พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค เล่ม ๒ ภาค ๑ - หน้าที่ 492 (เล่ม 13)

เถิด จงทรงห่วงใยในพระชนมชีพเถิด ขอเดชะ เหล่านี้คือเรือนยอดแปดหมื่น
สี่พันหลังของพระองค์ มีเรือนยอดหลังใหญ่เป็นประมุข ขอเดชะ ขอพระองค์
จงบังเกิดความพอพระหฤทัยในเรือนยอดเหล่านั้นเถิด จงทรงห่วงใยในพระ-
ชนมชีพเถิด ขอเดชะ เหล่านี้คือบัลลังก์แปดหมื่นสี่พันที่ของพระองค์ทำด้วย
ทอง เงิน งาช้าง บุษราคัม ลาดด้วยขนเจียม ลาดด้วยสักหลาด ลาดด้วย
ผ้าปักลวดลาย ลาดด้วยหนังกวางอย่างดี มีพนักสูง มีนวมแดงสองข้าง ขอ
เดชะ ขอพระองค์จงบังเกิดความพอพระหฤทัยในบัลลังก์เหล่านั้นเถิด จงทรง
ห่วงใยในพระชนมชีพเถิด ขอเดชะ เหล่านี้คือ ช้างแปดหมื่นสี่พันเชือกของ
พระองค์ มีเครื่องแต่งเป็นทอง ปักธงทอง หุ้มด้วยตาข่ายทอง มีพญาช้าง
อุโบสถเป็นประมุข ขอเดชะ ขอพระองค์จงบังเกิดความพอพระหฤทัยในช้าง
เหล่านั้นเถิด จงทรงห่วงใยในพระชนมชีพเถิด ขอเดชะ เหล่านี้คือ ม้า
แปดหมื่นสี่พันตัวของพระองค์ มีเครื่องแต่งเป็นทอง ปักธงทอง หุ้มด้วย
ตาข่ายทอง มีพญาม้าวลาหกเป็นประมุข ขอเดชะ ขอพระองค์จงบังเกิดความ
พอพระราชหฤทัยในม้าเหล่านั้นเถิด จงทรงห่วงใยในพระชนมชีพเถิด ขอเดชะ
เหล่านี้คือรถแปดหมื่นสี่พันคันของพระองค์ หุ้มด้วยหนังราชสีห์ หุ้มด้วยหนัง
เสือโคร่ง หุ้มด้วยหนังเสือเหลือง หุ้มด้วยผ้าขนสัตว์สีเหลือง มีเครื่องแต่งเป็น
ทอง ปักธงทอง หุ้มด้วยตาข่ายทอง มีรถไพชยันต์เป็นประมุข ขอเดชะ
ขอพระองค์จงบังเกิดความพอพระหฤทัยในรถเหล่านั้นเถิด ขอจงทรงห่วงใยใน
พระชนมชีพเถิด ขอเดชะ เหล่านี้คือแก้วแปดหมื่นสี่พันดวงของพระองค์มี
แก้วมณีเป็นประมุข ขอเดชะ ขอพระองค์จงทรงบังเกิดความพอพระหฤทัยใน
แก้วเหล่านั้นเถิด ขอจงทรงห่วงใยในพระชนมชีพเถิด ขอเดชะ เหล่านี้คือ
สตรีแปดหมื่นสี่พันนางของพระองค์มีหญิงแก้วเป็นประมุข ขอเดชะ ขอพระ-
องค์จงทรงบังเกิดความพอพระหฤทัยในสตรีเหล่านั้นเถิด ขอจงทรงห่วงใยใน

492
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค เล่ม ๒ ภาค ๑ - หน้าที่ 493 (เล่ม 13)

พระชนมชีพเถิด ขอเดชะ เหล่านี้คือ คฤหบดี ๘๘,๐๐๐ คน ของพระองค์
มีคฤหบดีแก้วเป็นประมุข ขอเดชะ ขอพระองค์จงทรงบังเกิดความพอพระ-
หฤทัยในคฤหบดีเหล่านั้นเถิด ขอจงทรงห่วงใยในพระชนมชีพเถิด ขอเดชะ
เหล่านั้นคือกษัตริย์ ๘๔,๐๐๐ พระองค์ ผู้จงรักภักดีต่อพระองค์มีปริณายกแก้ว
เป็นประมุข ขอเดชะ. ขอพระองค์จงทรงบังเกิดความพอพระหฤทัยในกษัตริย์
เหล่านั้นเถิด จงทรงห่วงใยในพระชนมชีพเถิด ขอเดชะ เหล่านี้คือ แม่โคนม
๘๔,๐๐๐ ตัว ของพระองค์ ซึ่งกำลังหลั่งน้ำนม กำลังเอาถาดสำริดไปรอง
ขอเดชะ ขอพระองค์จงทรงบังเกิดความพอพระหฤทัยในแม่โคนมเหล่านั้นเถิด
ขอจงทรงห่วงใยในพระชนมชีพเถิด ขอเดชะ เหล่านี้คือ ผ้า ๘๔,๐๐๐ โกฏิ
พับของพระองค์ เป็นผ้าเปลือกไม้อย่างดี ผ้าฝ้ายอย่างดี ผ้าไหมอย่างดี ผ้า
ขนสัตว์อย่างดี ขอเดชะ ขอพระองค์จงทรงบังเกิดความพอพระหฤทัยในผ้า
เหล่านั้นเถิด จงทรงห่วงใยในพระชนมชีพเถิด ขอเดชะ เหล่านี้คือ ถาด
พระกระยาหาร ๘๔,๐๐๐ สำรับ ของพระองค์ซึ่งมีคนนำมาถวายในเวลาเช้า และ
เวลาเย็น ขอเดชะ ขอพระองค์จงทรงบังเกิดความพอพระหฤทัยในถาดพระ-
กระยาหารเหล่านั้นเถิด ขอจงทรงห่วงใยในพระชนมชีพเถิด.
ว่าด้วยความสลดพระทัยของพระเจ้ามหาสุทัสสนะ
เมื่อพระนางกราบทูลอย่างนี้แล้ว อานนท์ พระเจ้ามหาสุทัสสนะได้ตรัส
อย่างนี้กับพระนางสุภัททาเทวีว่า เทวี เธอได้ทักทายเราด้วยของน่ารัก น่า
ใคร่ น่าพอใจ มานานแล้ว ก็แต่ในเวลาภายหลัง เธอจะทักเรา ด้วยของที่
ไม่น่ารัก ไม่น่าใคร่ ไม่น่าพอใจ. ขอเดชะ ก็แลพระองค์จะให้หม่อมฉันทัก
ทายพระองค์อย่างไร. เทวี เธอจงทักทายเราดังนี้ว่าความเป็นต่าง ๆ ความ
พลัดพราก ความเป็นอย่างอื่นจากของน่ารัก น่าพอใจทั้งหมดทีเดียว ย่อมมี

493
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค เล่ม ๒ ภาค ๑ - หน้าที่ 494 (เล่ม 13)

ขอเดชะ ขอพระองค์อย่าทรงมีความห่วงใยในสวรรคต การตายของผู้มีความห่วง
ใยเป็นทุกข์ และความตายของผู้มีความห่วงใยย่อมถูกติเตียน ขอเดชะ เหล่า
นี้คือ นคร ๘๔,๐๐๐ ของทูลกระหม่อมมีกุสาวดีราชธานีเป็นประมุข ขอเดชะ
ขอพระองค์จงละความพอพระหฤทัยในนครเหล่านั้นเสียเถิด อย่าทรงห่วงใย
พระชนมชีพ ขอเดชะ เหล่านี้คือ ปราสาท ๘๔,๐๐๐ องค์ ของทูลกระหม่อม
ฯลฯ ขอทูลกระหม่อมอย่าทรงห่วงใยในพระชนมชีพ ขอเดชะ เหล่านี้เป็น
เรือนยอด ๘๔,๐๐๐ หลังของทูลกระหม่อม ฯลฯ ขอทูลกระหม่อมอย่าทรงห่วง
ใยในพระชนมชีพ ขอเดชะ เหล่านี้เป็นบัลลังก์ ๘๔,๐๐๐ ที่ของทูลกระหม่อม
เป็นบัลลังก์ที่ทำด้วยทอง ด้วยเงิน ด้วยงา ด้วยบุษราคัม ลาดด้วยขนแกะ
ลาดด้วยสักหลาด ลาดด้วยผ้าปักลวดลาย ลาดด้วยหนังกวางอย่างดี มีพนัก
สูง มีนวมแดงทั้งสองข้าง ขอเดชะ ขอทูลกระหม่อมจงละความพอพระทัย
ในบัลลังก์เหล่านั้นเสีย ขอทูลกระหม่อมอย่าทรงห่วงใยในพระชนมชีพ ขอเดชะ
เหล่านี้เป็นช้าง ๘๔,๐๐๐ เชือกของทูลกระหม่อม มีเครื่องแต่งเป็นทอง ปัก
ธงทอง คลุมด้วยตาข่ายทอง มีพญาช้างอุโบสถเป็นประมุข ขอเดชะ ขอทูล
กระหม่อมจงละความพอพระหฤทัยในช้างเหล่านั้นเสียเถิด ขอทูลกระหม่อม
อย่าได้ห่วงใยพระชนมชีพ ขอเดชะ เหล่านี้เป็นม้า ๘๔,๐๐๐ ตัวของทูลกระ-
หม่อม มีเครื่องแต่งเป็นทอง ปักธงทอง มีตาข่ายทองคลุม มีพญาม้าวลาหก
เป็นประมุข ขอเดชะ ขอทูลกระหม่อมจงละความพอพระหฤทัยในม้าเหล่านั้น
เสียเถิด ขอทูลกระหม่อมอย่าทรงห่วงใยในพระชนมชีพ ขอเดชะ เหล่านี้เป็น
รถ ๘๔,๐๐๐ คันของพระองค์ หุ้มด้วยหนังราชสีห์ หุ้มด้วยหนังเสือโคร่ง
หุ้มด้วยหนังเสือเหลือง หุ้มด้วยผ้าขนสัตว์สีเหลือง มีเครื่องแต่งเป็นทอง
ปักธงทอง คลุมด้วยตาข่ายทอง มีรถไพชยันต์ เป็นประมุข ขอเดชะ ขอ
ทูลกระหม่อมจงทรงละความพอพระหฤทัยในรถเหล่านั้นเสียเถิด ขอทูลกระ-

494
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค เล่ม ๒ ภาค ๑ - หน้าที่ 495 (เล่ม 13)

หม่อมอย่าได้ทรงห่วงใยในพระชนมชีพ ขอเดชะ เหล่านี้เป็นมณี ๘๔,๐๐๐
ดวงของทูลกระหม่อม มีแก้วมณีเป็นประมุข ขอเดชะ ขอทูลกระหม่อมจง
ทรงละความพอพระทัยในมณีเหล่านั้นเสียเถิด ขอทูลกระหม่อมอย่าได้ทรงห่วง
ใยในพระชนม์ชีพ ขอเดชะ เหล่านี้สตรี ๘๔,๐๐๐ นางของทูลกระหม่อม
มีพระนางสุภัททาเทวีเป็นประมุข ขอเดชะ ขอทูลกระหม่อมจงทรงละความ
พอพระทัยในสตรีเหล่านั้นเสียเถิด ขอทูลกระหม่อมอย่าได้ทรงห่วงใยในพระ-
ชนม์ชีพ ขอเดชะ เหล่านี้คือ คฤหบดี ๘๔,๐๐๐ คน ของทูลกระหม่อม
มีคฤหบดีแก้วเป็นประมุข ขอเดชะ ขอทูลกระหม่อมจงทรงละความพอพระทัย
ในคฤหบดีเหล่านั้นเสียเถิด ขอทูลกระหม่อมอย่าได้ทรงห่วงใยในพระชนม์ชีพ
ขอเดชะ เหล่านี้คือ กษัตริย์ ๘๔,๐๐๐ พระองค์ ผู้จงรักภักดีของทูลกระหม่อม
มีปริณายกแก้วเป็นประมุข ขอเดชะ ขอทูลกระหม่อมจงทรงละความพอพระ-
หฤทัยในกษัตริย์เหล่านั้นเสียเถิด ขอทูลกระหม่อมอย่าได้ทรงห่วงใยในพระ-
ชนม์ชีพ ขอเดชะ เหล่านี้เป็นแม่โคนม ๘๔,๐๐๐ ตัว ของทูลกระหม่อม
ซึ่งกำลังกำดัดหลั่งนม กำลังเอาถาดสำริดไปรองรับ ขอเดชะ ขอทูลกระหม่อม
จงทรงละความพอพระหฤทัยในแม่โคนมเหล่านั้นเสียเถิด ขอทูลกระหม่อม
อย่าได้ทรงห่วงใยในพระชนม์ชีพ ขอเดชะ เหล่านี้เป็นผ้า ๘๔,๐๐๐ โกฏิพับ
เป็นผ้าเปลือกไม้อย่างดี ผ้าฝ้ายอย่างดี ผ้าไหมอย่างดี ผ้าขนสัตว์อย่างดี ขอ
เดชะ ขอทูลกระหม่อมจงทรงละความพอพระหฤทัยในผ้าเหล่านั้นเสียเถิด ขอ
ทูลกระหม่อมอย่าอาลัยในพระชนม์ชีพ ขอเดชะ พระกระยาหาร ๘๔,๐๐๐ สำรับ
มีคนนำมาถวายทั้งเวลาเช้าและเย็น เหล่านี้ของทูลกระหม่อม ขอเดชะ ขอทูล
กระหม่อมจงทรงละความพอพระหฤทัยในพระกระยาหารนั้น อย่าได้อาลัยใน
พระชนม์ชีพ.

495
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค เล่ม ๒ ภาค ๑ - หน้าที่ 496 (เล่ม 13)

อานนท์ เมื่อพระเทวีกราบทูลอย่างนี้ พระเทวีสุภัททาทรงกันแสง
หลั่งพระอัสสุชล. อานนท์ ครั้งนั้นแล พระนางสุภัททาเทวีทรงซับน้ำพระ-
เนตรแล้ว ได้กราบทูลอย่างนี้ กับพระเจ้ามหาสุทัสสนะว่า ขอเดชะ ความ
เป็นต่าง ๆ กัน ความพลัดพราก ความเป็นอย่างอื่นจากสิ่งที่น่ารักน่าชอบใจ
ทั้งปวงย่อมมี ขอเดชะ ขอทูลกระหม่อมอย่าทรงมีความอาลัยสวรรคตเลย
กาลกิริยาของผู้มีอาลัยเป็นทุกข์ กาลกิริยาของผู้อาลัยบัณฑิตติเตียน ขอเดชะ
พระนคร ๘๔,๐๐๐ เหล่านี้แล มีพระนครกุสาวดี ของทูลกระหม่อมเป็น
ประมุข ขอเดชะ ทูลกระหม่อมจงทรงละความพอพระทัยในนครเหล่านั้น
อย่าทรงอาลัยในพระชนมชีพเลย ขอเดชะ ปราสาท ๘๔,๐๐๐ เหล่านี้มีธรรม
ปราสาทของทูลกระหม่อมเป็นประมุข ขอเดชะ ขอทูลกระหม่อมจงทรงละความ
พอพระทัยในปราสาทเหล่านั้น อย่าได้อาลัยในพระชนมชีพเลย ขอเดชะ
เรือนยอด ๘๔,๐๐๐ มีเรือนยอดหลังใหญ่เป็นประมุข ของทูลกระหม่อมเหล่า
นั้น ขอเดชะ ขอทูลกระหม่อมจงทรงละความพอพระทัยในเรือนยอดเหล่านั้น
อย่าได้ทรงอาลัยในพระชนมชีพเลย ขอเดชะ บัลลังก์ ๘๔,๐๐๐ ที่เหล่านี้ของ
ทูลกระหม่อม เป็นทอง เป็นเงิน ทำด้วยงา ล้วนด้วยแก้วบุษราคัม บุลาด
ด้วยขนเจียม ด้วยสักหลาด ด้วยผ้าปักเป็นลวดลาย บุลาดด้วยหนังกวางอย่าง
ดี มีพนักสูง มีนวมสีแดง ทั้งสองข้าง ขอเดชะ ขอทูลกระหม่อม จงทรง
ละความพอพระทัยในบัลลังก์เหล่านั้น อย่าได้อาลัยในพระชนมชีพ ขอเดชะ
ช้าง ๘๔,๐๐๐ เชือกมีเครื่องแต่ง ทำด้วยทอง ปักธงทอง คลุมด้วยตาข่าย
ทอง ของทูลกระหม่อม เหล่านี้มีช้างตระกูลอุโบสถเป็นประมุข ขอเดชะ ขอ
ทูลกระหม่อมจงทรงละความพอพระทัยในช้างเหล่านั้น อย่าได้ทรงมีอาลัยใน
พระชนมชีพ ขอเดชะ ม้า ๘๔,๐๐๐ เหล่านี้ของทูลกระหม่อมมีเครื่องแต่งทำ
ด้วยทอง ปักธงทอง ปกปิดด้วยตาข่ายทอง มีพระยาม้าวลาหกเป็นประมุข

496
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค เล่ม ๒ ภาค ๑ - หน้าที่ 497 (เล่ม 13)

ขอเดชะ ขอทูลกระหม่อมจงทรงละความพอพระทัยในม้าเหล่านั้น ขออย่าได้
ทรงอาลัยในพระชนมชีพ ขอเดชะ รถ ๘๔,๐๐๐ เหล่านี้ของทูลกระหม่อม
หุ้มด้วยหนังราชสีห์ หนังเสือโคร่ง หนังเสือเหลือง หุ้มด้วยผ้าขนสัตว์สีเหลือง
มีเครื่องแต่งทำด้วยทอง ปักธงทอง คลุมด้วยตาข่ายทอง มีรถไพชยันต์เป็น
ประมุข ขอเดชะ ขอทูลกระหม่อมจงทรงละความพอพระทัยในรถเหล่านั้น
อย่าได้อาลัยในพระชนมชีพ ขอเดชะ แก้ว ๘๔,๐๐๐ ดวงเหล่านั้น ของทูล
กระหม่อม มีแก้วมณีเป็นประมุข ขอเดชะ ขอทูลกระหม่อมจงทรงละความ
พอพระทัยในแก้วเหล่านั้น อย่าได้ทรงอาลัยในพระชนมชีพ ขอเดชะ หญิง
๘๔,๐๐๐ คนเหล่านี้ของทูลกระหม่อม มีนางแก้วเป็นประมุข ขอเดชะ ขอทูล
กระหม่อมจงทรงละความพอพระทัยในหญิงเหล่านั้น อย่าได้ทรงอาลัยในพระ
ชนมชีพ ขอเดช ะ คฤหบดี ๘๔,๐๐๐ คนเหล่านี้ของทูลกระหม่อม มีคฤหบดี
แก้วเป็นประมุข ขอเดชะ ขอทูลกระหม่อมทรงละความพอพระทัยในคฤหบดี
เหล่านั้น อย่าได้ทรงอาลัยในพระชนมชีพ ขอเดชะ กษัตริย์ ๘๔,๐๐๐ พระ
องค์เหล่านี้ของทูลกระหม่อมผู้จงรักภักดี มีปริณายกแก้วเป็นประมุข ขอเดชะ
ขอทูลกระหม่อมจงทรงละความพอพระทัยในกษัตริย์เหล่านั้น อย่าได้ทรงอาลัย
ในพระชนมชีพ ขอเดชะ แม่โคนม ๘๔,๐๐๐ ตัวเหล่านี้ของทูลกระหม่อม
กำลังกำดัดหลั่งน้ำนม กำลังเอาถาดรองรับ ขอเดชะ ขอทูลกระหม่อมจงทรง
ละความพอพระทัยในแม่โคนมเหล่านั้น อย่าได้ทรงอาลัยในพระชนมชีพ
ขอเดชะ ผ้าเปลือกไม้อย่างดี ผ้าฝ้ายอย่างดี ผ้าไหมอย่างเนื้อดี และผ้าขน
สัตว์อย่างดี ๘๔,๐๐๐ โกฏิพับเหล่านี้ ของทูลกระหม่อม ขอเดชะ ขอทูล
กระหม่อมจงทรงละความพอพระทัยในผ้าเหล่านั้น อย่าได้อาลัยในพระชนมชีพ
ขอเดชะ ถาดพระกระยาหาร ๘๔,๐๐๐ สำรับเหล่านี้ มีคนนำมาถวายทั้งเวลาเช้า
และเวลาเย็น ของทูลกระหม่อม ขอเดชะ ทูลกระหม่อมจงทรงละความพอ
พระทัยในพระกระยาหารเหล่านั้น อย่าได้ทรงอาลัยในพระชนมชีพ.

497
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค เล่ม ๒ ภาค ๑ - หน้าที่ 498 (เล่ม 13)

พระเจ้ามหาสุทัสสนะสวรรคต
[๑๘๔] อานนท์ ครั้งนั้นแล พระเจ้ามหาสุทัสสนะได้เสด็จสวรรคต
แล้ว ต่อกาลไม่นาน อานนท์ คฤหบดี หรือ บุตรคฤหบดี บริโภคโภชนะที่
ชอบใจ ย่อมเมาในอาหารฉันใด อานนท์ พระเจ้ามหาสุทัสสนะได้เสวยเวทนา
ที่มีการสวรรคตเป็นที่สุด ฉันนั้นนั่นแล. อานนท์ ก็แลพระเจ้ามหาสุทัสสนะ
สวรรคตแล้ว ทรงเข้าถึงสุคติพรหมโลก. อานนท์ พระเจ้ามหาสุทัสสนะทรง
เล่น อย่างพระกุมารอยู่ ๘๔,๐๐๐ ปี ทรงดำรงตำแหน่งอุปราชอยู่ ๘๔,๐๐๐ ปี
ทรงครองราชสมบัติอยู่ ๘๔,๐๐๐ ปี ทรงดำรงเพศคฤหัสถ์ประพฤติพรหม
จรรย์ในธรรมประสาท ๘๔,๐๐๐ ปี. พระเจ้ามหาสุทัสสนะทรงเจริญพรหม
วิหารธรรมสี่ หลังจากสวรรคตเพราะพระกายแตก ได้เสด็จเข้าถึงพรหมโลก
แล้ว.
กถาว่าด้วยความสังเวช
[๑๘๕] อานนท์ เธอคงจะคิดอย่างนี้ว่า สมัยนั้น พระเจ้ามหา
สุทัสสนะได้เป็นคนอื่น อานนท์ ข้อนั้นเธอไม่พึงเห็นอย่างนั้น สมัยนั้น เรา
ได้เป็นพระเจ้ามหาสุทัสสนะ พระนคร ๘๔,๐๐๐ ของเรานั้น มีกรุงกุสาวดี
ราชธานีเป็นประมุข ปราสาท ๘๔,๐๐๐ เหล่านั้น ของเรามีธรรมปราสาทเป็น
ประมุข เรือนยอด ๘๔,๐๐๐ เหล่านั้น ของเรามีเรือนยอดหลังใหญ่เป็นประมุข
บัลลังก์ ๘๔,๐๐๐ เหล่านั้นของเรา ทำด้วยทอง เงิน งา บุษราคัม บุลาด
ด้วยขนเจียม ลาดด้วยสักหลาด ลาดด้วยผ้าอย่างดี ปักเป็นลวดลาย บุลาด
ด้วยหนังกวางอย่างดี มีพนักสูงอย่างดี มีนวมแดงสองข้าง ช้าง ๘๔,๐๐๐
เชือกเหล่านั้นของเรา มีเครื่องแต่งทำด้วยทอง ปักธงทอง คลุมด้วยตาข่าย
ทอง มีพระยาช้างตระกูลอุโบสถเป็นประมุข ม้า ๘๔,๐๐๐ ตัวของเราเหล่านั้น
มีเครื่องแต่งเป็นทอง ปักธงทอง คลุมด้วยตาข่ายทอง มีพระยาม้าวลาหกเป็น

498
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค เล่ม ๒ ภาค ๑ - หน้าที่ 499 (เล่ม 13)

ประมุข รถ ๘๔,๐๐๐ เหล่านั้นของเรา หุ้มด้วยหนังราชสีห์ เสือโคร่ง เสือ
เหลือง และผ้าขนสัตว์สีเหลือง มีเครื่องแต่งทำด้วยทอง มีธงทอง คลุมด้วย
ตาข่ายทอง มีรถไพชยันต์เป็นประมุข แก้ว ๘๔,๐๐๐ ดวงเหล่านั้นของเรา มี
แก้วมณีเป็นประมุข หญิง ๘๔,๐๐๐ คนเหล่านั้นของเรา มีพระนางสุภัททาเทวี
เป็นประมุข คฤหบดี ๘๔,๐๐๐ คนเหล่านั้นของเรา มีคฤหบดีแก้วเป็นประมุข
กษัตริย์ ๘๔,๐๐๐ พระองค์เหล่านั้นของเรา ผู้จงรักภักดีมีปริณายกแก้วเป็น
ประมุข แม่โคนม ๘๔,๐๐๐ ตัวเหล่านั้นของเรา กำลังกำดัดหลั่งน้ำมัน กำลัง
เอาภาชนะสำริดรองรับ ผ้าเปลือกไม้อย่างเนื้อดี ผ้าฝ้ายอย่างเนื้อดี ผ้าไหมอย่าง
เนื้อดี ผ้าขนสัตว์อย่างเนื้อดีของเรา มี ๘๔,๐๐๐ โกฏิพับ ถาดพระกระยาหาร
๘๔,๐๐๐ สำรับเหล่านั้นของเรา มีคนใส่อาหารนำมาถวายทั้งเวลาเช้าและ เย็น
อานนท์ ก็แล บรรดาพระนคร ๘๔,๐๐๐ เหล่านั้น พระนครที่เราอยู่ครอบ
ครอง สมัยนั้น คือกุสาวดีราชธานี พระนครเดียวเท่านั้น อานนท์ ก็แล
บรรดาประสาท ๘๔,๐๐๐ เหล่านั้น ปราสาทที่เราอยู่ครอบครอง สมัยนั้น คือ
ธรรมปราสาท หลังเดียวเท่านั้น อานนท์ ก็แล บรรดาเรือนยอด ๘๔,๐๐๐
เหล่านั้น เรือนยอดที่เราอยู่ครอบครอง สมัยนั้น คือเรือนยอดหลังใหญ่หลัง
เดียวเท่านั้น อานนท์ ก็แล บรรดาบัลลังก์ ๘๔,๐๐๐ เหล่านั้น บัลลังก์ที่เรา
ใช้เสวยสมัยนั้น จะเป็นบัลลังก์ทอง เงิน งา หรือบุษราคัมนั้นก็ตาม บัลลังก์
เดียวเท่านั้น อานนท์ ก็แล บรรดาช้าง ๘๔,๐๐๐ เชือกเหล่านั้น ช้างที่เราขี่
สมัยนั้น คือพระยาช้างตระกูลอุโบสถ เชือกเดียวเท่านั้น อานนท์ ก็แล บรรดา
ม้า ๘๔,๐๐๐ ตัวเหล่านั้น ม้าที่เราขี่คือ พระยาม้าวลาหกตัวเดียวเท่านั้นอานนท์
ก็แล บรรดารถ ๘๔,๐๐๐ เหล่านั้น รถคันที่เราขี่สมัยนั้น คือรถไพชยันต์
คันเดียวเท่านั้น อานนท์ ก็แล บรรดาหญิง ๘๔,๐๐๐ เหล่านั้น หญิงที่บำรุง
เราสมัยนั้น จะเป็นนางกษัตริย์หรือว่าเป็นหญิงแพศย์ หญิงคนเดียวเท่านั้น

499
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค เล่ม ๒ ภาค ๑ - หน้าที่ 500 (เล่ม 13)

อานนท์ ก็แล บรรดาผ้า ๘๔,๐๐๐ โกฏิพับเหล่านั้น ผ้าที่เรานุ่งห่มสมัยนั้น จะ
เป็นผ้าเปลือกไม้อย่างดี ผ้าฝ้ายอย่างดี ผ้าไหมอย่างดี หรือเป็นผ้าขนสัตว์อย่างดี
ก็ตาม ผ้าคู่เดียวเท่านั้น อานนท์ ก็แล บรรดาถาดพระกระยาหาร ๘๔,๐๐๐ สำรับ
เหล่านั้น ถาดพระกระยาหารที่เราบริโภคคำข้าวสุกทนา หนึ่งเป็นอย่างยิ่ง และ
กับพอสมควรแก่ข้าวสุกนั้น ถาดพระกระยาหารเดียวเท่านั้น อานนท์ เธอจงดูซิ
สังขารเหล่านั้นล่วงไป ดับไป แปรไปหมดแล้ว อานนท์ สังขารทั้งหลาย
ไม่เที่ยง อย่างนี้ อานนท์ สังขารทั้งหลายไม่ยั่งยืนอย่างนี้แล อานนท์ สังขาร
ทั้งหลายไม่น่ายินดีอย่างนี้แล อานนท์ ข้อนี้ควรจะเบื่อ หน่ายในสังขารทั้งปวง
เทียว ควรจะคลายกำหนัด ควรละหลุดพ้น อานนท์ ก็แล เราย่อมรู้ที่ทอด
ทิ้งร่างกาย เราทิ้งร่างกายในประเทศนี้ การที่เราเป็นพระเจ้าจักรพรรดิทรง
ความเป็นธรรมราชา เป็นใหญ่ในแผ่นดินมีสมุทรทั้ง ๔ เป็นขอบเขต เป็นผู้
พิชิตมีชนบทมั่นคง สมบูรณ์ด้วยรัตนะเจ็ดประการ ทิ้งร่างกายนี้เป็นที่เจ็ด
อานนท์ ก็แล เราไม่เล็งเห็นประเทศนั้นในโลกทั้งเทวโลก มารโลก พรหม
โลก ในหมู่สัตว์ทั้งสมณะพราหมณ์พร้อมทั้งเทวดา และมนุษย์ที่พระตถาคต
จะทอดทิ้งร่างกายเป็นครั้งที่แปด ดังนี้.
พระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้พระสุคตตรัสคำนี้แล้ว ลำดับนั้น พระศาสดา
ได้ตรัสคาถาประพันธ์นี้อื่นอีกว่า
[๑๘๖] สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ มีอันเกิด
ขึ้นและเสื่อมไปเป็นธรรมดา เกิดขึ้นแล้ว
ย่อมดับไป การเข้าไประงับสังขารเหล่านั้น
เป็นความสุข ดังนี้.
จบมหาสุทัสสนสูตรที่ ๔

500
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค เล่ม ๒ ภาค ๑ - หน้าที่ 501 (เล่ม 13)

อรรถถกถามหาสุทัสสนสูตร
มหาสุทัสสนสูตรขึ้นต้นว่า ข้าพเจ้าได้ฟังมาแล้วอย่างนี้. การพรรณนา
ตามลำดับบทในมหาสุทัสสนสูตรนั้น มีดังนี้ ในคำว่า เอาแก้วทุกอย่างมา
สร้างปนกัน นั้น อิฐก้อนหนึ่งทำด้วยทอง ก้อนหนึ่งทำด้วยเงิน ก้อนหนึ่ง
ทำด้วยแก้วไพฑูรย์ ก้อนหนึ่งทำด้วยแก้วผลึก ก้อนหนึ่งทำด้วยโกเมน ก้อนหนึ่ง
ทำด้วยบุษราคัม ก้อนหนึ่งทำด้วยรัตนะทุกอย่าง. กำแพงนี้อยู่ภายในกำแพง
ทั้งหมด สูงประมาณ ๖๐ ศอก. แต่พระเถระพวกหนึ่งกล่าวว่า ชื่อว่านคร เมื่อ
คนยืนอยู่ภายในแลดูก็จะมีสัณฐานกลม เพราะฉะนั้น กำแพงที่อยู่ข้างนอกทั้งหมด
จึงสูง ๖๐ ศอก กำแพงที่เหลือจึงต่ำโดยลำดับ. พวกหนึ่งกล่าวว่า นครนี้ เมื่อคน
ยืนอยู่ภายนอกแลดู ก็จะมีสัณฐานกลม เพราะฉะนั้น กำแพงในที่สุด จึงสูง ๖๐
ศอก กำแพงที่เหลือจึงต่ำโดยลำดับ. พวกหนึ่งกล่าวว่า นครนี้ เมื่อคนยืนอยู่
ภายในและภายนอกแลดู ก็จะมีสัณฐานกลม เพราะฉะนั้น กำแพงในท่ามกล่าว
จึงสูง ๖๐ ศอก กำแพงภายใน ๓ แห่ง และภายนอก ๓ แห่ง จึงต่ำโดยลำดับ.
บทว่า เอกสิกา คือ เสาระเนียด. บทว่า ติโปริสงฺคา ความว่า
แขนบุรุษคนหนึ่งพันแขนกัน ๓ คน รวมกันเป็น ๑๕ แขน. ก็เสาระเนียด
เหล่านั้น ตั้งอยู่อย่างไร. โดยข้างนอกพระนคร ใกล้ปีกพระทวารใหญ่
แต่ละแห่ง มีเสาระเนียดแห่งละ ๑ ต้น ใกล้ปีกพระทวารเล็กแต่ละแห่ง มี
เสาระเนียดแห่งละ ๑ ต้น ระหว่างพระทวารใหญ่ และพระทวารเล็กแห่งละ
๓ ต้น.
บรรดาต้นตาลที่ทำด้วยรัตนะทั้งหมดในแถวตาลทั้งหลาย ตาลต้นหนึ่ง
ทำด้วยทอง เพราะฉะนั้น พึงทราบลักษณะที่กล่าวแล้วในกำแพงนั่นเทียว.

501