พุทธธรรมสงฆ์


“อันบุคคลเสพแล้ว เจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว” (เข้าใจพุทธพจน์ผิดเพี้ยนว่าดื่มสุราเล็กน้อยไม่บาป)

การดื่มน้ำเมา ดื่มน้อยก็บาปน้อย ดื่มมากก็บาปมาก แต่ไม่ได้หมายความว่าดื่มน้อย ไม่บาปเลย ไม่ใช่ ที่พระองค์ตรัสว่า "อันบุคคลเสพแล้ว เจริญแล้ว กระทำไห้มากแล้ว คำนี้ ไม่ได้หมายความว่า "ดื่มเล็กน้อยไม่บาปเลย"

...ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การดื่มน้ำเมาคือสุราและเมรัยอันบุคคลเสพแล้ว เจริญแล้ว กระทำไห้มากแล้ว ย่อมยังสัตว์ให้เป็นไปในนรก ในกำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน ในเปรตวิสัย วิบากแห่งการดื่มสุราและเมรัยอย่างเบาที่สุด ย่อมยังความเป็นบ้าให้เป็นไปแก่ผู้มาเกิดเป็นมนุษย์....

เหตุแห่งหายนะเริ่มมาจากการดื่มเล็กน้อย ดื่มนิดหน่อย ก็มีเรื่องตัวอย่างให้เห็นอยู่แล้ว เรื่องบุตรเศรษฐีผู้ผลาญทรัพย์

...บุตรเศรษฐีนั้นพูดว่า " เมื่อเป็นเช่นนั้น แม้เราดื่มก็ควร " ดังนี้แล้ว จึงให้นำมาแต่นิดหน่อยแล้วก็ดื่ม ต่อมาไม่นานนัก นักเลงเหล่านั้นรู้ว่าบุตรเศรษฐีนั้นดื่ม จึงพากันแวดล้อมบุตรเศรษฐีนั้น เมื่อกาลล่วงไปก็ได้มีบริวารหมู่ใหญ่...

ส่วนรายละเอียดที่ว่า เอาไปใส่ในแกงเพื่อดับกลิ่นคาวนั้น ต้องมีปริมาณเพียงเล็กน้อย (ที่มีอธิบายไว้ก็ 1 องคุลี) จนไม่มีสี มีกลิ่น และรสแห่งน้ำเมาปรากฏ จึงจะไม่ผิด อย่างไรก็ตาม มันมีวิธีอื่นอีกเยอะ เช่น ใช้น้ำส้มสายชู มันไม่ใช่เรื่องที่จะเอาไปเถียงให้ได้ดื่มสุรา หลักการพระพุทธศาสนา คือ ท่านให้หลีกเลี่ยง คนมีปัญญาจะรู้จักหลีกเลี่ยงเอา

แต่คนที่จะหาข้ออ้างให้ตนเองได้ดื่มสุรา ก็จะเอาเรื่องเหล่านี้ ไปจับเข้ากับข้อที่ว่า สุราไม่มีในอกุศลกรรมบท 10 แล้วก็ตีความเอาเองว่า ดื่มนิดหน่อยไม่เป็นบาป

กระทู้เกี่ยวข้อง :   # ศีลข้อสุราเมรัยขาดนับเอาเมื่อดื่มล่วงเข้าไปในลำคอ ไม่ได้นับเอาตรงที่เมาหรือไม่เมา