บทว่า ธมฺมํ ได้แก่ ธรรม คือ กุศลกรรมบถ ๑๐. บทว่า
นิสฺสาย คือกระทำธรรมนั้นเท่านั้นให้เป็นที่อาศัย ด้วยพระทัยที่อธิษ-
ฐานธรรมนั้นไว้แล้ว. บทว่า ธมฺมํ สกฺกโรนฺโต ความว่า ธรรมนั้นอัน
เข้าบำเพ็ญแล้ว คือ บำเพ็ญด้วยดีอย่างไร ท่านก็บำเพ็ญธรรมนั้นอย่าง
นั้นเหมือนกัน. สองบทว่า ธมฺมํ ครุกโรนฺโต คือ กระทำธรรมนั้น
ให้เลิศลอย ด้วยการเข้าถึงความเคารพในธรรมนั้น. บทว่า ธมฺมํ มาเนนฺ-
โต คือ กระทำธรรมนั้นเท่านั้นให้เป็นที่รัก แบะให้ควรแก่การยกย่อง
อยู่. บทว่า ธมฺมํ ปูเชนฺโต คืออ้างอิงธรรมนั้นแล้ว กระทำการบูชาต่อ
ธรรมนั้นด้วยการบูชาด้วยวัตถุมีของหอมและดอกไม้เป็นต้น. บทว่า ธมฺมํ
อปจายมาโน ความว่า กระทำการประพฤติอ่อนน้อม ต่อธรรมนั้นนั่น
เอง ด้วยสามีจิกรรมมีการประนมมือเป็นต้น.
บทว่า ธมฺมธโช ธมฺมเกตุ อธิบายว่า ชื่อว่ามีธรรมเป็นดุจ
ธงชัย และชื่อว่ามีธรรมเป็นสิ่งสุดยอด เพราะเชิดชูธรรมนั้นไว้เบื้อง
หน้าเหมือนธงชัย สละยกธรรมนั้นขึ้นทำให้เหมือนยอดประพฤติ.
บทว่า ธมฺมาธิปเตยฺโย คือมีธรรมเป็นใหญ่ ได้แก่เป็นธรรมา-
ธิปไตย เพราะภาวะแห่งธรรมที่มีมาแล้ว สละเพราะกระทำกิริยาทั้ง
หมดด้วยอำนาจธรรมเท่านั้น.
บทว่า ธมฺมิกํ รกฺขาวรณคุตฺตึ สํวิทหสฺสุ มีวิเคราะห์ดังนี้
ธรรมของการรักษามีอยู่ เหตุนั้น การรักษานั้นชื่อว่ามีธรรม การรักษา
การป้องกัน และการคุ้มครอง ชื่อว่า รกฺขาวรณคุตฺติ. บรรดาธรรม
เครื่องรักษาเหล่านั้น ธรรมทั้งหลายมีขันติเป็นต้น ชื่อว่าการรักษา เพราะ
พระบาลีว่า บุคคลเมื่อรักษาผู้อื่น ชื่อว่ารักษาตน. สมจริงดังพระดำรัส
ที่พระมีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลเมื่อรักษาผู้