พุทธธรรมสงฆ์


ฉันโภชนะอันไม่เป็นเดนซึ่งรับประเคนไว้ในปุเรภัตรได้ในสมัยทุพภิกขภัยเท่านั้น

จะเห็นได้ว่า อนุญาตเฉพาะสมัยทุพภิกขภัย ก็หมายความว่า ในคราวปกติ รับฉันแบบนี้ไม่ได้ ถ้าฉันเสร็จแล้วจะรับฉันได้อีก ต้องให้สอดคล้องตามอนุบัญญัติของสิกขาบทก่อนภัต ในธรรมวินัยนี้ฉันหนึ่งมื้อคือฉันครั้งเดียว

...ก็คราวนั้นเป็นสมัยทุพภิกขภัย ภิกษุทั้งหลายรับสิ่งของเล็กน้อยแล้วห้ามเสียบ้าง พิจารณาแล้วห้ามเสียบ้าง เป็นอันว่าภิกษุสงฆ์ล้วนเป็นผู้ห้ามภัตรทั้งนั้น ภิกษุทั้งหลายรังเกียจไม่รับประเคน พระผู้มีพระภาคตรัสอนุญาตแก่ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงรับประเคนฉันเถิด เราอนุญาตให้ภิกษุผู้ฉันเสร็จ ห้ามภัตรแล้ว ฉันโภชนะอันไม่เป็นเดน ซึ่งรับประเคนไว้ในปุเรภัตรได้

...ลำดับนั้น ผู้มีพระภาคทรงทำธรรมีกถาในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภัตตาหารที่เราอนุญาตแก่ภิกษุทั้งหลายเมื่อคราวอัตคัดอาหาร มีข้าวกล้าน้อย บิณฑบาตได้ฝืดเคือง คืออาหารที่เก็บไว้ภายในที่อยู่ ๑ อาหารที่หุงต้มภายในที่อยู่ ๑ อาหารที่หุงต้มเอง ๑ อาหารที่จับต้องแล้วประเคนใหม่ ๑ อาหารที่ทายกนำมาจากที่นิมนต์นั้น ๑ อาหารที่รับประเคนฉันในปุเรภัต ๑ อาหารที่เกิดในป่าและเกิดในสระบัว ๑ ภัตตาหารเหล่านั้น เราห้ามจำเดิมนี้เป็นต้นไป...

ฉันเสร็จแล้วรับใหม่ฉันใหม่ ต้องอาบัติทุกกฏเพราะรับ ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุก ๆ คำกลืน แต่สมัยนี้เขาไม่สนกันแล้ว