พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ 175 ( เล่ม 1 )

ก็ขณะและสมัยเพื่ออยู่พรหมจรรย์มีหนึ่งแล๑. มีกาละเป็นอรรถในคำทั้งหลาย
มีอาทิอย่างนี้ว่า คราวร้อน คราวกระวนกระวาย๒. มีสุหะเป็นอรรถในคำ
ทั้งหลายมีอาทิอย่างนี้ว่า ประชุมใหญ่ในป่ามหาวัน๓. มีเหตุเป็นอรรถ ในคำ
ทั้งหลายมีอาทิอย่างนี้ว่า ดูก่อนภัททาลิ ! แม้เหตุผล ได้เป็นของอันท่านไม่ได้
แทงตลอดแล้วว่า แม้พระผู้มีพระภาคเจ้าแล เสด็จอยู่ในกรุงสาวัตถี. แม้
พระองค์จักทรงทราบเราว่า ภิกษุชื่อว่าภัททาลิ มิใช่ผู้มีปกติทำให้บริบูรณ์
ด้วยสิกขาในศาสนาของพระศาสดา ดูก่อนภัททาลิ ! เหตุแม้นี้แล ได้เป็นของ
อันท่านไม่ได้แทงตลอดแล้ว๔. มีทิฏฐิเป็นอรรถในคำทั้งหลายมีอาทิอย่างนี้ว่า
ก็โดยสมัยนั้นแล ปริพาชกชื่ออุคคหมานะบุตรของสมณฑิกา อาศัยอยู่ใน
อารามของนางมัลลิกา ศาลาหลังเดียวใกล้แถวต้นมะพลับเป็นที่สอนทิฏฐิเป็นที่
เรียน๕. มีปฏิลาภะเป็นอรรถ ในคำทั้งหลายมีอาทิอย่างนี้ว่า
ประโยชน์ใด ในทิฏฐธรรมนั่นแล
ด้วยประโยชน์ใด เป็นไปในสัมปรายภพด้วย
นักปราชญ์ ท่านเรียกว่า บัณฑิต เพราะได้
เฉพาะซึ่งประโยชน์นั้น๖.
มีปหานะเป็นอรรถ ในคำทั้งหลายมีอาทิอย่างนี้ว่า ภิกษุนี้ได้กระทำ
ที่สุดทุกข์ เพราะละมานะโดยชอบ๗. มีปฏิเวธะเป็นอรรถ ในคำทั้งหลายมี
อาทิอย่างนี้ว่า อรรถคือความบีบคั้นแห่งทุกข์ อรรถคือข้อที่ทุกข์เป็นสังขต-
ธรรม อรรถคือความแผดเผาแห่งทุกข์ อรรถคือความแปรปรวนแห่งทุกข์
เป็นอรรถที่ควรแทงตลอด๘. แต่ในที่นี้ สมยศัพท์นั้นมีกาละเป็นอรรถ เพราะ
๑. อง. กฎฺฐก. ๒๓/๒๓๐ ๒ วิ. มหา. ๒/๓๓๙. ๓. ที. มหา. ๑๐/๒๘๗.
๔. ม.ม. ๑๓/๑๖๕. ๕. ม.ม. ๑๓/๓๔๒. ๖. สํ. ส. ๑๔/๑๒๖. ๗. องฺ จตุกฺก. ๒๑/๒๒๓.
๘. ขุ. ปฏิ. ๓๑/๔๕๔

175