ศาสนาพุทธไม่เกี่ยวกับตัวกษัตริย์ ศาสนจักรขาดอุปถัมภ์อยู่ไม่ได้ แต่อาณาจักรไม่มีศาสนจักรก็ไปได้

ศาสนจักรขาดอุปถัมภ์อยู่ไม่ได้ เพราะพระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า บรรพชิตอาศัยคฤหัสถ์ด้วยอามิสทาน แต่ถ้าอุปถัมภ์แบบไม่ถูก ศาสนาก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน

...ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คฤหัสถ์และบรรพชิตทั้งหลาย ต่างอาศัยซึ่งกันและกันด้วยอำนาจอามิสทานและธรรมทาน อยู่ประพฤติพรหมจรรย์นี้ เพื่อต้องการสลัดโอฆะเพื่อจะทำซึ่งที่สุดแห่งทุกข์โดยชอบด้วยประการอย่างนี้...

แต่อาณาจักรไม่มีศาสนจักรก็ไปได้ เพราะแม้ไม่มีศาสนาพุทธ ชาวโลกเขาก็เป็นไปของเขา แม้ไม่มีศาสนาพุทธ กษัตริย์ก็ยังมีอยู่ เช่น ในต้นกัป หมู่สัตว์ลักข้าวสาลีกัน จึงมีการแสวงหาบุคคลมาว่ากล่าว กษัตริย์ก็มีมาแต่นั้น แม้จะยังไม่มีศาสนาพุทธก็ตาม

...สัตว์นั้นได้รับคำของสัตว์เหล่านั้นว่า อย่างนั้นผู้เจริญดังนี้ แล้วได้ว่ากล่าวผู้ที่ควรว่ากล่าวได้โดยชอบ ติเตียนผู้ที่ควรติเตียนได้ ขับไล่ผู้ที่ควรขับไล่ได้ ส่วนสัตว์เหล่านั้น ก็ได้ให้ส่วนแห่งข้าวสาลีแก่สัตว์นั้น ว่าด้วยต้นเหตุเกิดอักขระว่ามหาสมบัติ กษัตริย์ ราชา...

ฉะนั้น ศาสนาพุทธไม่เกี่ยวกับตัวกษัตริย์เลย แม้ไม่มีศาสนาพุทธ กษัตริย์ก็ยังมีอยู่ ประเพณีทางโลก ระบบคฤหัสถ์ ที่กษัตริย์ต้องได้เกี่ยวของก็ยังมีอยู่ แต่บางคน พอพูดประเด็นหลักธรรม กลับไปยกเอาเรื่องที่ษัตริย์เกี่ยวข้องกับประเพณีทางโลกตามหน้าที่ มาอ้างใส่ทางธรรม มันไม่เข้ากัน