ชาติเขตไม่ใช่พุทธะ วิสัยเขตต่างหาก คือ พุทธะ
25/05/2025 11:21:54...ความว่า หรือว่า ผู้ที่มีศรัทธาแก่กล้า ด้วยศรัทธาที่เว้นจากญาณ มีความเลื่อมใสอ่อนนั้น ถือผิด ๆ กล่าวตู่พระตถาคตโดยนัยเป็นต้นว่า ขึ้นชื่อว่า พระพุทธเจ้านั้น เป็นโลกุตระทั้งพระองค์ พระอาการ ๓๒ มีพระเกสาเป็นต้นของพระองค์ล้วนเป็นโลกุตระทั้งนั้น ดังนี้...
ท่านตรัสไว้ชัดเจนว่า คนที่เชื่อโดยถือผิด หรือ คนที่มีศรัทธาที่เว้นจากปัญญากล่าวตู่ท่าน
[๒๖๘] ๒๒. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คน ๒ จำพวกนี้ย่อมกล่าวตู่ตถาคต ๒ จำพวกเป็นไฉน คือ คนเจ้าโทสะซึ่งมีโทษอยู่ภายใน ๑ คนที่เชื่อโดยถือผิด ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คน ๒ จำพวกนี้ ย่อมกล่าวตู่ตถาคต
และความรู้ของพระพุทธเจ้าก็ไม่ได้จำกัดอยู่แค่หมื่นโลกธาตุด้วย มันจะมาย้อนแย้งกับที่ท่านติร่างกายท่านว่า น่าเกลียด อันคนพาลชอบ อันที่ท่านติ จะเป็นพุทธะได้ยังไง ? แล้วก็ตรัสไว้ชัดเจนว่า "ก็บัณฑิตใดเห็นสัทธรรม บัณฑิตนั้นชื่อว่าเห็นเรา ผู้ไม่เห็นสัทธรรม ถึงจะเห็นเราก็ชื่อว่าไม่เห็น" มีความหมายชัดเจนว่า พุทธะ ไม่ใช่ตัวคน ไม่ใช่วัตถุ
...อย่าเลย วักกลิ ประโยชน์อะไรในรูปที่น่าเกลียด ซึ่งชนพาลชอบเล่า ก็บัณฑิตใดเห็นสัทธรรม บัณฑิตนั้นชื่อว่าเห็นเรา ผู้ไม่เห็นสัทธรรม ถึงจะเห็นเราก็ชื่อว่าไม่เห็น...
วิสัยเขตต่างหาก คือ พุทธะ เพราะความรู้ของพระพุทธเจ้าไม่ได้จำกัดอยู่แค่หมื่นโลกธาตุ ขันธ์ของท่านโน่น หมื่นโลกธาตุจึงจะมีแค่หนึ่ง สองหมื่นโลกธาตุจะมีอยู่สองขันธ์ก็ตาม แต่พุทธะมีแค่หนึ่ง เพราะความรู้อันเดียว ไม่เกี่ยวกับขันธ์ ไม่เกี่ยวกับโลกธาตุ
...ย่อมเป็นไปในแสนโกฏิจักรวาล ส่วนวิสัยเขตไม่มีปริมาณเลย ความจริง ชื่อว่าสิ่งอันมิใช่วิสัยของพระพุทธเจ้าทั้งหลายย่อมไม่มี เพราะพระบาลีว่า ญาณมีเท่าใด สิ่งที่พระองค์พึงรู้ก็มีเพียงนั้น สิ่งที่พระองค์พึงรู้มีเท่าใด ญาณก็มีเพียงนั้น สิ่งที่พระองค์พึงรู้มีญาณเป็นที่สุด ญาณก็มีสิ่งที่พระองค์พึงรู้เป็นที่สุด ดังนี้...
ฉะนั้น ใครจะพยายามอธิบายให้พุทธะเป็นวัตถุให้ได้ แล้วก็เอาไปเชื่อมโยงกับพระเครื่อง ให้พระเรื่องมีพุทธคุณ มีพุทธานุภาพ ตามคำสั่งของใคร อันนี้ผิด
ทำไมเขาไม่พูดว่า "กูจะให้มี" มันก็แล้ว ก็ไม่ต้องไปอ้างหลักพระธรรมวินัยอะไร เพราะในพระธรรมวินัยไม่มี

