โคดมผู้เจริญ ....แม้โดยแท้ เป็นอาทิ. บทว่า สพฺพานิ ตานิ ท่านกล่าวไว้
ด้วยลิงควิปัลลาส (ผิดลิงค์). อธิบายว่า สพฺเพ เต ดังนี้. บทว่า ทางต่าง ๆ
มาก คือ ๘ สาย หรือ ๑๐ สาย. บทว่า ทางต่าง ๆ คือ ทางที่มาจากบ้าน
แม่น้ำ สระ และนาเป็นต้นใกล้เคียงกันหลายสาย ทั้งใหญ่และไม่ใหญ่ โดย
เป็นทางเท้าและทางเกวียน เป็นต้น แล้วเข้าบ้าน. บทว่า ดูก่อนวาเสฏฐะ
เธอกล่าวว่า ทางเหล่านั้นย่อมนำออกหรือ ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า
ให้วาเสฏฐมาณพ เปล่งวาจา ๓ ครั้ง แล้วให้ทำปฏิญญาณ. เพราะเหตุไร.
เพราะพวกเดียรถีย์ปฏิญญาณแล้ว ภายหลังเมื่อถูกข่มขี่จะดูหมิ่น วาเสฏฐมาณพ
จักไม่อาจทำอย่างนั้นได้.
บทว่า เตว เตวิชฺชา ได้แก่ พวกพราหมณ์จบไตรเพท. วอักษร
เป็นเพียงอาคมสนธิ.
บทว่า อนฺธเวณี แปลว่า แถวคนตาบอด. อธิบายว่า คนตาบอดหนึ่ง
จับปลายไม้เท้าที่คนตาดีถือ คนอื่น ๆ ก็จับคนตาบอดกันต่อ ๆ ไป ด้วยประการ
ฉะนี้ คนตาบอด ๕๐-๖๐ คน จักต่อกันไป โดยลำดับ เรียกว่า แถวคน
ตาบอด. บทว่า เกาะกันและกัน คือ เกาะหลังกันและกัน. อธิบายว่า ถูกคน
ตาดีถือไม้เท้าหนีไป. มีเรื่องว่า นักเลงคนหนึ่ง เห็นหมู่คนตาบอด จึงให้
พวกคนตาบอดเกิดความอุตสาหะ โดยพูดว่า ที่บ้านโน้น ของเคี้ยวของกิน
หาได้ง่าย เมื่อหมู่คนตาบอดพูดว่า นายจ๋า ถ้ากระนั้นขอท่านจงนำพวกเราไปที่
บ้านนั้น พวกเราจะให้สิ่งนี้แก่ท่าน นักเลงรับสินจ้างแล้วจึงเลี่ยงลงจากทาง
ในระหว่างทาง เดินวนรอบกอไม้ใหญ่ จึงให้พวกคนตาบอดจับผ้าเคียนพุงกัน
ไว้ ตามลำดับก่อนหลัง แล้วบอกว่า มีธุระ พวกท่านจงไปก่อน แล้วหนีไป.
พวกคนตาบอดแม้ไปตลอดวัน ก็ไม่พบทาง ต่างคร่ำครวญว่า คนตาดีไปไหน