พุทธธรรมสงฆ์


พระฉันบวบไม่ได้ต้องอาบัติปาราชิก (เรื่องที่คนเข้าใจผิด)

มีคนไปอ่านเห็นพระวินัยเรื่องนี้ แล้วยกเอาไปอ้างว่าพระอมองค์กำเนิดต้องอาบัติปาราชิก ไม่ใช่นะ

👉 ผู้ที่มีจิตปฏิพัทธ์ในผู้ชาย พอใจยินดีในการอมอวัยวะเพศชาย เขาเป็นบัณเฑาะก์ จะไม่ต้องอาบัติอะไรเลย เพราะเป็นอนุปสัมบัน คือ เขาไม่ใช่พระมาตั้งแต่แรก บวชไม่ขึ้น แต่ในเรื่องนี้ พระรูปนี้ไม่ได้เป็นบัณเฑาะก์นะ ไม่ได้มีจิตปฏิพัทธ์ในผู้ชาย ถ้าเป็นบัณเฑาะก์ พระพุทธเจ้าจะไม่ปรับอาบัติปาราชิกแก่ผู้นั้น ไม่เคยมีพระพุทธเจ้าปรับอาบัติบัณเฑาะก์ มีแต่ให้นาสนะ แต่ถ้าท่านปรับอาบัติ ก็หมายความว่า ภิกษุรูปนั้นเป็นอุปสัมบัน และเขาก็ปาราชิกเพราะเอาองค์กำเนิดของตนเองยัดเข้าปากของตนเองเพื่อเสพเมถุน (องค์กำเนิด) + (ปากของตนเองหรือของผู้อื่น) ต้องอาบัติหมด

👉 องค์กำเนิด คือ "องค์หลัก" ส่วนปาก(ของตนเองหรือของผู้อื่น), องค์กำเนิด(ของผู้อื่น), ทวารหนัก(ของตนเองหรือของผู้อื่น) เป็น "องค์ประกอบ" ฉะนั้น จะเป็นปาราชิกได้ ต้องใช้องค์หลักเท่านั้น แต่ถ้า ปากกับปากของสตรี, ปากกับทวารหนักของสตรี, ปากกับองค์กำเนิดของสตรี, ใช้นิ้วมือสอดใส่องค์กำเนิดของสตรี ไม่เป็นปาราชิก แต่เป็นสังฆาทิเสส ฉะนั้น แม้จะมีคนบังคับให้พระอ้าปากอมองค์กำเนิดของผู้อื่นก็ตาม ไม่เป็นปาราชิก เพราะองค์หลักของเขาไม่ได้ใช้เลย

[๕๘] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีหลังอ่อน เธอถูกความกระสันบีบคั้นแล้ว ได้อมองค์กำเนิดของตนด้วยปาก เธอได้มีความรังเกียจว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงบัญญัติสิกขาบทไว้แล้ว เราต้องอาบัติปาราชิกแล้วกระมังหนอ จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ๆ ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ เธอต้องอาบัติปาราชิกแล้ว

พระวินัยมีรายละเอียดมาก ถ้าอ่านเอาแต่พยัญชนะ ไม่พิจารณาเนื้อความให้ดี ไม่เอาเรื่องอื่นมาเทียบ จะไม่เข้าใจ

กระทู้เกี่ยวข้อง :   # พระอมอวัยวะเพศชาย เป็นปาราชิกหรือไม่