พุทธธรรมสงฆ์


พระอรหันต์เมื่ออยู่ในเพศบรรพชิตแล้ว จะไม่ฆ่าตัวตายหรือปรินิพพานเองเมื่อไม่มีเหตุ

ก็เพราะว่า คฤหัสถ์ที่บรรลุพระอรหันต์แล้ว จำต้องบวชหรือปรินิพพาน ถ้าไม่บวชก็จะปรินิพพาน แต่ถ้าบวชแล้ว ก็หมายความว่า จะไม่ปรินิพพานไง เพราะไม่ได้อยู่ในเพศคฤหัสถ์ ที่เป็นเพศต่ำแล้ว ฉะนั้น ที่ว่า พระอรหันต์ที่อยู่ในเพศบรรพชิตแล้วฆ่าตัวตายมันก็ไม่ใช่ไง ท่านจะปรินิพพานเองของท่านเมื่อถึงเวลา กรณีพระอรหันต์ที่เป็นโยมโน้น ถึงจะปรินิพพาน ถ้าไม่บวช ฉะนั้น ที่ว่าพระอรหันต์ฆ่าตัวตายจึงขัดกับข้อนี้อีก

...พระศาสดาตรัสเรียกภัททิยเศรษฐีมาแล้วตรัสว่า ดูก่อนมหาเศรษฐี บุตรของท่านประดับประดาตกแต่งแล้วฟังธรรมกถาได้ดำรงอยู่ในพระอรหัต เพราะฉะนั้น วันนี้ บุตรของท่านควรจะบรรพชา หรือควรจะปรินิพพาน ภัททิยเศษฐีกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ กิจด้วยการปรินิพพานแห่งบุตรของข้าพระองค์ ย่อมไม่มี ขอพระองค์จงให้บุตรของข้าพระองค์นั้นบรรพชาเถิด...

...ในกาลจบเทศนา พระนางเขมาทรงดำรงอยู่ในพระอรหัต เทศนาได้มีประโยชน์แม้แก่มหาชนแล้ว พระศาสดาตรัสกะพระราชาว่า " มหาบพิตร พระนางเขมาจะบวชหรือปรินิพพาน จึงควร ?" พระราชา โปรดให้พระนางบวชเถิด พระเจ้าข้า อย่าเลยด้วยการปรินิพพาน...

แต่กรณีพระอรหันต์ที่เป็นโยมปรินิพพานนั้น ก็ไม่ใช่ฆ่าตัวตายอีก แต่ดับไปเอง อย่างเช่น พระเจ้าสุทโธทนะ ดับไปเลย แต่ถ้ากรณียังหนุ่ม เท่าที่อ่านเห็นมีแต่บวช เพื่อเป็นเนื้อนาบุญแก่สัตว์โลก

...พระราชาทรงดำรงอยู่ในโสดาปัตติผล แต่นั้นพระราชา ก็ทรงนิมนต์ภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข ให้เสวยและบริโภคในภาชนะที่พระองค์ตบแต่งไว้แล้วในพระราชมนเทียรของพระองค์ ในที่สุดแห่งการบริโภคทรงสดับธัมมปาลชาดกแล้ว พร้อมด้วยบริษัทได้ทรงดำรงอยู่ในอนาคามิผล กาลต่อมาบรรทมอยู่ ณ ภายใต้มหาเศวตฉัตรนั่นแหละทรงบรรลุพระอรหัตปรินิพพานแล้ว...

ส่วนกรณีที่มีกล่าวไว้ ไม่ว่าจะเป็นกรณีพระฉันนะ พระโคธิกะ พระวักกลิ ก็ไม่ใช่เป็นพระอรหันต์แล้วฆ่าตัวตาย หรือ กรณีฆ่ากันในต้นบัญญัติปาราชิกข้อ 3 ก็ไม่ใช่ว่าพระอริยะจะไปฆ่าตัวตาย หรือ กรณีภิกษุ 500 รูป ก็ไม่ใช่ มีอรรถกถาอธิบายกำกับไว้อยู่แล้ว

กระทู้เกี่ยวข้อง :   # พระอริยะไม่ทำปาณาติบาต   # พระฉันนะ พระโคธิกะ พระวักกลิ ไม่ได้ฆ่าตัวตายหลังเป็นพระอรหันต์แล้ว แต่ทำก่อนเป็น