พุทธธรรมสงฆ์


พระที่เป็นเกย์ เป็นกะเทย เสพเมถุนไม่เป็นปาราชิก เพราะเขาไม่ใช่อุปสัมบัน

บัณเฑาะก์ เสพเมถุนไม่เป็นปาราชิก เพราะเขาไม่ใช่อุปสัมบันมาตั้งแต่แรก ไม่พึงให้อุปสมบท แม้จะอุปสมบทแล้ว ก็ไม่เป็นอุปสัมบัน ให้นาสนะเสีย

ดูก่อนภิกษุทั้งหลายอนุปสัมบัน คือ บัณเฑาะก์ ภิกษุไม่พึงให้อุปสมบท ที่อุปสมบทแล้วต้องให้สึกเสีย

สงฆ์ให้อุปสมบทแล้วแม้ตั้งพันครั้ง ก็คงเป็นอนุปสัมบันนั่นเอง

...บทว่า โทสาริโต มีความว่า บุคคลนั้น สงฆ์ให้อุปสมบทแล้วแม้ตั้งพันครั้ง ก็คงเป็นอนุปสัมบันนั่นเอง ฝ่ายอาจารย์และอุปัชฌาย์ย่อมมีโทษ การกสงฆ์ที่เหลือก็เหมือนกัน ใคร ๆ ไม่พ้นจากอาบัติ อภัพพบุคคล ๑๑ จำพวกเหล่านี้ สงฆ์เรียกเข้าหมู่ใช้ไม่ได้เลย ด้วยประการฉะนี้ ส่วนบุคคล ๓๒ จำพวก มีตนมือด้วนเป็นต้น เรียกเข้าหมู่โดยชอบ สงฆ์ให้อุปสมบทแล้ว ย่อมเป็นอุปสัมบันแท้ บุคคลเหล่านั้น ใคร ๆ จะว่ากล่าวอะไร ๆไม่ได้ แต่อาจารย์กับอุปัชฌาย์และการกสงฆ์ย่อมไม่มีโทษ ใคร ๆ ไม่พ้นจากอาบัติ...

กรณี ภิกษุหลังอ่อนถูกความกระสันบีบคั้นแล้วโค้งตัวอมองค์กำเนิดของตนเองด้วยปาก อันนี้ไม่ใช่เขาเป็นบัณเฑาะก์นะ เป็นชายนั่นแหละ ถ้าพระพุทธเจ้าปรับอาบัติปาราชิกภิกษุรูปนี้ เป็นไปไม่ได้ที่ภิกษุรูปนี้จะเป็นบัณเฑาะก์ และที่ปาราชิกก็เพราะองค์กำเนิดของตนเองอยู่ในปาก มันไม่ใช่เป็นบัณเฑาะก์แล้วอมองค์กำเนิด

...[๕๘] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีหลังอ่อน เธอถูกความกระสันบีบคั้นแล้ว ได้อมองค์กำเนิดของตนด้วยปาก เธอได้มีความรังเกียจว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงบัญญัติสิกขาบทไว้แล้ว เราต้องอาบัติปาราชิกแล้วกระมังหนอ จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ๆ ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ เธอต้องอาบัติปาราชิกแล้ว...

บัณเฑาะก์ คือ อนุปสัมบัน ให้นาสนะเสีย คือให้ถอดผ้าแล้วออกจากหมู่ไปเลย ไม่ใช่จะมาทำเป็นพิธีสึกนะ เช่นเดียวกับพระปาราชิก บัณเฑาะก์ หรือ พระปาราชิก ห่มผ้าเหลืองเฉยๆ ไม่เป็นอุปสัมบัน และจะไม่ต้องอาบัติอะไรเลย

กระทู้เกี่ยวข้อง :   # รวมกระทู้เกี่ยวกับประเด็นพระปาราชิกไม่ใช่อุปสัมบัน   # พระอมอวัยวะเพศชาย เป็นปาราชิกหรือไม่   # สึก (ที่หมายถึงลาสิกขา) กับ สึก (ที่หมายถึงนาสนะ)