พระวินัยปิฎก มหาวรรค เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 515 ( เล่ม 6 )
แม้ในนัยที่ ๒ ก็มีความว่า เดือน ๑ แห่งดิถีเพ็ญเดือนอาสาฬหะนั้น
ซึ่งล่วงไปแล้ว เพราะเหตุนั้น ดิถีเพ็ญเดือนอาสาฬหะนั้น จึงชื่อว่ามีเดือน
๑ ล่วงไปแล้ว. เมื่อดิถีเพ็ญเดือนอาสาฬหะนั้น ล่วงไปแล้ว คือก้าวล่วงแล้ว
เดือน ๑ อธิบายว่า เมื่อเดือน ๑ เติมบริบูรณ์. เพราะเหตุนั้น ในวันแรม
ค่ำ ๑ ซึ่งถัดจากวันกลางเดือน ๘ หรือในวันแรมค่ำ ๑ ซึ่งถัดจากวัน กลางเดือน
๙ จากเพ็ญเดือน ๘ นั่นแล อันภิกษุผู้จะจำพรรษา พึงจัดแจงวิหารแล้วทั้งน้ำ
ฉันน้ำใช้ไว้ พึงทำสามีจิกรรมมีกราบไหว้พระเจดีย์เป็นต้นทั้งปวงให้เสร็จแล้ว
พึงเปล่งวาจาว่า อิมสฺมึ วิหาเร อิมํ เตมาสํ วสฺสํ อุเปมิ ดังนี้ ครั้ง
๑ หรือ ๒ ครั้งแล้ว จำพรรษาเถิด.
วินิจฉัยในคำว่า โย ปกฺถเมยฺย นี้ พึงทราบดังนี้:-
พึงทราบว่า ต้องอาบัติ เพราะไม่มีอาลัย หรือเพราะให้อรุณขึ้นใน
ที่อื่น.
วินิจฉัยในคำว่า โย อติกฺกเมยฺย นี้ พึงทราบดังนี้:-
พึงทราบว่า เป็นอาบัติหลายตัว ด้วยนับวัด.
ก็ถ้าว่า ในวันนั้น เธอเข้าไปยังอุปจารวัด ๑๐๐ ตำบลแล้วเลยไปเสีย
พึงทราบว่า เป็นอาบัติ ๑๐๐ ตัว แต่ถ้าว่า เลยอุปจารวัดไปแล้ว แค่ยังไม่ทัน
เข้าอุปจารวัดอื่น กลับมาเสีย พึงทราบว่า ต้องอาบัติตัว เดียวเท่านี้นั้น. ภิกษุผู้
ไม่จำพรรษาต้น เพราะอันตรายบางอย่างต้องจำพรรษาหลัง.
สองบทว่า วสฺสํ อุถฺคฑฺฒิตุกาโม ความว่า มีพระประสงค์จะ
เลื่อนเดือนต้นฤดูฝนออกไป อธิบายว่า มีพระประสงค์จะไม่นับ เดือน ๙ จะ
ให้นับ เป็นเดือน ๘ อีก.