พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๓ - หน้าที่ 212 ( เล่ม 3 )
ให้แก่สามีอย่างไร ? เมื่อพูดคำว่า เมถุนธรรม เท่านั้น จึงเป็นสังฆา-
ทิเสส หาเป็นโดยประการอื่นไม่. แม้ในคำพูดสอบถามว่า ได้ยินว่า
เธอให้แก่สามีอย่างนี้หรือ ก็มีนัยเหมือนกันนี้.
พึงทราบวินิจฉัยในการบอกดังนี้:- สองบทว่า ปุฏฺโฐ ภณติ มี
ความว่า ภิกษุถูกผู้หญิงถามว่า เมื่อให้อย่างไร จึงจะเป็นที่รักของสามี ?
แล้วบอก. ก็ในการบอกนั้น แม้เมื่อพูดว่า จงให้อย่างนี้ เมื่อให้อย่างนี้
อาบัติยังไม่ถึงที่สุด, แต่เมื่อเชื่อมด้วยเมถุนธรรมเท่านั้น โดยนัยเป็นต้น
ว่า เธอจงให้ จงน้อมเข้าไป ซึ่งเมถุนธรรมอย่างนี้, เมื่อให้ เมื่อน้อม
เข้าไปซึ่งเมถุนธรรมอย่างนี้ จะเป็นที่รัก เป็นสังฆาทิเสส. แม้ในการ
กล่าวสอน ก็มีนัยเหมือนกันนี้.
วินิจฉัยอักโกสนิเทศ พึงทราบดังนี้:-
บทว่า อนิมิตฺตาสิ แปลว่า เธอเป็นคนปราศจากนิมิต. มีอธิบาย
ว่า ช่องปัสสาวะของเธอมีประมาณเท่ารูกุญแจเท่านั้น.
บทว่า นิมิตฺตมตฺตาสิ แปลว่า นิมิตสตรีของเธอ ไม่เต็มบริบูรณ์,
มีอธิบายว่า สักแต่ว่าเป็นที่หมายรู้เท่านั้น.
บทว่า อโลหิตา แปลว่า มีช่องคลอดแห้ง.
บทว่า ธุวโลหิตา แปลว่า มีช่องคลอดที่เปียกชุ่มไปด้วยโลหิต
เป็นนิตย์.
บทว่า ธุวโจลา แปลว่า มีผ้าลิ่มจุกอยู่เป็นนิตย์. มีอธิบายว่า
เธอใช้ผ้าซับเสมอ.
บทว่า ปคฺฆรนฺติ แปลว่า ย่อมไหลออก. มีอธิบายว่า น้ำมูตร
ของเธอไหลออกอยู่เสมอ.