ไปเข้าใจว่าคำว่า “เป็นเพียงเนื่องด้วยตถาคตเท่านั้น” ก็คือรูปปั้นเป็นการกล่าวตู่พระพุทธเจ้า

สิ่งที่เนื่องด้วยตถาคตเท่านั้น ก็คือพระธรรม ตรัสไว้มีอยู่หลายที่มาก เช่น พระธรรมเป็นศาสดาแทน, เห็นธรรมจึงเห็นตถาคต แม้แต่ร่างกายพระองค์ ยังตรัสว่า น่าเกลียด อันคนพาลชอบ ซึ่งก็หมายความว่า ไม่ใช่สิ่งที่เนื่องด้วยตถาคตนั่นเอง แม้แต่ร่างกายพระองค์ยังไม่ใช่เลย วัตถุอื่นใด จะเป็นสิ่งที่เนื่องด้วยตถาคตจึงเป็นไปไม่ได้

เมื่อพระธรรมเท่านั้นเป็นสิ่งที่เนื่องด้วยตถาคต การที่ไปกล่าวว่า รูปปั้นคือสิ่งที่เนื่องด้วยตถาคต แล้วไปตีความว่าเป็นอุทเทสิกเจดีย์ จึงเป็นการกล่าวตู่พระองค์ บุคคล 2 จำพวกย่อมกล่าวตู่พระตถาคต

[๒๖๘] ๒๒. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คน ๒ จำพวกนี้ย่อมกล่าวตู่ตถาคต ๒ จำพวกเป็นไฉน คือ คนเจ้าโทสะซึ่งมีโทษอยู่ภายใน ๑ คนที่เชื่อโดยถือผิด ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คน ๒ จำพวกนี้ ย่อมกล่าวตู่ตถาคต

ฉะนั้น คำที่ว่า ไม่มีวัตถุปรากฏ และ เป็นเพียงเนื่องด้วยตถาคตเท่านั้น จึงสอดคล้องกัน ไม่ขัดแย้งกัน เพราะคำว่าไม่มีวัตถุปรากฏ ก็คือ ไม่เกี่ยวเนื่องกับวัตถุ และไม่ใช่เจดีย์วัตถุ (ธาตุเจดีย์ และ ปริโภคเจดีย์) จึงตรัสแบบนั้น แต่สิ่งที่เนื่องด้วยตถาคตก็คือพระธรรมนั้นเอง ถ้าเจดีย์ทั้งสามอย่างนี้เป็นวัตถุหมด พระองค์จะไม่ตรัสแบบนั้น แม้แต่คนปกติทั่วไปก็ไม่พูดแบบนั้น

ฉะนั้น ถ้าให้รูปปั้นเป็นสิ่งที่เนื่องด้วยตถาคต ก็เท่ากับว่ายอมรับว่าพระพุทธเจ้ามีหลายองค์ คือ องค์ที่นิพพานไปแล้ว กับองค์ที่เอาดิน เอาปูน มาสร้าง แล้วก็เอาน้ำไปไหว้ ทำเหมือนอย่างคนที่มีชีวิต แต่ในพระธรรมวินัยนี้ พระพุทธเจ้า 2 พระองค์จะอุบัติขึ้นพร้อมกันในโลกธาตุเดียวกันไม่ได้ และผู้ที่เป็นพระพุทธเจ้าก็ไม่ใช่สิ่งที่ไม่มีชีวิตด้วย

กระทู้เกี่ยวข้อง :   # รวมกระทู้เกี่ยวกับประเด็นอุทเทสิกเจดีย์ไม่ใช่การสร้างรูปปั้น   # รวมกระทู้เกี่ยวกับประเด็นรูปปั้น พระพุทธรูป