พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อุทาน เล่ม ๑ ภาค ๓ - หน้าที่ 464 ( เล่ม 44 )
ซึ่งเรียกว่า กรรมปิโลติกะ. สมดังพระดำรัสที่ตรัสไว้ในอปทานว่า๑
พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เป็นนายกของโลก แวดล้อม
ด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ ประทับนั่งอยู่ที่พื้นศิลา อันน่า
รื่นรมย์ รุ่งโรจน์ด้วยรัตนะต่าง ๆ ในละแวดป่า อัน
ตลบด้วยกลิ่นหอมนานาชนิด ใกล้สระอโนดาต ทรง
พยากรณ์บุรพกรรมของพระองค์ในที่นั้นว่า ดูก่อน
ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลาย จงฟังกรรมที่เราทำแล้ว
เราเห็นภิกษุผู้มีปกติอยู่ป่ารูปหนึ่ง ได้ถวายผ้าเก่า เรา
ปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้า เป็นครั้งแรก เพื่อความ
เป็นพระพุทธเจ้าในครั้งนั้น ผลแห่งกรรมคือการ
ถวายผ้าเก่า อำนวยผลให้เป็นพระพุทธเจ้า ในกาล
ก่อนเราเป็นนายโคบาล ต้อนโคไปเลี้ยง เห็นแม่โค
กำลังดื่มน้ำขุ่น จึงห้ามมัน ด้วยวิบากแห่งกรรมนั้น
ในภพหลังสุดนี้ เรากระหายน้ำ ก็ไม่ได้ดื่มน้ำตาม
ความปรารถนา ในชาติหนึ่งในกาลก่อน เราเป็น
นักเลงชื่อมุนาลิ๒ ได้กล่าวตู่พระปัจเจกพุทธเจ้า นาม
ว่า สุรภี ผู้ไม่ประทุษร้าย ด้วยวิบากกรรมนั้น เรา
จึงเที่ยวอยู่ในนรกเป็นเวลานาน ได้เสวยทุกขเวทนา
หลายพันปี ด้วยเศษกรรมนั้นในภพหลังสุดนี้ เราจึง
ได้รับคำกล่าวตู่ เพราะนางสุนทรีเป็นเหตุ เพราะ
๑. ขุ. อป. ๓๒/๔๗๑ ๒. บาลี เป็น ปุนาลิ