พุทธธรรมสงฆ์


ฟ้อนรำ ขับร้อง ประโคมดนตรี ด้วยตนเองก็ไม่ได้ ดูคนอื่นทำก็ไม่ได้ ต้องอาบัติทุกกฏ

"ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงไปดูการฟ้อนรำ [นจฺจํ] การขับร้อง [คีตํ] หรือการประโคมดนตรี [วาทิตํ] รูปใดไป ต้องอาบัติทุกกฏ"

น ภิกฺขเว นจฺจํ วา คีตํ วา วาทิตํ วา ทสฺสนาย คนฺตพฺพํ โย คจฺเฉยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ

ในจุลศีล "เธอเว้นขาดจากการฟ้อนรำ [นจฺจ] ขับร้อง [คีต] ประโคมดนตรี [วาทิต] และดูการเล่นอันเป็นข้าศึกแก่กุศล [วิสูกทสฺสนา]"

นจฺจคีตวาทิตวิสูกทสฺสนา ปฏิวิรโต โหติ

ความหมายคือ ฟ้อนรำ ขับร้อง ประโคมดนตรี ด้วยตนเองก็ไม่ได้ ดูคนอื่นทำก็ไม่ได้ อรรถกถาท่านก็อธิบายไว้อยู่แล้ว

...ชื่อว่า ดูการเล่นอันเป็นข้าศึกแก่กุศล เพราะการดูเป็นข้าศึก คือเป็นศัตรู เพราะขัดต่อพระศาสนา ที่ว่า จากการฟ้อนรำ ขับร้องประโคมดนตรี และดูการเล่นอันเป็นข้าศึก คือ จากการฟ้อนรำ ขับร้องและประโคมด้วยตนเอง ด้วยอำนาจฟ้อนเองและให้ผู้อื่นฟ้อน เป็นต้นและการดูการฟ้อน เป็นต้น โดยที่สุดที่เป็นไปด้วยอำนาจการฟ้อนของนกยูง เป็นต้น อันเป็นข้าศึก...

และก็เช่นเดียวกัน ไม่ใช่จะไปตีความว่า ท่านห้ามไปดูคนอื่นเล่นเท่านั้น แต่ถ้าฟ้อนรำเอง ขับร้องเอง ประโคมดนตรีเอง ไม่ได้ห้าม ไม่มีในพระบัญญัติโดยตรง เหมือนอย่างกรณี พระขับรถเองก็จะว่าไม่ผิด

ทำวิดีโอเผยแผ่ธรรม กลัวไม่เป็นที่น่าสนใจ กลัวไม่มีคนมาดู ก็เลยเอาดนตรีไปแทรกใส่เนื้อหาธรรม อันนี้ก็ผิด