แม้ในใบและผลทั้งหลาย ก็มีนัยเช่นเดียวกัน. ก็แถวตาลเหล่านั้น สูง ๘๐ ศอก
ตั้งอยู่ในระหว่างกำแพงแห่งละ ๑ แถว ในพื้นที่ราบเรียบซึ่งเกลี่ยด้วยทราย. บทว่า
วคฺคู แปลว่า ฉลาดดี. บทว่า รชนีโย แปลว่า สามารถเพื่อกำหนัด. บทว่า
กมนีโย แปลว่า เมื่อฟังแม้ตลอดวัน ก็ไม่เบื่อ. บทว่า มทนีโย แปลว่า
ทำให้เกิดเมาใจ เมาคน. บทว่า ปญฺจงฺคิกสฺส ความว่า ประกอบด้วยองค์
๕ ประการ คือ อาตฏะ วิตฏะ อาตฏวิตฏะ สุริระ ฆนะ. ในองค์ ๕
ประการนั้น ดุริยางค์ ที่หุ้มหนังหน้าเดียว ในบรรดากลองเป็นต้น ซึ่งหุ้ม
ด้วยหนัง ชื่อว่า อาตฏะ ดุริยางค์ที่หุ้มทั้ง ๒ หน้า ชื่อว่า วิตฏะ ดุริยางค์
ที่หุ้มทั้งหมด ชื่อว่า อาตฏวิตฏะ. ปี่แลสังข์เป็นต้น ชื่อว่า สุสิระ. สัมม-
ตาลเป็นต้น ชื่อว่า ฆนะ. บทว่า สุวินีตสฺส ความว่าขึงดีแล้ว ด้วยทำให้
หย่อนเป็นต้น. บทว่า สุปฏิตาพิตสฺส ความว่า ตีเทียบดีแล้ว เพื่อให้รู้ว่า
พอดี. บทว่า กุสเลหิ สมนฺนาหตสฺส ความว่า บรรเลงโดยผู้เชี่ยวชาญ
ซึ่งสามารถที่จะบรรเลง. บทว่า ธุตฺตา แปลว่า นักเลงการพนัน. บทว่า
โสณฺฑา ความว่า นักเลงสุรา. นักเลงสุราเหล่านั้นเทียว ชื่อว่า นักดื่ม
ด้วยความสามารถดื่มได้บ่อย ๆ. บทว่า ปริจาเรสุํ แปลว่า ถือจังหวะมือ
จังหวะเท้าฟ้อนเล่น. บทว่า สีสนฺหาตสฺส แปลว่า ทรงอาบด้วยน้ำกลิ่นหอม
ทั่วพระเศียร.
บทว่า อุโปสถิกสฺส ความว่า ทรงสมาทานองค์อุโบสถ. บทว่า
อุปริปาสาทวรคตสฺส ความว่า เสด็จขึ้นปราสาทอันประเสริฐ ทรงเสวย
พระกระยาหารแล้ว เสด็จเข้าไปยังห้องศิริ เบื้องบน คือ บนพื้นใหญ่
แห่งพระปราสาทอันประเสริฐ แล้วทรงระลึกถึงศีล. ได้ยินว่า ครั้งนั้น
พระราชาทรงแก้ปัญหาตั้งแสน ตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว ทรงถวายมหาทาน ทรง
ชำระพระเศียร ด้วยน้ำหอม ๑๖ หม้อ เสวยพระกระยาหารเช้า ทรงสพักสไบ
อันบริสุทธิ์ ประทับนั่งสมาธิในห้องบรรทมบนพระปราสาทอันประเสริฐ ทรง