ให้ขี้เป็นบาปก็มี ให้ขี้เป็นบุญก็มี บุญสามารถแปลงเป็นอย่างอื่นได้ก็มี
13/05/2025 16:28:14[๖๕๑] ฯ ล ฯ ท่านพระมหาโมคคัลลานะได้ตอบว่า เมื่อผมลงมาจากภูเขาคิชฌกูฏ ได้เห็นบุรุษผู้จมอยู่ในหลุมคูถ ใช้มือทั้งสองกอบคูถกิน ฯ ล ฯ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สัตว์นี้ได้เป็นพราหมณ์อยู่ในกรุงราชคฤห์นี้เอง พราหมณ์นั้นนิมนต์พระภิกษุสงฆ์ในพระศาสนาของพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยภัตแล้ว เอาคูถใส่จนเต็มรางแล้ว ใช้ให้คนไปบอกเวลาแล้วกล่าวว่า ท่านเจ้าข้า ขอพวกท่านจงฉันและจงนำไปจนพอแก่ความต้องการเถิด ฯ ล ฯ...
ให้สิ่งใดจะได้สิ่งนั้นก็จริง ให้ขี้เป็นปุ๋ย บุญก็จะส่งผลให้ผู้นั้นมีขี้ มีปุ๋ยได้ใช้ ได้ขาย แต่บุญก็สามารถแปลงเป็นอื่นได้ ไม่ใช่ทำบุญด้วยขี้ ก็จะต้องได้รับขี้ในแบบเดียวกันเท่านั้น เรื่องบุญแปลงสภาพเป็นอื่น มีให้เทียบเคียงเยอะเลย เช่น เรื่องนายปุณณะ ที่ทองคำกายเป็นดิน
...พระราชาทรงสดับเรื่องนั้นแล้ว ตรัสว่า ท่านทั้งหลาย เขาว่าผลทานที่ถวายท่านพระธรรมเสนาบดีแสดงออกแล้วในวันนี้นี่เอง ตรัสถามว่า พ่อเอ๋ย เจ้าจะทำอย่างไร กราบทูลว่า โปรดส่งเกวียนหลายพันเล่มให้ขนทองเข้ามาเถิด พระเจ้าข้า พระราชาก็ทรงส่งเกวียนไปขนเมื่อพวกราชบุรุษถือเอาทอง ด้วยพูดว่า สมบัติของพระราชา ทองที่ถือเอาก็กลายเป็นดินไป...
เรื่องเทวดาเหล่านิมมานรดี เนรมิตกามโภคะ ตามที่เทวดาเหล่าปรนิมมิตวสวัตตีชอบใจ
...มฺมานรตี ความว่า ชื่อว่าเทวดาเหล่านิมมานรดี เพราะอรรถว่า เทวดาเหล่านั้น ยินดีในของเนรมิตที่ตนเนรมิตแล้ว ๆ อย่างนั้น บทว่าปรนิมฺมิตกามา แปลว่า ผู้มีกามที่ผู้อื่นเนรมิตให้ เพราะว่า เทวดาพวกอื่นรู้ใจของเทวดาเหล่านั้น แล้วก็เนรมิตกามโภคะตามที่ชอบใจให้ เทวดาเหล่านั้น ย่อมยังอำนาจให้เป็นไปในกามโภคะนั้นนั่นแหละ...
ทำบุญแบบหนึ่งแล้วอธิษฐานให้บุญส่งผลในอีกแบบก็ได้ แม้แต่ทำบุญแล้วตั้งให้การทำชั่วของตนเองสำเร็จผลยังมีเลย เช่น ทำบุญกับพระปัจเจกพุทธเจ้าแล้วตั้งความปรารถนาให้ได้ฆ่าพญาช้างฉัททันต์
...พรานเอ๋ย ในชาติก่อนเราได้ถวายทานแก่พระปัจเจกพุทธเจ้าแล้ว ตั้งความปรารถนาไว้ว่า ขอให้เราเป็นคนสามารถที่จะให้ฆ่าพญาช้างฉัททันต์เชือกนี้เอางาทั้งคู่มาให้ได้ ใช่ว่าฉันจะฝันเห็นก็หามิได้ อนึ่ง ความปรารถนาที่ฉันตั้งไว้ต้องสำเร็จ เจ้าไปเถิด อย่ากลัวเลย...
เช่น เรื่องบุตรเศรษฐีชื่อเขมกะทำบุญแล้วตั้งความปรารถนาชั่ว ก็สมหวัง แต่ผลคือความพินาศของตนเอง
...ถามว่า " ก็บุรพกรรมของนายเขมกะนั้น เป็นอย่างไร ? " แก้ว่า " ดังได้สดับมา ในสมัยของพระพุทธเจ้าพระนามว่ากัสสป เขาเป็นนักมวยที่เก่งที่สุด ยกธงทอง ๒ แผ่นขึ้นไว้ที่กาญจนสถูปของพระทศพลแล้ว ตั้งความปรารถนาไว้ว่า " เว้นหญิงที่เป็นญาติสาโลหิตเสีย หญิงที่เหลือเห็นเราแล้วจงกำหนัด" นี้เป็นบุรพกรรมของเขาด้วยประการฉะนี้ เพราะฉะนั้น หญิงของคนเหล่าอื่น เห็นเขาในที่เขาเกิดแล้วจึงไม่สามารถเพื่อจะดำรงอยู่ตามภาวะของตนได้ ดังนี้แล...
แม้โภคทรัพย์ในโลกมนุษย์ ยังแปลงเป็นอื่นได้เลย เช่น มีเงินก็เอาไปซื้อที่ดิน มีเงินก็เอาไปซื้อข้าวกิน มีดินก็เอาไปขายเอาเงิน ในพระวินัยก็มี ให้เอาเงินไปแลกกัปปิยะ เหล่านี้เป็นต้น ล้วนแต่เอามาเทียบได้ทั้งนั้น โลกมนุษย์มีระบบแบบนี้ ชาวทิพย์ก็มี แปลงบุญได้เหมือนกัน