พระวินัยปิฎก มหาวรรค เล่ม ๕ ภาค ๒ - หน้าที่ 442 ( เล่ม 7 )
กรรมใช้ได้ ๒๔. ภิกษุอื่นยกภิกษุอื่นเสียรวม ๑๖ อย่างนี้เป็นกรรมใช้ไม่ได้
๒๕. ทำกรรมมีมูลอย่างละ ๒ แก่ภิกษุนั้น รวม ๑๖ อย่างแม้เหล่านั้นเป็น
กรรมใช้ได้ ๒๖. จักรมีมูลอย่างละหนึ่ง พระชินเจ้าตรัสว่า ใช้ไม่ได้
๒๗. ภิกษุก่อความบาดหมางสงฆ์เป็นวรรคโดยไม่เป็นธรรม ได้ลงตัชชนีย-
กรรม ๒๘. ภิกษุนั้นไปอารามอื่นภิกษุทั้งหลายในอาวาสนั้นได้พร้อมเพรียง
โดยไม่เป็นธรรม ลงตัชชนียกรรมแก่เธอ ๒๙. ภิกษุทั้งหลายในอาวาส
อื่นเป็นวรรคโดยธรรมเป็นวรรคโดยเทียมธรรมก็มี พร้อมเพรียงโดยเทียม
ธรรมก็มี ไม่ลงตัชชนียกรรมแก่ภิกษุนั้น ๓๐. บทเหล่านั้น คือ พร้อมเพรียง
โดยไม่เป็นธรรม เป็นวรรคโดยธรรม เป็นวรรคโดยเทียมธรรม และพร้อม
เพรียงโดยเทียมธรรม ปราชญ์ผู้มีปัญญาพึงผูกให้เป็นจักรทำให้มีมูลอย่างละ
หนึ่ง ๓๑. สงฆ์ลงนิยสกรรมแก่ภิกษุผู้พาล ไม่ฉลาด ๓๒. สงฆ์ลง
ปัพพาชนียกรรมแก่ภิกษุผู้ประทุษร้ายตระกูล ๓๓. สงฆ์ลงปฏิสารณียกรรม
แก่ภิกษุผู้ด่าคฤหัสถ์ ๓๔.. พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้นำหมู่ทรงภาษิตอุกเขปนีย-
กรรมแก่ภิกษุผู้ไม่เห็นอาบัติ ไม่ทำคืนอาบัติ และไม่สละทิฏฐิอันเป็นบาป
๓๕. ภิกษุมีปัญญาพึงทำตัชชนียกรรมให้ถูกต้องตามระเบียบวินัย ภิกษุประพฤติ
เรียบร้อยอนุวัตรตามระเบียบวินัยเหล่านั้นแหละ ขอระงับกรรมเหล่านั้นโดยนัย
แห่งกรรมในหนหลัง ๓๖. ในกรรมนั้น ๆ แล สงฆ์ผู้อยู่ในที่ประชุมนั้น
กล่าวคัดค้านว่า กรรมไม่เป็นอันทำ กรรมเป็นอันทำไม่ชอบ กรรมต้องทำ
ใหม่ และเมื่อกรรมระงับ ภิกษุเหล่านั้นเป็นธรรมวาที พระมหามุนีทรงเห็น
ภิกษุพวกเข้ากรรมได้รับความลำบากโดยกรรมวิบัติ จึงทรงชี้วิธีระงับไว้ ดุจ
นายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ชี้บอกตัวยาไว้ ฉะนั้น.
หัวข้อประจำขันธกะ จบ