ฉันเสร็จแล้วรับประเคนใหม่ต้องอาบัติทุกกฏ (ฉันเช้าฉันเพลไม่มี)
20/05/2026 13:40:34...ดูกรภัททาลิ ถ้าอย่างนั้น เธอรับนิมนต์ ณ ที่ใดแล้ว พึงฉัน ณ ที่นั้นเสียส่วนหนึ่งแล้วนำส่วนหนึ่งมาฉันอีกก็ได้...
อรรถกถาท่านอธิบายไว้แล้ว "...ภทฺทาลิ ปน จินฺเตสิ สเจ สกึ ปตฺตํ ปูเรตฺวา ทินฺนํ ภตฺตํ ภุญฺชิตฺวา ปุน ปตฺตํ โธวิตฺวา โอทนสฺส ปูเรตฺวา ลทฺธํ พหิ นีหริตฺวา ฉายูทกผาสุเก ฐาเน ภุญฺเชยฺย ฯ อิติ เอวํ วฏฺเฏยฺย ฯ อิตรถา โก สกฺโกตีติ ฯ..." / "...Bhaddāli pana cintesi "sace sakiṁ pattaṁ pūretvā dinnaṁ bhattaṁ bhuñjitvā puna pattaṁ dhovitvā odanassa pūretvā laddhaṁ bahi nīharitvā chāyūdakaphāsuke ṭhāne bhuñjeyya, iti evaṁ vaṭṭeyya, itarathā ko sakkotī" ti..."
...ได้ยินว่าพระเถระแต่ก่อนเมื่อทายกใส่อาหารลงในบาตรแล้วถวายเนยใส ฉันเนยใสร้อนหน่อยหนึ่งแล้วล้างมือนำส่วนที่เหลือไปภายนอก นั่งฉันในที่มีร่มไม้และน้ำสบาย พระศาสดาตรัสหมายถึงอย่างนั้น แต่ท่านพระภัททาลิคิดว่า หากภิกษุฉันอาหารที่ทายกถวายเต็มบาตรคราวเดียวแล้วล้างบาตรนำอาหารที่ได้เต็มด้วยข้าวสุกไปในภายนอกแล้วพึงฉันในที่มีร่มไม้และน้ำสบาย พึงควรอย่างนี้ นอกไปจากนี้ใครเล่าจะสามารถ...
เทียบข้อนี้ ในปุเรภัต พระฉันเสร็จแล้วไม่กล้ารับ แต่พระพุทธเจ้าก็อนุญาตเฉพาะสมัยทุพภิกขภัย
...ก็คราวนั้นเป็นสมัยทุพภิกขภัย ภิกษุทั้งหลายรับสิ่งของเล็กน้อยแล้วห้ามเสียบ้าง พิจารณาแล้วห้ามเสียบ้าง เป็นอันว่าภิกษุสงฆ์ล้วนเป็นผู้ห้ามภัตรทั้งนั้น ภิกษุทั้งหลายรังเกียจไม่รับประเคน พระผู้มีพระภาคตรัสอนุญาตแก่ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงรับประเคนฉันเถิด เราอนุญาตให้ภิกษุผู้ฉันเสร็จ ห้ามภัตรแล้ว ฉันโภชนะอันไม่เป็นเดน ซึ่งรับประเคนไว้ในปุเรภัตรได้
และทุกสิกขาบทก่อนภัต จะมีข้อนี้กำกับไว้ "รับประเคนด้วยตั้งใจว่าจักฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ" ฉันเสร็จแล้วรับประเคนใหม่ต้องอาบัติทุกกฏ กลืนกินต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุก ๆ คำกลืน ฉะนั้น ฉันเช้าแล้วก็ไปฉันเพลอีกต้องอาบัติปาจิตตีย์