ทั้งหมด ก็จัดว่าเป็นโสรัจจะ".
คำว่า สาขลฺยํ ได้แก่ความเป็นผู้ร่าเริงอ่อนโยน ที่ท่านกล่าวไว้
อย่างนี้ว่า "บรรดาธรรมเหล่านั้น สาขัลยะ คือ อะไร คือ ความมีวาจา
อ่อนหวาน ความมีวาจาไพเราะ ความมีวาจาไม่หยาบ ในท่านผู้ละถ้อยคำ
อันหยาบช้า สามานย์ เผ็ดร้อน ดุด่าผู้อื่น ชวนโกรธ ไม่เป็นไปเพื่อ
ความสงบ เช่นนั้นเสียแล้ว พูดจาแต่ถ้อยคำอันสุภาพ เสนาะโสต น่ารัก
ถูกใจ ทันสมัย เป็นที่พอใจ รักใคร่ขอชนหมู่มาก เช่นนั้น. นี้เรียกว่า
สาขัลยะ".
คำว่า ปฏิสนฺถาโร ได้แก่การรับรองด้วยอามิส และด้วยธรรม
เหมือนกับว่า ปูตั่งด้วยเครื่องลาด โดยลักษณะที่โลกสันนิวาสนี้ ซึ่งมี
ช่องอยู่ ๒ ช่อง คือ ช่องอามิส และช่องธรรม นั้น จะไม่ปรากฎช่องได้เลย.
แม้ใน พระอภิธรรม ก็กล่าวไว้ว่า "บรรดาธรรมเหล่านั้น ปฏิสันถาร
คืออะไร คือ ปฏิสันถาร ๒ อย่าง ได้แก่ อามิสปฏิสันถาร การรับรอง
ด้วยอามิส และ ธรรมปฏิสันถาร การรับรองด้วยธรรม, บางตนในโลกนี้
เป็นผู้ปฏิสันถาร ด้วยอามิสปฏิสันถารบ้าง ด้วยธรรมปฏิสันถารบ้าง, นี้
เรียกว่า ปฏิสันถาร". และในที่นั้น การเคราะห์ด้วยอามิส ชื่อว่า อามิส-
ปฏิสันถาร. เมื่อจะทำอามิสปฏิสันถารนั้น แก่บิดามารดา ชาววัด แก่ไวยา-
วัจกร แก่พระราชาและแก่โจร ไม่ควรจะเอาส่วนดี ๆ ไว้ เสียก่อนแล้วให้
(แต่ส่วนที่ไม่ดี) เพราะเมื่อถือเอาเสียก่อนแล้ว จึงให้ (เช่นนั้น) พระราชา
และโจร ย่อมจะทำความพินาศให้บ้าง ให้ถึงสิ้นชีวิตบ้าง เมื่อไม่ถือเอา
ก่อนแล้วให้ พระราชาและโจรย่อมจะพอใจ. และในกรณีเช่นนี้ ควรจะ