ผิดดังนี้ อธิบายว่า ในบทนี้ว่า สติปัฏฐาน ๔ ย่อมถือเอาอรรถว่า อารมณ์
คือสติปัฏฐาน ยกพยัญชนะขึ้นว่า สติปฏฺฐานานิ. บทว่า อิมสฺส กึ นุ
โข อาวุโส อตฺถสฺส ความว่า พยัญชนะทั้งหลายเหล่านี้คือ จตฺตาโร
สติปฏฺฐานา หรือ หรือว่าพยัญชนะทั้งหลายเหล่านั้น คือ จตฺตาริ สติ-
ปฏฺฐานานิ ของอรรถว่าสตินั่นแหละคือสติปัฏฐาน. บทว่า อย่างไหน
จะสมควรกว่ากัน คือพยัญชนะทั้งหลายของอรรถนี้อย่างไหน บทว่า
เข้าถึงกว่า คือแน่นกว่า บทว่า แห่งพยัญชนะทั้งหลายเหล่านี้ คือ
อรรถนี้ว่าสตินั่นแหละคือสติปัฏฐานหรือ หรือว่า อรรถนั้นว่า อารมณ์
คือสติปัฏฐานแห่งพยัญชนะทั้งหลายว่า จตฺตาโร สติปฏฺฐานา. บทว่า ดู
ก่อนผู้มีอายุ ของอรรถนี้ คือ ของอรรถนี้ว่า อารมณ์เป็นสติปัฏฐาน
บทว่า ยานิ เจว เอตานิ ความว่าพยัญชนะเหล่านี้ ใดอันข้าพเจ้ากล่าว
แล้ว. บทว่า โย เจว เอโส ความว่า ใดอันข้าพเจ้ากล่าวแล้ว. บทว่า
โส เนว อุสฺสาเทตพฺโพ ความว่าพวกเธอควรตั้งอยู่ในอรรถและในพยัญ-
ชนะโดยชอบก่อน แต่สพรหมจารีนั้นพวกเธอไม่ควรยินดี ไม่ควรรุกราน
บทว่า สญฺญาเปตพฺโพ แปลว่า ควรให้รู้. บทว่า ตสฺส จ อตฺถสฺส คือ แห่ง
อรรถ ว่าสตินั่นแหละคือสติปัฏฐาน. บทว่า เตสญฺจ พฺยญฺชนานํ คือแห่ง
พยัญชนะว่า สติปฏฺฐานา. บทว่า นิสนฺติยา คือ เพื่อพิจารณา เพื่อทรงไว้.
พึงทราบเนื้อความในวาระทั้งหมด โดยนัยนี้. บทว่า ตาทิสํ แปลว่าเช่น กับ
ท่าน บทว่า อตฺถูเปตํ ได้แก่ถึงโดยอรรถ คือรู้ซึ่งอรรถ บทว่า พฺยญฺช-
ปูเปตํ ได้แก่เข้าถึงโดยพยัญชนะ คือรู้ซึ่งพยัญชนะ พวกท่านสรรเสริญภิก-
ษุนั้นอย่างนี้ จริงอยู่ภิกษุนั้นไม่ชื่อว่าเป็นสาวกของพวกท่าน ดูก่อนจุนทะ
ภิกษุนั้นชื่อว่าเป็นพระพุทธะ ด้วยประการดังนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตั้ง
ภิกษุพหูสูตในตำแหน่ง ของตน บัดนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อจะทรงขยาย
พระธรรมเทศนาให้ยิ่ง ๆ ขึ้นกว่านั้นจึงตรัสคำเป็นอาทิว่า ดูก่อนจุนทะเรา