พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ เล่ม ๒ ภาค ๑ - หน้าที่ 23 ( เล่ม 20 )
ประตูนครเมืองจัมปา. บทว่า สาเฐยฺยานิ คือความเป็นผู้โอ้อวด. บทว่า
กูเฏยฺยานิ คือความเป็นผู้โกง. บทว่า วงฺเกยฺยานิ คือความเป็นผู้คด. บทว่า
ชิมฺเหยฺยานิ คือความเป็นผู้งอ. บทว่า ปาตุกริสฺสติ จักทำให้ปรากฏคือจัก
ประกาศ จักแสดง. เพราะไม่สามารถเพื่อจะแสดงความโอ้อวดเป็นต้นเหล่านั้น
โดยระหว่างประมาณเท่านี้ได้.
พึงทราบวินิจฉัยในความโอ้อวดเป็นต้นดังต่อไปนี้ เมื่อภิกษุสงฆ์จะยืน
อยู่ในที่ไหน ๆ ทั้ง ๆ เป็นที่ไม่มีภัยเฉพาะหน้าของมนุษย์ คิดว่า เราจักไปข้าง
หน้าแล้วยืนลวง จึงไปยืนทำเป็นไม่เคลื่อนไหวเหมือนเสาที่ฝังไว้ในที่ที่ประ-
สงค์จะตั้งไว้ ภิกษุนี้ชื่อว่าโอ้อวด. เมื่อภิกษุประสงค์จะกั้นในที่ไหน ๆ แล้ว
ก้มลำตัวขวางไว้ทั้ง ๆ ที่เป็นที่ไม่มีภัยเฉพาะหน้าของมนุษย์ทั้งหลายคิดว่า เรา
จักไปข้างหน้าแล้วก้มลวง จึงก้มตัวลวงในที่นั้น ภิกษุนี้ชื่อว่าโกง. เมื่อภิกษุ
ประสงค์จะหลีกจากทางในที่ไหน ๆ แล้วกลับเดินสวนทางทั้ง ๆ เป็นที่ไม่มีภัย
เฉพาะหน้าของมนุษย์ทั้งหลายคิดว่าเราจักไปข้างหน้าแล้วลวงทำอย่างนี้ จึงหลีก
จากทางในที่นั้นแล้วกลับเดินสวนทาง ภิกษุนี้ชื่อว่า คด. เมื่อภิกษุประสงค์จะ
ไปตามทางตรงตามเวลา จากซ้ายตามเวลา จากขวาตามเวลา ทั้ง ๆ เป็นที่ไม่มี
ภัยเฉพาะหน้าของมนุษย์ทั้งหลาย คิดว่า เราจักไปข้างหน้าแล้วลวงทำอย่างนี้
จึงไปทางตรงตามเวลาจากซ้ายตามเวลาจากขวาตามเวลาในที่นั้น . อนึ่งที่นี้เขา
กวาดไว้เตียน จอแจด้วยมนุษย์ น่ารื่นรมย์ไม่ควรทำกรรมเห็นปานนี้ในที่นี้
ย่อมไม่มีแก่ภิกษุผู้ประสงค์จะถ่ายอุจจาระหรือปัสสาวะด้วยคิดว่าเราจักไปข้าง
หน้าแล้วทำในที่ที่ปกปิด จึงทำในที่นั้น ภิกษุนี้ชื่อว่า งอ. ท่านกล่าวไว้ดังนี้
หมายถึงกิริยาแม้ ๔ อย่างนี้ ด้วยประการฉะนี้.