พุทธธรรมสงฆ์


พระอมอวัยวะเพศชาย เป็นปาราชิกหรือไม่

ผู้ที่มีจิตปฏิพัทธ์ในผู้ชาย พอใจยินดีในการอมอวัยวะเพศชาย อันนี้เรียกว่าบัณเฑาะก์ จะไม่ต้องอาบัติอะไรเลย เพราะเป็นอนุปสัมบัน ถ้าผู้ถูกอมเป็นอุปสัมบัน ยินดีก็ต้องปาราชิก ถ้าไม่ยินดี พยายามด้วยกายเพื่อให้พ้น ไม่ต้องอาบัติ

เรื่องที่ภิกษุหลังอ่อน ถูกความกระสันบีบคั้นแล้วโค้งตัวอมองค์กำเนิดของตนเองด้วยปากนั้น ไม่ใช่ว่า เห็นทำแบบนั้นแล้ว จะไปเข้าใจว่าเขาเป็นบัณเฑาะก์ ไม่ใช่นะ เดี๋ยวไปเข้าใจผิดว่า บัณเฑาะก์เป็นอุปสัมบัน ไม่ใช่ เขาเป็นชายนั้นแหละ ไม่ได้มีจิตปฏิพัทธ์ในผู้ชาย แต่ทำแบบนั้นก็เพื่อจะเอาองค์กำเนิดของตนเสพเมถุน คนแบบนี้มีอยู่

[๕๘] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีหลังอ่อน เธอถูกความกระสันบีบคั้นแล้ว ได้อมองค์กำเนิดของตนด้วยปาก เธอได้มีความรังเกียจว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงบัญญัติสิกขาบทไว้แล้ว เราต้องอาบัติปาราชิกแล้วกระมังหนอ จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ๆ ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ เธอต้องอาบัติปาราชิกแล้ว

ที่ต้องปาราชิกไม่ใช่เพราะปากเป็นปัจจัยหลัก แต่เพราะเอาอวัยวะเพศของตนเองยัดเข้าทางปาก แต่ถ้าภิกษุผู้นั้นไม่ใช่บัณเฑาะก์ ไม่ได้ยินดี แม้มีคนบังคับให้อ้าปากเพื่อเอาองค์กำเนิดของผู้อื่นสอดใส่ ก็ไม่เป็นอาบัติอะไร

กระทู้เกี่ยวข้อง :   # ที่พระพุทธเจ้าห้ามบวชบัณเฑาะก์ ไม่ได้หมายความว่า ห้ามมรรคจริงหรือ ?   # ไม่ควรบวชให้บัณเฑาะก์   # ปากกับปาก ปากกับทวารหนัก ปากกับองค์กำเนิด ไม่เป็นปาราชิก