พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๒ - หน้าที่ 243 ( เล่ม 2 )
ตามนัยแห่งการวินิจฉัยที่กล่าวแล้ว ในเรื่องทั้งหลายมีเรื่องขโมยลักมะม่วง
เป็นต้น เรื่องหญ้า ๒ เรื่อง มีเนื้อความตื้นทั้งนั้น.
ในเรื่องทั้งหลาย มีเรื่องให้แบ่งมะม่วงเป็นต้น มีวินิจฉัยดังนี้:-
ภิกษุเหล่านั้น ได้ไปยังอาวาสใกล้หมู่บานแห่งหนึ่ง ซึ่งมีกำหนดจำนวนภิกษุไว้.
พวกภิกษุผู้อยู่ในอาวาสแห่งนั้นนั่นแหละ แม้เมื่อจะฉันผลไม้น้อยใหญ่ ใน
เมื่อพระอาอันตุกะเหล่านั้นมาแล้ว ไม่ได้บอกกัปปิยการกว่า พวกเธอจงถวาย
ผลไม้ แก่พระเถระทั้งหลาย คราวนั้น ภิกษุเหล่านั้นจึงกล่าวว่า มะม่วง
ของสงฆ์ ไม่ถึงแก่พวกกระผมหรือ ? จึงให้เกาะระฆังแจกกัน ได้ถวายส่วน
แก่ภิกษุเจ้าถิ่นแม้เหล่านี้ ตามลำดับพรรษา แม้ตนเองก็ฉัน. เพราะเหตุนั้น
พระผู้มีพระภาคเจ้า จึงตรัสแก่พระอาคันตุกะเหล่านั้นว่า ภิกษุทั้งหลาย ! เพื่อ
ต้องการฉัน ไม่เป็นอาบัติ เพราะเหตุนั้น บัดนี้ ในอาวาสใด ภิกษุเจ้าของถิ่น
ไม่ถวายแก่พวกภิกษุอาคันตุกะ และเมื่อถึงหน้าผลไม้ เห็นว่าภิกษุอาคันตุกะ
เหล่าอื่นไม่มี ตน เองก็ฉันเสีย ด้วยกิริยาที่เป็นโจร, การที่พวกภิกษุอาคันตุกะ
เคาะระฆังขึ้นแล้ว แจกกันฉันในอาวาสเช่นนั้น ย่อมควร ส่วนในต้นไม้ใด
พวกภิกษุเจ้าของถิ่นรักษาค้นไม้ทั้ง หลาย เมื่อถึงหน้าผลไม้ ก็แจกกันฉัน ทั้ง
นำไปใช้ในปัจจัย ๔ โดยชอบ, พวกภิกษุอากันคุกะ ไม่มีอิสระในต้นไม้นั้น
ต้นไม้แม้เหล่า ค ที่ทายกกำหนดถวายไว้ เพื่อประโยชน์แก่จีวร พวกภิกษุ
อาคันตุกะ ไม่มีอิสระในต้นไม้แม้เหล่านั้น. แม้ในต้นไม้ทั้งหลาย ที่ทายก
กำหนดถวายไว้ เพื่อประโยชน์แก่ปัจจัยที่เหลือ ก็มีนัยเหมือนกันนี้ ส่วนต้นไม้
เหล่าใด ที่ทายกไม่ได้กำหนดไว้อย่างนั้น และพวกภิกษุเจ้าถิ่น ก็รักษาปกครอง
ต้นไม้เหล่านั้น ไว้ ทั้งฉันอยู่ด้วยกิริยาที่เป็นโจร*, ในต้นไม้เหล่านั้น พระ-
* ประโยชน์นี้ อัตถโยชนา ๑/๓๕๔... เนว รกฺขิตฺวา น โคปิตฺวา โจรกาย ปริภุญฺชนฺติ
แปลว่า ... ทั้งไม่ได้รักษาไม่ได้คุ้มครอง ฉันด้วยกิริยาโจร.