ได้แก่คหบดีทั้งหลาย. บทว่า กณฺเห คือดำ. บทว่า พนฺธู แปลว่า
เป็นเผ่าพันธุ์ ของมารคือ เป็นฝักฝ่ายของมาร. บทว่า ปาทาปจฺเจ ความ
ว่า ผู้เป็นเหล่ากอแห่งพระบาทของท้าวมหาพรหม. อธิบายว่า เกิดจาก
พระบาท.
คำว่า โว ในคำว่า ตคฺฆ โว วาเสฏฺฐ พฺราหฺมณา โปราณํ
อสรนฺตา เอวมาหํสุ นี้ เป็นเพียงนิบาต อีกอย่างหนึ่ง เป็นฉัฏฐีวิภัติ.
อธิบายว่า พราหมณ์ทั้งหลายระลึกเรื่องเก่าของท่านไม่ได้ จึงกล่าวอย่างนั้น.
บทว่า โปราณํ ความว่า วงศ์แห่งความประพฤติ ผู้อุบัติขึ้นในโลกที่
รู้กันว่าเลิศเป็นของเก่า. บทว่า อสรนฺตา แปลว่ารู้ ไม่ได้. มีคำอธิบาย
ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า วาเสฏฐะ พราหมณ์ทั้งหลาย ระลึกไม่ได้
รู้ไม่ได้ซึ่งการอุบัติขึ้นในโลกอันเป็นของเก่าของท่าน จึงพากันกล่าว
อย่างนี้. คำว่า ทิสฺสนฺติ โข ปน ดังนี้เป็นต้น พระผู้มีพระภาคตรัสไว้
เพื่อประโยชน์แก่การทำลายความเห็นของพราหมณ์เหล่านั้น. บรรดาบท
เหล่านั้น บทว่า พฺราหฺมณิโยความว่า นางพราหมณีทั้งหลายที่พวก
พราหมณ์นำมาสู่ตระกูลด้วยอำนาจการอาวาหมงคลและวิวาหมงคล เพื่อ
ประโยชน์แก่การได้บุตร ก็ปรากฏอยู่. ก็โดยสมัยต่อมา นางพราหมณ์ทั้ง
หลายเหล่านั้นแลก็เป็นหญิงมีระดู. อธิบายว่ามีระดูเกิดขึ้น. บทว่า คพฺภินิโย
แปลว่า มีครรภ์. บทว่า วิชายมานา แปลว่าคลอดบุตรและธิดาอยู่.
บทว่า ปายมานา ความว่า ให้เด็กทารกดื่มน้ำนมอยู่. บทว่า
โยนิชาว สมานา ความว่า เป็นผู้เกิดแล้วโดยทางช่องคลอดของนาง
พราหมณีทั้งหลายแท้. บทว่า เอวมาหํสุ ความว่า ย่อมกล่าวอย่างนี้.
ถามว่า กล่าวว่า อย่างไร. ตอบว่า กล่าวว่าพราหมณ์เท่านั้น เป็นวรรณะ
ประเสริฐที่สุด ฯลฯ เป็นทายาทของพระพรหม. ถามว่า ก็ถ้าคำพูดของ