พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ

พระวินัยปิฎก มหาวรรค เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 373 ( เล่ม 6 )

บทว่า นิสฺสยกรณีโย มีความว่า เราเป็นผู้มีการถือนิสัยเป็นกิจควร
ทำ อธิบายว่า นิสัยอันเราพึงทำ คือ พึงถือ.
สองบทว่า นิสฺสยํ อลกมาเนน มีความว่า เมื่อไม่มีภิกษุผู้ให้นิสัย
ซึ่งเดินทางไปกับคน เธอชื่อว่าย่อมไม่ได้นิสัย อันภิกษุผู้ไม่ได้อย่างนั้น ไม่ต้อง
ถือนิสัยไปได้สิ้นวันแม้มาก ถ้าเข้าไปสู่อาวาสบางตำบลซึ่งตนเคยถือนิสัยอยู่แม้
ในกาลก่อน แม้จะค้างคืนเดียว ก็ต้องถือนิสัย. พักอยู่ในระหว่างทางหรือหา
พวกอยู่ ๒ - ๓ วัน ไม่เป็นอาบัติ. แต่ภายในพรรษาต้องอยู่ประจำที่ และต้อง
ถือนิสัย. แต่ไม่เป็นอาบัติแก่ภิกษุผู้ไปในเรือ แต่ไม่ได้นิสัยในเมื่อฤาดูฝนแม้
มาแล้ว.
บทว่า ยาจิยมาเนน มีความว่า ผู้อันภิกษุไข้นั้นออกปากขอ ถ้า
ภิกษุไข้แม้เธอบอกว่า ท่านจงออกปากขอกะเรา ดังนี้ แต่ไม่ยอมออกปากขอ
เพราะมานะ เธอพึงไป.
สองบทว่า ผาสุ โหติ มีความว่า ความสำราญ มีด้วยอำนาจแห่ง
การได้เฉพาะซึ่งสมถะและวิปัสสนา. อันที่จริง พระโสดาบัน ย่อมไม่ได้เลย
ซึ่งบริหารนี้ พระสกทาคามีพระอนาคามีและพระอรหันต์ ก็ไม่ได้ บุคคลผู้มี
ปกติได้สมาธิหรือวิปัสสนาอันแก่กล้าแล้ว ย่อมไม่ได้บริหารนี้. อันคำที่จะพึ้ง
กล่าวย่อมไม่มีในพาลปุถุชน ผู้ละเลยกัมมัฏฐานเสียแท้. แต่ว่าสมถะก็ดี วิปัสสนา
ก็ดี ของภิกษุใดแล ยังเป็นคุณชาติอ่อน ภิกษุนี้ย่อมได้บริหารนี้. แม้ปวารณา
สงเคราะห์๑ พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงอนุญาตแก่ภิกษุผู้มีสมถะและวิปัสสนายัง
อ่อนนี้เท่านั้น. เพราะเหตุนั้น บุคคลนี้ แม้เมื่ออาจารย์ปวารณาแล้วไปแล้ว
ด้วยล่วง ๓ เตือน จะทำความผูกใจว่า เมื่อใค ภิกษุผู้ให้นิสัยซึ่งสมควรจักมา
เมื่อัน้น เราจักอาศัยภิกษุนั้นอยู่ แล้วไม่ถือนิสัยอยู่จนถึงวันอาสาฬหปุณณมี
๑. คือทรงอนุญาตให้เลื่อนปวารณาไปทำในวันเพ็ญเตือนกัตติกาหลัง.

373