ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค เล่ม ๓ ภาค ๒ – หน้าที่ 22 (เล่ม 16)

ครั้นทรงทำกุศลกรรมนั้นแล้ว จุติจากโลก
มนุษยโลก เข้าถึงเทวโลก เสวยวิบากอันเป็น
ผลกรรมที่ทรงทำไว้ดี มีพระฉวีเปรียบด้วย
ทอง ดุจพระอินทรีผู้ประเสริฐกว่าเทวดา ย่อม
ครอบงำในเทวโลก
ถ้าเสด็จครองเรือน ไม่ปรารถนาที่จะทรง
ผนวช ก็จะทรงปกครองแผ่นดินใหญ่ ทรงได้
รัตนะ ๗ ประการ และความเป็นผู้มีพระฉวี
สะอาดละเอียดงาม ครอบงำประชุมชนใน
โลกนี้
ถ้าทรงผนวชก็จะได้ผ้าสำหรับทรงครอง
เป็นเครื่องนุ่งห่มอย่างดี และเสวยผลกรรมที่
เป็นประโยชน์ดีที่ทรงทำไว้ในภพก่อน ความ
หมดสิ้นแห่งผลกรรมที่พระองค์ทำไว้หามีไม่.
[๑๕๐] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ตถาคตเคยเป็นมนุษย์ในชาติก่อน
ในภพก่อน ในกำเนิดก่อน เป็นผู้นำพวกญาติมิตร สหายผู้มีใจดีที่สูญหาย
พลัดพรากไปนาน ให้กลับมาพบกัน นำมารดาให้พบกับบุตร นำบุตรให้
พบกับมารดา นำบุตรให้พบกับบิดา นำบิดาให้พบกับบุตร นำบิดากับพี่น้อง
ให้พบกัน นำพี่ชายกับน้องสาวให้พบกัน นำน้องสาวกับพี่ชายให้พบกัน
ครั้นนำเขาให้พบพร้อมเพรียงกันแล้ว ก็ชื่นชม. ตถาคตย่อมเข้าถึงสุคติโลก

22
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค เล่ม ๓ ภาค ๒ – หน้าที่ 23 (เล่ม 16)

สวรรค์ เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก เพราะกรรมนั้นอันตนทำ สั่งสม
พอกพูน ไพบูลย์ ฯลฯ ครั้นจุติจากสวรรค์แล้วมาสู่ความเป็นอย่างนี้ ย่อมได้
ซึ่งมหาปุริสลักษณะนี้ คือ มีพระคุยหะเร้นอยู่ในฝัก. พระมหาบุรุษสมบูรณ์
ด้วยพระลักษณะนั้น ถ้าอยู่ครองเรือนจะได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ฯ ล ฯ
เมื่อเป็นพระราชาจะได้อะไร เมื่อเป็นพระราชาจะได้รับผลข้อนี้คือ มี
พระโอรสมาก พระราชบุตรของพระองค์มีกว่าพัน ล้วนกล้าหาญ มีรูปทรง
สมเป็นวีรกษัตริย์ สามารถย่ำยีเสนาของข้าศึกได้. ถ้าทรงออกผนวชจะได้
เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า มีหลังคา คือกิเลสอันเปิดแล้วในโลก
เมื่อเป็นพระพุทธเจ้าจะได้อะไร เมื่อเป็นพระพุทธเจ้าจะได้รับผลข้อนี้คือ
มีพระโอรสมาก พระโอรสของพระองค์มีจำนวนหลายพัน ล้วนเป็นผู้
แกล้วกล้า มีความเพียรเป็นองคสมบัติ. กำจัดเสนาอันเสียได้. พระผู้มี-
พระภาคเจ้าตรัสเนื้อความนี้ไว้. พระโบราณาจารย์ทั้งหลายจึงกล่าวคาถา
ประพันธ์นี้ในพระลักษณะนั้นว่า
[๑๕๑] พระมหาบุรุษเป็นมนุษย์ในชาติก่อนๆ ได้
ทรงนำพวกญาติมิตรที่สูญหายพลัดพรากไป
นานให้มาพบกัน ครั้นทำให้เขาพร้อมเพรียง
กันแล้วก็ชื่นชม
เพราะกุศลกรรมนั้นพระองค์จงหลีกไปสู่
ไตรทิพย์ เสวยความสุขและสมบัติเป็นที่
เพลิดเพลินและยินดี จุติจากเทวโลกแล้ว

23
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค เล่ม ๓ ภาค ๒ – หน้าที่ 24 (เล่ม 16)

เวียนมาเกิดในโลกนี้ ย่อมได้อังคาพยพที่ปิด
บัง ตั้งอยู่ในฝัก
พระมหาบุรุษเช่นนั้นมีพระโอรสมาก พระ
โอรสของพระองค์มากกว่าพัน ล้วนแกล้วกล้า
เป็นวีรบุรุษ สามารถให้ศัตรูพ่ายไป ให้ปีติ
เกิด และทูลถ้อยคำน่ารัก แก่พระมหาบุรุษ
ที่ยังทรงเป็นคฤหัสถ์
เมื่อพระมหาบุรุษทรงผนวชบำเพ็ญพรต มี
พระโอรสมากกว่านั้น ล้วนแต่ดำเนินตาม
พระพุทธพจน์ พระลักษณะนั้นย่อมเป็นนิมิต
ส่องความนั้น สำหรับพระมหาบุรุษที่เป็น
คฤหัสถ์หรือบรรพชิต.
[๑๕๒] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ตถาคตเคยเป็นมนุษย์ในชาติก่อน
ในภพก่อน ในกำเนิดก่อน เมื่อตรวจดูมหาชนที่ควรสงเคราะห์ ย่อมรู้จัก
ชนที่เสมอกันรู้จักกันเอง รู้จักบุรุษ รู้จักบุรุษพิเศษ หยั่งทราบว่าบุคคลนี้
ควรแก่สักการะนี้ บุคคลนี้ควรแก่สักการะนี้ ดังนี้ แล้วทำประโยชน์พิเศษ
ในบุคคลนั้น ๆ ในกาลก่อน ๆ. ตถาคตย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เบื้องหน้า
แต่ตายเพราะกายแตก เพราะกรรมนั้นอันตนทำ สั่งสม พอกพูน ไพบูลย์
ฯลฯ ครั้นจุติจากสวรรค์นั้นแล้ว มาสู่ความเป็นอย่างนี้ ย่อมได้ซึ่งมหา-
ปุริสลักษณะ ๒ ประการนี้ คือ มีพระวรกายเป็นปริมณฑลดังต้นนิโครธ ๑
เมื่อทรงยืนอยู่ไม่ต้องทรงน้อมพระวรกายลง ย่อมลูบคลำพระชานุทั้งสอง

24
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค เล่ม ๓ ภาค ๒ – หน้าที่ 25 (เล่ม 16)

ด้วยฝ่าพระหัตถ์ทั้งสองได้ ๑. พระมหาบุรุษสมบูรณ์ด้วยพระลักษณะทั้งสอง
นั้น ถ้าอยู่ครองเรือนจะได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ฯ ล ฯ เมื่อเป็นพระราชา
จะได้อะไร เมื่อเป็นพระราชาจะได้รับผลข้อนี้คือ เป็นผู้มั่งคั่งมีทรัพย์มาก
มีโภคะมาก มีทองและเงินมาก มีเครื่องอุปกรณ์น่าปลื้มใจมาก มีทรัพย์
และข้าวเปลือกมาก มีคลังเต็มบริบูรณ์ ถ้าทรงออกผนวชจะได้เป็นพระ-
อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า มีหลังคาคือ กิเลสอันเปิดแล้วในโลก เมื่อเป็น
พระพุทธเจ้าจะได้อะไร เมื่อเป็นพระพุทธเจ้าจะได้รับผล คือ เป็นผู้มั่งคั่ง
มีทรัพย์มาก มีโภคะมาก ทรัพย์ของพระองค์นั้นคือ ศรัทธา ศีล หิริ-
โอตตัปปะ สุตะ จาคะ ปัญญา เป็นทรัพย์อย่างหนึ่ง ๆ. พระผู้มีพระภาคเจ้า
ตรัสเนื้อความนี้ไว้. พระโบราณาจารย์ทั้งหลาย จึงกล่าวคาถาประพันธ์นี้
ในพระลักษณะนั้นว่า
[๑๕๓] พระมหาบุรุษเมื่อตรวจดูมหาชนที่ควร
สงเคราะห์พิจารณาแล้วสอดส่อง แล้วคิดหยั่ง
ทราบว่า บุคคลนี้ควรแก่สักภาระนี้ดังนี้แล้ว
ทำกิจพิเศษของบุรุษรนบุคคลนั้น ๆ ในกาล
ก่อน.
ก็และพระมหาบุรุษทรงยืนตรงไม่ต้อง
น้อมพระวรกายลงก็ถูกต้องพระชานุทั้งสอง
ด้วยพระกรทั้งสองได้ และมีพระกายเป็น

25
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค เล่ม ๓ ภาค ๒ – หน้าที่ 26 (เล่ม 16)

ปริมณฑลดุจต้นนิโครธที่งอกงามบนแผ่นดิน
ด้วยผลกรรมที่ประพฤติมาดีแล้ว ยังเป็นส่วน
เหลือ.
มนุษย์ทั้งหลายที่มีปัญญาอันละเอียดรู้จัก
นิมิตและลักษณะมากอย่างทำนายว่า พระ
โอรสนี้เป็นพระดรุณกุมาร ยังทรงพระเยาว์
ย่อมได้พระลักษณะอันคู่ควรแก่คฤหัสถ์มาก
อย่าง.
กามโภคะอันควรแก่คฤหัสถ์เป็นอันมาก
ยอมมีแก่พระราชกุมารผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน
ในมรดกวิสัยนี้ ถ้าพระราชกุมารนี้ทรงละกาม
โภคะทั้งปวง จะทรงได้อนุตตรธรรม อันเป็น
ทรัพย์สูงสุด.
[ ๑๕๔ ] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ตถาคตเคยเป็นมนุษย์ในชาติก่อน
ภพก่อน กำเนิดก่อน เป็นผู้หวังประโยชน์ หวังความเกื้อกูล หวังความ
ผาสุก หวังความเกษมจากโยคะ แก่ชนเป็นอันมาก ด้วยมนสิการว่า
ทำไฉน ? ชนเหล่านี้พึงเจริญด้วยศรัทธา เจริญด้วยศีล เจริญด้วยสุตะ
เจริญด้วยพุทธิ เจริญด้วยจาคะ เจริญด้วยธรรม เจริญด้วยปัญญา เจริญ
ด้วยทรัพย์และข้าวเปลือก เจริญด้วยนาและสวน เจริญด้วยสัตว์สองเท้า
และสัตว์สี่เท้า เจริญด้วยบุตรและภรรยา เจริญด้วยทาสและกรรมกร เจริญ

26
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค เล่ม ๓ ภาค ๒ – หน้าที่ 27 (เล่ม 16)

ด้วยญาติ เจริญด้วยมิตร เจริญด้วยพวกพ้อง ดังนี้. ตถาคตย่อมเข้าถึง
สุคติโลกสวรรค์ เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก เพราะกรรมนั้น อันตน
ทำ สั่งสม พอกพูน ไพบูลย์ ฯลฯ ครั้นจุติจากสวรรค์นั้นแล้ว มาสู่ความ
เป็นอย่างนี้ ย่อมได้เฉพาะซึ่งมหาปุริสลักษณะ ๓ ประการนี้ คือ มีส่วน
พระกายข้างหน้าดังว่ากึ่งกายข้างหน้าราชสีห์ มีระหว่างพระปฤษฎางค์
เต็มดี ๑ มีลำพระศอกลมเสมอกัน ๑. พระมหาบุรุษสมบูรณ์ด้วยลักษณะ ๓
ประการนั้น ถ้าอยู่ครองเรือนจะได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ฯ ล ฯ เมื่อเป็น
พระราชาจะได้อะไร ? เมื่อเป็นพระราชาจะได้รับผลข้อนี้ คือมีความไม่เสื่อม
เป็นธรรมดา คือไม่เสื่อมจากทรัพย์และข้าวเปลือก ไม่เสื่อมจากนาและสวน
ไม่เสื่อมจากสัตว์สองเท้าและสัตว์สี่เท้าไม่เสื่อมจากบุตรและภรรยา ไม่เสื่อม
จากทาสและกรรมกร ไม่เสื่อมจากญาติ ไม่เสื่อมจากมิตร ไม่เสื่อมจากพวก
พ้อง ไม่เสื่อมจากสรรพสมบัติ ถ้าพระมหาบุรุษนั้นออกจากเรือนผนวชเป็น
บรรพชิต จะได้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า มีหลังคาคือ กิเลสอันเปิด
แล้วในโลก เมื่อเป็นพระพุทธเจ้าจะได้อะไร ? เมื่อเป็นพระพุทธเจ้าจะได้
รับผลข้อนี้ คือมีความไม่เสื่อมเป็นธรรมดา คือไม่เสื่อมจากศรัทธา ไม่เสื่อม
จากศีล ไม่เสื่อมจากสุตะ ไม่เสื่อมจากจาคะ ไม่เสื่อมจากปัญญา ไม่เสื่อม
จากสมบัติทั้งปวง. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเนื้อความนี้ไว้. พระโบราณา-
จารย์ทั้งหลายจึงกล่าวคาถาประพันธ์นี้ในพระลักษณะเหล่านั้นว่า
[ ๑๕๕] พระมหาบุรุษย่อมปรารถนาความเจริญ
กับด้วยประชาชนเหล่าอื่นว่า ทำไฉน พหุชน
พึงไม่เสื่อมศรัทธา ศีล สุตะ พุทธิ จาคะ
ธรรม คุณอันให้ประโยชน์สำเร็จมาก ทรัพย์

27
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค เล่ม ๓ ภาค ๒ – หน้าที่ 28 (เล่ม 16)

ข้าวเปลือก นา สวน บุตร ภรรยา สัตว์ทั้ง
สองเท้าและสัตว์ทั้งสี่เท้า ญาติ มิตร พวกพ้อง.
และพละ วรรณะ สุข ทั้ง ๒ ประการดังนี้
ทั้งหวังความมั่งมีเเละความสำเร็จ.
พระมหาบุรุษนั้นมีส่วนพระกายข้างหน้า
ดำรงอยู่เป็นอันดี ดังว่ากึ่งกายข้างหน้าแห่ง
ราชสีห์ และมีพระศอกลมเสมอกัน ทั้งมี
ระหว่างพระปฤษฎางค์เต็มดี ลักษณะทั้ง ๓ นี้
เป็นบุพนิมิต ไม่เสื่อมปรากฏอยู่ เพราะ
กรรมที่พระมหาบุรุษประพฤติดีแล้ว ทำแล้ว
ในกาลก่อน.
พระมหาบุรุษแม้ดำรงอยู่ในคิหิวิสัย ย่อม
ทรงเจริญด้วย ข้าวเปลือก ทรัพย์ บุตร ภรรยา
สัตว์สองเท้าและสัตว์สี่เท้า ถ้าทรงตัดกังวล
เสีย ทรงผนวช ย่อมทรงบรรลุพระสัมโพธิ-
ญาณอันประเสริฐ มีความไม่เสื่อมเป็น
ธรรมดา.
[๑๕๖] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ตถาคตเคยเป็นมนุษย์ในชาติก่อน
ในภพก่อน ในกำเนิดก่อน เป็นผู้ไม่เบียดเบียนสัตว์ทั้งหลาย ด้วยฝ่ามือ
ด้วยก้อนหินด้วยท่อนไม้หรือด้วยศัสตรา. ตถาคตย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์
เบื่อหน้าแต่ตายเพราะกายแตก เพราะกรรมนั้นอันตนทำ สั่งสม พอกพูน

28
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค เล่ม ๓ ภาค ๒ – หน้าที่ 29 (เล่ม 16)

ไพบูลย์ ฯลฯ ครั้นจุติจากสวรรค์นั้นแล้วมาสู่ความเป็นอย่างนี้ ย่อมได้ซึ่ง
มหาปุริสลักษณะนี้ คือมีเส้นประสาทสำหรับนำรสอาหารอันเลิศ กล่าวคือ
พระมหาบุรุษนั้นมีเส้นประสาทมีปลายข้างบนประชุมอยู่ที่พระศอ สำหรับ
นำรสอาหารแผ่ซ่านไปสม่ำเสมอทั่วพระวรกาย. พระองค์สมบูรณ์ด้วยพระ
ลักษณะนั้น ถ้าอยู่ครองเรือนจะได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ฯลฯ เมื่อเป็น
พระราชาจะได้อะไร เมื่อเป็นพระราชาจะได้รับผลข้อนี้คือ มีพระโรคาพาธ
น้อย มีความลำบากน้อย สมบูรณ์ด้วยพระเตโชธาตุ อันทำอาหารให้ย่อยดี
ไม่เย็นนัก ไม่ร้อนนัก ถ้าออกทรงผนวชจะได้เป็นพระอรหันตสัมมาสัม-
พุทธเจ้า มีหลังคาคือ กิเลสอันเปิดแล้วในโลก เมื่อเป็นพระพุทธเจ้าจะได้
อะไร เมื่อเป็นพระพุทธเจ้าจะได้รับผลข้อนี้คือ มีพระโรคาพาธน้อย มี
ความลำบากน้อย สมบูรณ์ด้วยพระเตโชธาตุ อันทำอาหารให้ย่อยดี ไม่
เย็นนัก ไม่ร้อนนัก อันควรแก่ปธานะ เป็นปานกลาง. พระผู้มีพระภาคเจ้า
ตรัสเนื้อความนี้ไว้. พระโบราณาจารย์ทั้งหลายจึงกล่าวคาถาประพันธ์นี้ใน
พระลักษณะเหล่านั้นว่า
[๑๔๗] พระมาบุรุษไม่เบียดเบียน ไม่ย่ำยีสัตว์
ด้วยฝ่ามือ ด้วยท่อนไม้ ด้วยก้อนดิน ด้วย
ศัสตรา ด้วยให้ตายเอง ด้วยบังคับให้ผู้อื่นฆ่า
ด้วยจำจอง หรือด้วยให้หวาดกลัว.
เพราะกรรมนั้นนั่นแหละ พระมหาบุรุษไป
จากมนุษย์โลกจึงบันเทิงใจในสุคติและเพราะ
ทำกรรมมีผลเป็นสุข จึงได้สุขมากและมีเส้น

29
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค เล่ม ๓ ภาค ๒ – หน้าที่ 30 (เล่ม 16)

ประสาทสำหรับรับนำรสอาหารอันดี เสด็จมา
ในโลกนี้แล้ว จึงทรงได้รสอาหารดีเลิศ
เพราะฉะนั้น พวกพราหมณ์ผู้ฉลาดมี
ปัญญาเห็นแจ่มแจ้งจึงทำนายว่า พระราชกุมาร
นี้จักมีความสุขมาก ลักษณะนั้นย่อมส่อง
อรรถนั้น สำหรับพระราชกุมารผู้ยังดำรงอยู่ใน
คฤหัสถ์ หรือบรรพชิต.
[๕๑๘] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ตถาคตเคยเป็นมนุษย์ในชาติก่อน
ในภพก่อน ในกำเนิดก่อน ไม่ถลึงตาดู ไม่ค้อนตาดู ไม่ชำเลืองตาดู
เป็นผู้ตรง มีใจตรงเป็นปกติ แลดูตรง ๆ และแลดูพหุชนด้วยตาน่ารัก.
ตถาคตย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก เพราะ
กรรมนั้นอันตนทำ สั่งสม พอกพูน ไพบูลย์ ฯลฯ ครั้นจุติจากสวรรค์นั้น
แล้วมาสู่ความเป็นอย่างนี้ ย่อมได้ซึ่งมหาปุริสลักษณะ ๒ ประการ เหล่านี้คือ
มีพระเนตรสีดำสนิท ๑ มีดวงพระเนตรดุจตาโค. พระมหาบุรุษสมบูรณ์
ด้วยพระลักษณะ ๒ ประการนั้น ถ้าอยู่ครองเรือนจะได้เป็นพระเจ้า
จักรพรรดิ ฯ ล ฯ เมื่อเป็นพระราชาจะได้อะไร เมื่อเป็นพระราชาจะได้รับ
ผลข้อนี้คือ เป็นผู้ที่ชนทั้งหลายเห็นแล้วน่ารักใคร่ พอใจของพราหมณ์และ
คฤหบดี ของชาวนิคม และกองชาวชนบท ของโหราจารย์ และมหาอำมาตย์
ของกองทหาร ของนายประตู ของอำมาตย์ ของบริษัท ของพวกเจ้าของ
เศรษฐี ของพระราชกุมาร ถ้าพระมหาบุรุษออกทรงผนวชจะได้เป็นพระ
อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า มีหลังคาคือ กิเลสอันเปิดแล้วในโลก เมื่อเป็น

30
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค เล่ม ๓ ภาค ๒ – หน้าที่ 31 (เล่ม 16)

พระพุทธเจ้าจะได้อะไร เมื่อเป็นพระพุทธเจ้าจะได้รับผลข้อนี้คือ เป็นผู้ที่
ชนทั้งหลายเห็นแล้วรัก เป็นที่รักใคร่พอใจของ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก
อุบาสิกา เทวดา มนุษย์ อสูร นาค และคนธรรพ์. พระผู้มีพระภาคเจ้า
ตรัสเนื้อความนี้ไว้. พระโบราณาจารย์ทั้งหลายจึงกล่าวคาถาประพันธ์นี้ใน
พระลักษณะนั้นว่า
[๑๕๙] พระมหาบุรุษไม่ถลึงตาดู ไม่ค้อนตาดู ไม่
ชำเลืองดู เป็นผู้ตรง มีใจตรง เป็นปรกติ
แลดูพหุชนด้วยปิยจักษุ
พระองค์เสวยวิบาก อันเป็นผลบันเทิงอยู่
ในสุคติทั้งหลาย มาในโลกนี้มีดวงพระเนตร
ดุจตาโค และมีพระนัยน์ตาดำสนิท มีการเห็น
แจ่มใส
พวกมนุษย์ผู้ประกอบ ในลักษณศาสตร์
มีความละเอียด ผู้ฉลาดในนิมิต มีบทมาก
ฉลาดในการตรวจ เห็นนัยน์ตามีสีดำสนิท
และดวงตาเป็นดุจตาโค จะชมเชยพระราช
กุมารนั้นว่า พระองค์เป็นที่น่ารัก
พระมหาบุรุษดำรงอยู่ในคฤหัสถ์เป็นที่
เห็นน่ารัก เป็นที่รักของชนมาก ก็ถ้าพระองค์
ทรงละเพศคฤหัสถ์เป็นพระสมณะแล้ว ย่อม
เป็นที่รักของพหุชน และยังชนเป็นอันมากให้
สร่างโศก.

31