสดงธรรม คือ ขันธ์ อายตนะ และธาตุ แก่เรา เราฟัง
ธรรมของท่านแล้ว ปฏิบัติตามโอวาทที่ท่านพร่ำสอน เป็นผู้เอิบอิ่ม
ด้วยสุขอันเกิดจากปีติ นั่งอยู่โดยบัลลังก์อันเดียวตลอด ๗ วัน เราทำ
ลายกองแห่งความมืดแล้ว จึงเหยียดเท้าออกในวันที่ ๘.
๓. อัญญตราอุตตมาเถรีคาถา
สุภาษิตแสดงผลการเจริญโพชฌงค์ ๗
[๔๓๒] โพชฌงค์ ๗ ประการนี้ เป็นหนทางแห่งการบรรลุนิพพาน เราเจริญ
แล้วทั้งหมด ตามที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแล้ว เรามีปกติได้สุญญตสมา
บัติและอนิมิตตสมาบัติตามปรารถนา เราเป็นธิดาผู้เกิดแต่พระอุระ
ของพระพุทธเจ้า ยินดีแล้วในนิพพานทุกเมื่อ กามทั้งปวง

390
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 391 (เล่ม 26)

ทั้งเป็นของทิพย์และเป็นของมนุษย์ เราก็ตัดขาดแล้ว ชาติสงสารสิ้นแล้ว
บัดนี้ ภพใหม่มิได้มี.
๔. ทันถิกาเถรีคาถา
สุภาษิตแสดงการเอาอย่างที่ดี
[๔๓๓] เราออกจากที่พักในกลางวันบนภูเขาคิชฌกูฏ ได้เห็นช้างลงสู่แม่น้ำ
แล้วขึ้นจากแม่น้ำนั้น ที่ฝั่งแม่น้ำจันทรภาคา นายหัตถาจารย์ถือขอแล้ว
ให้สัญญาว่า จงเหยียดเท้าออก ช้างเหยียดเท้าออกแล้ว นายหัตถาจารย์
จึงขึ้นช้างนั้น เราเห็นช้างนั้นผู้ไม่เคยได้รับการฝึก ครั้นนายหัตถาจารย์
ฝึกแล้ว เป็นสัตว์ตกอยู่ในอำนาจของมนุษย์ทั้งหลาย ภายหลังแต่การเห็น
ช้างนั้นแล้ว เราจึงไปสู่ป่า ยังจิตให้เป็นสมาธิ เพราะกิริยานั้นเป็นเหตุ.
๕. อุพพิริเถรีคาถา
สุภาษิตประกาศตนถึงไตรสรณคมน์
พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า
[๔๓๔] ดูกรนางอุพพิริ ท่านคว่ำครวญอยู่ในป่าว่า “ลูกชีวาเอ๋ย” ดังนี้ ท่าน
จงรู้สึกตนก่อนเถิด บรรดาธิดาของท่านที่มีชื่อเหมือนกันว่าชีวา ถูกเผา
อยู่ในป่าช้าใหญ่นี้ประมาณ ๘๔,๐๐๐ คน ท่านจะเศร้าโศกถึงธิดาคนไหน?
นางอุพพิริทูลว่า
ลูกศรคือความโศก เป็นของเห็นได้ยาก เสียบอยู่แล้วในหทัย หม่อม
ฉันถอนขึ้นได้แล้ว หม่อมฉันบรรเทาความเศร้าโศกถึงธิดาของหม่อมฉัน
ผู้ถูกความโศกครอบงำได้แล้ว วันนี้ หม่อมฉันถอนลูกศรคือความโศก
ขึ้นแล้ว. หมดความอยาก ดับรอบแล้ว เข้าถึงแล้วซึ่งพระพุทธเจ้า
ผู้เป็นนักปราชญ์ กับทั้งพระธรรมและพระภิกษุสงฆ์ ว่าเป็นสรณะ
๖. สุกกาเถรีคาถา
สุภาษิตชวนดื่มธรรมรส
[๔๓๕] พวกมนุษย์ในเมืองราชคฤห์เหล่านี้ ทำอะไรกัน มัวดื่มน้ำผึ้ง ดีดนิ้ว
มืออยู่ ไม่เข้าไปหาพระสุกกาเถรี ผู้แสดงคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าอยู่

391
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 392 (เล่ม 26)

เล่า ส่วนชนเหล่าผู้มีปัญญา ย่อมดื่มธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า
นั้น เป็นธรรมไม่นำกลับหลัง เป็นธรรมเครื่องทำบุคคลผู้ฟังให้ชุ่มชื่น
มีโอชะดุจบุคคลผู้เดินทางไกล ดื่มน้ำอันไหลมาจากซอกเขา ฉะนั้น
พระสุกกาเถรีมีธรรมอันบริสุทธิ์ ปราศจากราคะ มีจิตตั้งมั่น ชนะมาร
พร้อมทั้งพาหนะ ทรงไว้ซึ่งร่างกายอันมีในที่สุด.
๗. เสลาเถรีคาถา
สุภาษิตโต้มาร
มารกล่าวกะพระเสลาเถรีว่า
[๔๓๖] นิพพานอันเป็นที่สลัดออกไม่มีในโลก ท่านจักทำประโยชน์อะไรได้
ด้วยวิเวกเล่า จงบริโภคความยินดีในกามทั้งหลายเถิด ท่านอย่าได้เป็น
ผู้มีความเดือดร้อนในภายหลังเลย.
พระเสลาเถรีกล่าวว่า
กามทั้งหลายมีอุปมาดังหอกและหลาว ครอบงำขันธ์ทั้งหลายไว้ ท่านกล่าว
ถึงความยินดีในกามชนิดใด เดี๋ยวนี้ ความยินดีในกามชนิดนั้นของเรา
ไม่มีแล้ว เรากำจัดความเพลิดเพลินในสิ่งทั้งปวงแล้ว ทำลายกองแห่ง
ความมืดได้แล้ว ดูกรมารผู้ชั่วช้า ท่านจงรู้อย่างนี้ ตัวท่านเป็นผู้อันเรา
กำจัดแล้ว
๘. โสมาเถรีคาถา
สุภาษิตโต้มาร
มารกล่าวว่า
[๔๓๗] ฐานะอันประเสริฐกล่าวคือ อรหัต อันฤาษีทั้งหลายพึงบรรลุ บุคคล
เหล่าอื่นให้สำเร็จได้โดยยาก ท่านเป็นหญิงมีปัญญาเพียง ๒ องคุลีเท่านั้น
ไม่สามารถจะบรรลุฐานะอันประเสริฐนั้นได้.

392