พุทธธรรมสงฆ์


กล่าวตู่พระพุทธเจ้าว่าไม่ให้เอาคำสาวกบาปมาก

พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนว่าไม่ให้เอาคำสาวก ท่านสอนให้ใช้ความพิจารณา ตรวจสอบข้อมูล ถ้าสอดคล้องกับที่ท่านสอนก็ให้ถือเอา ไม่สอดคล้องก็ไม่ให้ถือ แต่จะไปตั้งความปิดกั้นไว้ก่อน อันนี้ไม่มี ฉะนั้น เมื่อพระพุทธเจ้าไม่ได้สอน แต่ก็ไปพูดว่าท่านสอน มันเป็นตู่ ตู่พระพุทธเจ้าบาปมาก เท่าที่เห็นมีแต่อเวจี

[๑๙๑] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลคนเดียว เมื่อเกิดขึ้นในโลกย่อมเกิดขึ้นเพื่อไม่เป็นประโยชน์เกื้อกูล ไม่เป็นความสุขแก่ชนเป็นอันมากเพื่อความฉิบหาย มิใช่ประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความทุกข์แก่เทพยดาและมนุษย์ทั้งหลาย บุคคลคนเดียวคือใคร คือบุคคลผู้เป็นมิจฉาทิฏฐิ มีความเห็นวิปริต เขาทำให้คนเป็นอันมากออกจากสัทธรรมแล้ว ให้ตั้งอยู่ในอสัทธรรม...

เอาการสอนที่ผิดไปเผยแผ่ต่อๆกันไป บาปยิ่งออกมาก ผู้ต้นน้ำจะได้บาป ตามจำนวนคนที่เอาไปเผยแผ่ ส่วนที่บุญก็เป็นบุญ ส่วนที่เป็นบาปก็เป็นบาป จะได้บาปในส่วนที่เป็นการตู่

...ก็บุคคลผู้ชักชวน เมื่อชักชวนคน ๑๐๐ คน ในกรรมมีปาณาติบาตเป็นต้น ย่อมได้อกุศลเท่ากันกับอกุศลของคนผู้ถูกชักชวนแม้ทั้งหมดนั้น เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า คนเหล่านั้นทั้งหมดย่อมประสบกรรมมิใช่บุญเป็นอันมาก...

เหมือนกรณีพระกปิละเลย สอนผิด แสดงสิ่งที่เป็นกัปปิยะว่าอกัปปิยะ แสดงสิ่งเป็นอกัปปิยะว่ากัปปิยะ แสดงสิ่งที่เป็นธรรมว่าอธรรม แสดงสิ่งที่เป็นอธรรมว่าธรรม ผู้ร่วมอุดมการณ์เดียวกันก็ไปนรกเหมือนกัน ที่แปลกอีกอย่าง คือ บอกว่าไม่เอาคำอธิบาย แต่ผู้พูดกลับอธิบายเอง เป็นโกหก

กระทู้เกี่ยวข้อง :   # พระพุทธเจ้าไม่ได้บอกว่าต้องเชื่อหรือไม่เชื่อใคร ท่านให้พิจารณาข้อมูล เทียบมาใส่พระธรรมวินัย   # ความเข้าใจผิดเรื่องไม่ให้เอาคำสาวก ในอุปมาเรื่องตะโพน