พุทธธรรมสงฆ์


ความเข้าใจผิดเรื่องไม่ให้เอาคำสาวก ในอุปมาเรื่องตะโพน

สูตรนี้ ท่านพูดถึงสัทธรรมปฏิรูป ไม่ได้หมายความว่า ไม่ให้เอาคำของสาวก คำที่ว่า "ให้เอาคำตถาคตเท่านั้น คำของผู้อื่นที่พูดถูกอยู่ก็ตาม ไม่ให้เอา" อันนี้ไม่มีอยู่ในพุทธพจน์ คำว่า "เท่านั้น" ก็ไม่มี ถ้าใครอ้างว่าพระพุทธเจ้าพูดแบบนี้ ก็เป็นคำแต่งใหม่ของคนๆนั้นเสริมแต่งใส่เอง เป็นการตู่พระพุทธเจ้า ไม่ใช่ฐานะที่พระพุทธเจ้าจะเอาการปิดกั้น เอาอคติ มาเป็นตัวตั้งไว้ก่อน โดยไม่พิจารณา

...[๖๗๓] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พระสูตรเหล่านั้น ที่ตถาคตกล่าวแล้ว อันลึก มีอรรถอันลึก เป็นโลกุตตระ ประกอบด้วยสุญญตธรรม จักอันตรธาน ฉันนั้นเหมือนกัน เพราะเหตุดังนี้นั้น เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า เมื่อเขากล่าวพระสูตรที่ตถาคตกล่าวแล้ว อันลึก มีอรรถอันลึกเป็นโลกุตตระ ประกอบด้วยสุญญตธรรม อยู่ พวกเราจักฟังด้วยดี จักเงี่ยโสตลงสดับ จักเข้าไปตั้งไว้ซึ่งจิตเพื่อรู้ และจักสำคัญธรรมเหล่านั้นว่าควรเรียน ควรศึกษา ดังนี้ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แหละ

ท่านพูดถึงสัทธรรมปฏิรูป โดยยกเอาอุปมาเรื่องโครงใหม่กับโครงเก่าของตะโพนมาพูดให้ฟัง มาสอดคล้องกับสูตรนี้ที่ว่า "สัทธรรมปฏิรูปยังไม่เกิดขึ้นในโลกตราบใด ตราบนั้นพระสัทธรรมก็ยังไม่เลือนหายไป และสัทธรรมปฏิรูปเกิดขึ้นในโลกเมื่อใด เมื่อนั้นพระสัทธรรมจึงเลื่อนหายไป"

...ดูก่อนกัสสป ข้อนั้นเป็นอย่างนี้คือ เมื่อหมู่สัตว์เลวลง พระสัทธรรมกำลังเลือนหายไปสิกขาบทจึงมีมากขึ้น ภิกษุที่ตั้งอยู่ในพระอรหัตผลจึงน้อยเข้า สัทธรรมปฏิรูปยังไม่เกิดขึ้นในโลกตราบใด ตราบนั้นพระสัทธรรมก็ยังไม่เลือนหายไป และสัทธรรมปฏิรูปเกิดขึ้นในโลกเมื่อใด เมื่อนั้นพระสัทธรรมจึงเลื่อนหายไป...

แต่ถ้าไม่ใช่สัทธรรมปฏิรูป ถ้าพูดถูกต้องตามหลักธรรมอยู่ ไม่ว่าใครพูด ท่านไม่ได้ปฏิเสธ มันเป็นไปไม่ได้ ที่คนพูดถูกอยู่ พระพุทธเจ้าจะไม่ยินดี ไม่สาธุ ไม่รับรองว่าถูก ฉะนั้น สูตรข้างบนนี้ ท่านไม่ได้ปิดกั้นคำของสาวกที่พูดถูกต้องตามหลักธรรม ถ้าพูดผิดจากหลักธรรมโน่นท่านจึงจะไม่ให้ถือเอา ตามหลักธรรมข้อนี้ มันต้องดูไปแต่ละกรณีว่าอันไหนผิดถูก ไม่ใช่ไปพูดปิดกั้นไว้ว่าไม่เอาเลย

ตัวอย่างที่เข้ากับสูตรนี้ เช่น พระพุทธเจ้าตรัสไว้ชัดเจนว่า ไม่มีอะไรเปรียบตถาคต ทั้งอรรถกถาก็อธิบายไว้อย่างชัดเชน สอดคล้องกับสูตรอื่นๆอีกเยอะแยะ แต่คนก็ไม่ถือเอา แต่ไปถือเอา คำว่า พระปฏิมา ที่ปรากฏอยู่ในบางอรรถกถาเพียงเล็กน้อย คนในยุคเสื่อมลงจะเป็นแบบนี้ ยึดตัวบุคคล ไม่รู้จักตรวจสอบในพระธรรมวินัย ว่าอันไหนสอดคล้อง อันไหนไม่สอดคล้อง จึงทำให้เหินห่างจากหลักธรรมที่ตรงตามพระพุทธเจ้าสอน