มัชฌิมยามในปุพพวิเทหทวีป. เวลาที่พระอาทิตย์ขึ้นในอมรโคยานทวีป
เป็นเวลาเที่ยงในทวีปนี้ เวลาที่พระอาทิตย์ตกในบุพพวิเทหทวีปเป็นในเวลา
มัชฌิมยามในอุตตรกุรุทวีป ฉะนี้แล.
พึงทราบวินิจฉัยในสองบทว่า นกฺขตฺตานิ ตารกรูปานิ ต่อไป
ดาวนักษัตรมีดาวฤกษ์เป็นต้น และหมู่ดาวทั้งหลายที่เหลือ ย่อมปรากฏ
พร้อมทั้งดวงจันทร์และดวงอาทิตย์. บทว่า รตฺตินฺทิวา ความว่า ตั้งแต่พระ
อาทิตย์ตกจนถึงอรุณขึ้น เป็นเวลากลางคืน ตั้งแต่เวลาอรุณขึ้นจนถึงพระ
อาทิตย์ตกจัดเป็นเวลากลางวัน กลางคืนและกลางวันย่อมปรากฏอย่างว่า
มานี้. ต่อแต่นั้น ๑๕ ราตรี จัดเป็นกึ่งเดือน ๒ กึ่งเดือนเป็นเดือน กึ่งเดือน
และเดือนหนึ่งปรากฏอย่างว่ามานี้. ที่นั้น ๔ เดือนจัดเป็น ๑ ฤดู ๓ ฤดู
เป็น ๑ ปี ทั้งฤดูและปีจึงปรากฏอย่างว่ามานี้.
คำว่า วณฺณเววณฺณตา จ ได้แก่ความมีผิวพรรณต่างกัน. บทว่า
เตสํ วณฺณาติมานปจฺจยา ความว่า เพราะการถือตัวจัดซึ่งเกิดขึ้นเพราะ
ปรารภวรรณะของสัตว์ทั้งหลายเหล่านั้นเป็นปัจจัย. บทว่า มานาติมาน-
ชาติกานํ ความว่าผู้มีมานะและอติมานะเกิดขึ้นบ่อย ๆ เป็นสภาพ. บทว่า
รสปฐวียา ความว่า อันได้นามว่า รส เพราะสมบูรณ์ด้วยรส.
บทว่า อนุตฺถุนึสุ ความว่า พากันบ่นถึง. บทว่า อโห รสํ ความว่า
โอ รสอร่อยมีแก่พวกเรา. คำว่า อคฺคญฺญํ อกฺขรํ นี้เป็นคำกล่าวถึงวงศ์
ซึ่งบังเกิดขึ้นในโลก. บทว่า อนุปทนฺติ ความว่าย่อมไปตาม.
บทว่า เอวเมว ปาตุรโหสิ ความว่า ได้เป็นเช่นนี้ตั้งขึ้น และ
ได้ตั้งขึ้นเหมือนพื้นเปือกตมอันแห้งเกิดขึ้น ในเมื่อน้ำภายในสระแห้ง
ไปฉะนั้น. เครืออันเจริญมีรสหวานอย่างหนึ่ง ชื่อว่าเครือดิน. บทว่า
กลมฺพกา ได้แก่ ต้นมะพร้าว. บทว่า อหุ วต โน ความว่า เครือดิน