เอาแต่ฎีกาและอรรถกถาโดยไม่เทียบมาใส่คำของพระศาสดาว่าสอดคล้องหรือไม่ ก็เรียกว่า สุดโต่ง

สุดโต่งมีอยู่ 2 อย่าง หย่อนเกินไป (เรียกว่าขาดปัญญาในคำสอน) หรือ ตึงเกินไป (เรียกว่าทำเกินคำสอน) ทั้งสองอย่างนี้ล้วนแต่นอกคำสอน

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ส่วนสุดสองอย่างนี้ อันบรรพชิตไม่ควรเสพ ส่วนสุดสองอย่างนั้นเป็นไฉน คือ การประกอบตนให้พัวพันด้วยกามสุขในกามทั้งหลาย เป็นของเลว เป็นของชาวบ้าน เป็นของปุถุชน ไม่ประเสริฐไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ๑ การประกอบความลำบากแก่ตน เป็นทุกข์ ไม่ประเสริฐ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ๑ ข้อปฏิบัติอัน เป็นสายกลาง ไม่เข้าไปใกล้ส่วนสุด ๒ อย่างเหล่านั้น...

เอาแต่ฎีกาและอรรถกถา ขอแค่มีเขียนไว้ หามาอ้างหมด โดยไม่เทียบมาใส่คำของพระศาสดาเลยว่าสอดคล้องกันหรือไม่ อันนี้ ก็เรียกว่า สุดโต่งไปในแนว ขาดปัญญาในคำสอน เพราะพระพุทธเจ้าให้สอบสวน เทียบมาใส่คำของท่านว่าเข้ากันได้ไหม ถ้าไม่ได้ก็ไม่ให้ถือเอา ถ้าได้ก็ให้ถือเอา

...พวกเธอไม่พึงชื่นชม ไม่พึงคัดค้านคำกล่าวของภิกษุนั้น ครั้นไม่ชื่นชม ไม่คัดค้านแล้ว พึงเรียนบทพยัญชนะเหล่านั้นให้ดีแล้ว สอบสวนในพระสูตรเทียบเคียงในพระวินัย ถ้าสอบสวนในพระสูตร เทียบเคียงในพระวินัย ลงในพระสูตรไม่ได้ เทียบเคียงในพระวินัยไม่ได้ พึงถึงความตกลงใจในข้อนี้ว่านี้ไม่ใช่คำสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น และภิกษุนี้จำมาผิดแล้วแน่นอน ดังนั้น พวกเธอพึงทิ้งคำกล่าวนั้นเสีย...

คนที่หาข้อมูลมาได้เยอะๆ เอามาจากไหนก็ตาม มันดูเหมือนคนมีความรู้ แต่ที่จริงแล้ว ไม่ได้วัดกันที่ตรงนี้ แต่วัดกันที่มันสอดคล้องกับที่พระพุทธเจ้าตรัสหรือไม่ ถ้ามันไม่สอดคล้องกับที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ ยังไงมันก็ไม่ได้ ไม่ว่าผู้นั้นเป็นใครพูดก็ตาม

กระทู้เกี่ยวข้อง :  #บุคคลสุดโต่ง ไม่เข้าใจคำว่าสุดโต่ง แล้วก็ไปกล่าวตู่ผู้ที่ไม่กราบรูปปั้นว่าสุดโต่ง  #เอาแต่พุทธพจน์ไม่เอาอรรถกถาเลย อันนี้เรียกว่า สุดโต่ง