จิตนี้สะดุ้งอยู่เป็นนิตย์ จิตใจนี้หวาด
อยู่เป็นนิตย์ ทั้งในกิจที่ยังไม่เกิด ทั้งในกิจ
ที่เกิดแล้ว ถ้าหากว่าความไม่หวาดสะดุ้ง
มีอยู่ ขอพระองค์ที่ถูกทูลถามแล้ว โปรด
บอกความไม่หวาดสะดุ้งนั้น แก่ข้าพระ-
องค์ด้วยเถิด. ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาค-
เจ้า จึงได้ตรัสบอก สุพรหมเทพบุตร
(ในสังยุตตนิกาย สคาถวรรค) ว่า
นาญฺญตฺร โพชฺฌา ตปสา นาญฺญตฺร อินฺทฺริยสํวรา
นาญฺญตฺร สพฺพปฏินิสฺสคฺคา โสตฺถึ ปสฺสามิ ปาณินํ
นอกจากปัญญาเครื่องรู้ ตปะเครื่อง
เผาความชั่ว นอกจากความสำรวมอินทรีย์
นอกจากความสละคืนทุกสิ่งทุกอย่าง เราก็
มองไม่เห็นความสวัสดีของสัตว์ทั้งหลาย
ดังนี้.
ในที่สุดเทศนา สุพรหมเทพบุตรก็ดำรงอยู่ในโสดาปัตติผล พร้อมด้วย
นางเทพอัปสรห้าร้อยทำสมบัตินั้นให้ถาวรแล้วกลับไปยังเทวโลก.
มรรคนี้อันบุคคลเจริญแล้ว บัณฑิตพึงทราบว่า ย่อมเป็นไปเพื่อดับ
โทมนัส เหมือนอย่างโทมนัสของท้าวสักกะ เป็นต้น ดังกล่าวมานี้.
มรรคมีองค์ ๘ ที่เป็นอริยะ เรียกว่า ญายธรรม ในข้อที่ว่า ญาย-
สฺส อธิคมาย เพื่อบรรลุญายธรรม ท่านอธิบายว่า เพื่อบรรลุ คือเพื่อถึง
ญายธรรมนั้น. จริงอยู่ มรรค คือสติปัฏฐานที่เป็น โลกิยะเบื้องต้นนี้ อัน