พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๒ - หน้าที่ 415 ( เล่ม 86 )
มี ๒ อย่าง คือที่เป็น อารัมมณาธิปติ และ สหชาตาธิปติ
ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่
บุคคลให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถกรรมแล้ว กระทำกุศลกรรม
นั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา. กระทำกุศลกรรมที่ตนสั่งสม
ดีแล้วในกาลก่อนให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วย่อมพิจารณา.
ออกจากฌาน ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม ฯลฯ ออกจากมรรค ฯลฯ
ออกจากผลแล้ว กระทำผลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา.
บุคคล ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำขันธ์ที่เป็นสวิตักก-
สวิจารธรรมให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ครั้นกระทำขันธ์นั้นให้เป็นอารมณ์
อย่างหนักแน่นแล้ว ราคะ ทิฏฐิ ย่อมเกิดขึ้น.
ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่
อธิปติธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์
ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย.
[๑๕๑] ๒. สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจาร-
มัตตธรรม ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือที่เป็น อารัมมณาธิปติ และ สหชาตาธิปติ
ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่
บุคคลให้ทาน สมาทานศีล การทำอุโบสถกรรมแล้ว การทำกุศลกรรม
นั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา ครั้นกระทำกุศลกรรมนั้นให้
เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว วิตก ย่อมเกิดขึ้น.