เอกายนํ ชาติขยนฺตทสฺสี
มคฺคํ ปชานาติ หิตานุกมฺปี
เอเตน มคฺเคน ตรึสุ ปุพฺเพ
ตริสฺสเร เจว ตรนฺติ ใจฆํ
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเห็นธรรม
เป็นที่สิ้นชาติ ทรงพระกรุณาอนุเคราะห์
ด้วยประโยชน์เกื้อกูล ทรงทราบชัด
เอกายนมรรค พระพุทธะทั้งหลายในอดีต
พากันข้าม โอฆะ(โอฆะ ๔) ด้วยมรรคนั้น
มาแล้ว พระพุทธะทั้งหลาย ในอนาคตก็
จัก ข้ามโอฆะด้วยมรรคนั้น และพระพุทธะ
ทั้งในปัจจุบัน ก็ข้ามโอฆะด้วยมรรคอย่าง
เดียวกันนั้นแล.
แต่เกจิอาจารย์กล่าวตามนัยแห่งคาถาที่ว่า ชนทั้งหลาย ไม่ไปสู่ฝั่ง
(พระนิพพาน) สองครั้งดังนี้ ว่า เพราะเหตุบุคคลไปพระนิพพานได้คราวเดียว
ฉะนั้น หนทางนั้น จึงชื่อว่า เอกายนะไปคราวเดียว. คำนั้นไม่ถูก. เพราะอรรถนี้
จะพึงมีพยัญชนะอย่างนี้ว่า สกึ อยโน ไปคราวเดียว. ก็ถ้าหากว่า จะพึงประกอบ
อรรถะ กล่าวอย่างนี้ว่า การไปครั้งเดียว คือการดำเนินครั้งเดียวของมรรคนั้น
เป็นไปอยู่ดังนี้ พยัญชนะก็น่าจะถูก. แต่อรรถะ ไม่ถูกทั้งสองประการ. เพราะ
เหตุไร. ก็เพราะในที่นี้ ท่านประสงค์แต่มรรคที่เป็นส่วนเบื้องต้น. เป็นความจริง
ในที่นี้ ท่านประสงค์เอาแต่มรรคที่มีสติปัฏฐานเป็นส่วนเบื้องต้น ซึ่งเป็นไป
โดยอารมณ์ ๔ มีกายเป็นต้น. มิได้ประสงค์เอามรรคที่เป็น โลกุตตระ. ด้วยว่า
มรรคที่เป็นส่วนเบื้องต้นนั้นย่อมดำเนินไปแม้มากครั้ง ทั้งการดำเนินไปของ
มรรคนั้น ก็มิใช่มีครั้งเดียว.