ฉันไม่ถูกตามที่ทรงอนุญาตไว้ จะไม่ต้องปาจิตตีย์ เป็นไปไม่ได้ (ฉันหนึ่งมื้อ)
13/12/2024 18:36:20- ก่อนเที่ยง พูดถึงจำนวนการฉัน เพราะบัญญัติสิกขาบทที่เกี่ยวกับจำนวนการฉันไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็น ปรัมปรโภชนสิกขาบท สิกขาบทข้อห้ามภัตแล้วฉันอีก สิกขาบทข้อฉันอาหารในโรงทาน (ขึ้นอยู่กับว่าต้องตามข้อไหน) ที่ล้วนแต่พูดถึงจำนวนของการกินทั้งนั้น ฉะนั้น ในช่วงเวลาก่อนเที่ยง จึงมุ่งจำนวนการกิน ไม่ใช่กาล และเวลาต้องอาบัติ ก็ต้องเพราะจำนวนการกินเป็นปัจจัย เช่น ฉันตามจำนวนที่ทรงอนุญาตไว้ ไม่เป็นอาบัติ แต่ถ้าฉันเกินจำนวนที่อนุญาตไว้ เป็นอาบัติทันที
- ส่วนกรณีที่อนุญาตฉันเกินหนึ่งครั้งได้ ในข้อย่อยของพระบัญญัติหลักที่เกี่ยวกับจำนวนการฉันนั้น ก็ต้องให้สอดคล้องกับที่ทรงอนุญาตไว้เท่านั้นจึงจะไม่เป็นอาบัติ ไม่ตรงตามที่ทรงอนุญาตไว้ จะไม่ต้องปาจิตตีย์ เป็นไปไม่ได้ และที่อนุญาตฉันเกินหนึ่งครั้งได้ในสิกขาบทข้อย่อยเหล่านี้ ก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับที่อรรถกถาอธิบายกรณีฉัน 10 ครั้ง
- ก่อนเที่ยง มุ่งจำนวน เลยเที่ยงไปเท่านั้น จึงจะเรียกว่า "มุ่งกาล" วิกาลโภชนาสิกขาบท ชื่อก็บอกอยู่ และเมื่อต้องอาบัติ ก็ต้องเพราะกาลเป็นปัจจัย เช่น ก่อนเที่ยงไม่ได้ฉันอะไรเลย แต่ไปฉันเอาหลังเลยเที่ยงไปแล้ว แม้จะฉันแค่ครั้งเดียวก็ตาม ต้องอาบัติข้อวิกาลโภชนาสิกขาบท เพราะกาลเป็นปัจจัย แต่จะไม่ได้ต้องอาบัติที่เกี่ยวกับจำนวนของการฉัน ในช่วงเวลาก่อนเที่ยง
- พระพุทธเจ้าฉันแค่หนึ่งครั้ง เพราะท่านครัสไว้เองว่าฉันแค่หนึ่งครั้ง และ ก็ทรงบัญญัติสิกขาบท ที่เกี่ยวกับจำนวนการฉัน ที่ล้วนแต่ไปในแนวเดียวกันหมด คือ หนึ่งครั้ง และ ในพระไตรปิฎก ไม่พบหลักฐานว่าพระพุทธเจ้าฉันมากกว่าหนึ่งครั้ง มันไม่ใช่ว่า พระพุทธเจ้าไปนั่งรอเขาทำอาหาร ฉันของรองท้องไปก่อน แล้วก็ฉันอีก ไม่ใช่ เขาทำเสร็จเรียบร้อยหมดแล้วจึงไปกราบทูล เรียกว่า แจ้งภัตกาล