กรณียกเอาเรื่องการสร้างพุทธรูปมาอ้างว่าเหมือนกับสร้างอนุสาวรีย์ทางโลก

ในเอกปุคคล พระองค์หมายเอาเฉพาะสร้างรูปเปรียบพระองค์ ท่านไม่ได้ไปห้ามเรื่องความเป็นไปของทางโลก และศาสนาพุทธก็ไม่เกี่ยวกับตัวกษัตริย์เลย ศาสนจักรขาดอุปถัมภ์อยู่ไม่ได้ แต่อาณาจักรไม่มีศาสนจักรก็ไปได้ คือ แม้ไม่มีศาสนาพุทธ ชาวโลกเขาก็เป็นไปของเขา แม้ไม่มีศาสนาพุทธ กษัตริย์ก็ยังมีอยู่ ประเพณีทางโลก ก็ยังมีอยู่

แต่บางคนไม่เข้าใจ ไปยกเอาเรื่องการสร้างอนุสาวรีย์ที่เป็นเรื่องของทางโลกมาอ้างใส่ทางธรรมว่า สร้างรูปปั้นเปรียบพระตถาคตก็เหมือนกับสร้างอนุสาวรีย์ อันนี้ไม่ถูก เพราะการสร้างอนุสาวรีย์ในทางโลก ไม่ได้สร้างรูปเปรียบพระตถาคต จึงไม่เป็นบาปเพราะไปสร้างรูปเปรียพระตถาคต แม้แต่การสร้างรูปเปรียบก็ไม่เหมือนกับสร้างสถูปด้วย การสร้างสถูป คือสร้างบรรจุพระธาตุ สร้างได้ มีอนุญาตไว้ แต่การสร้างรูปเปรียบ คือทำเป็นรูปทรงท่าน อันนี้ไม่ได้ ไม่เหมือนกัน

พระพุทธเจ้าไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับระบบคฤหัสถ์ ท่านรู้ว่ามีนักโทษ ท่านก็ไม่ได้บอกให้พระราชาปล่อยตัวนักโทษ และพระราชาก็ไม่ได้เอาเรื่องการประหารนักโทษ มาหักล้างหรือมาข่มปาณาติบาตที่พระพุทธเจ้าตรัส ฉะนั้น อย่าเอาเรื่องทางโลกมาข่มทางธรรม ยุคนี้คือยุคเสื่อม พระก็อยากทำตัวเหมือนโยม โยมเองก็ไม่เข้าใจ อยากให้ทางโลกเป็นเหมือนทางธรรม อยากให้ทางธรรมเป็นเหมือนทางโลก

แต่พระตถาคตไม่กล่าวขัดแย้งกับโลก มีแต่ชาวโลกกล่าวขัดแย้งกับพระตถาคต บ้านเมืองจึงเดือดร้อน

...ตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายมาแล้วตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราตถาคตไม่กล่าวขัดแย้งกับโลก แต่ชาวโลกกล่าวขัดแย้งกับเราตถาคต ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้กล่าวเป็นธรรม จะไม่กล่าวขัดแย้งกับใคร ๆในโลก สิ่งใดที่บัณฑิตในโลกสมมติว่าไม่มี แม้เราตถาคตก็กล่าวสิ่งนั้นว่าไม่มี สิ่งใดที่บัณฑิตในโลกสมมติว่ามี แม้เราตถาคตก็กล่าวว่ามี ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สิ่งที่บัณฑิตในโลกสมมติว่าไม่มี ซึ่งเราก็กล่าวว่าไม่มี นั้นคืออะไร ?...