อิจฉานังคละ ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ทรงเป็นพระธรรมราชา
ทรงอาศัยบ้านพราหมณ์ชื่ออิจฉานังคละ ทรงตั้งค่ายคือศีล ทรงถือพระ
คทาคือสมาธิ ทรงยังศรคือพระสัพพัญญุตญาณให้เป็นไป เสด็จประทับ
อยู่ด้วยการประทับตามที่พระองค์ทรงพอพระทัยยิ่ง.
บทว่า ก็โดยสมัยนั้นแล คือ พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จประทับ
อยู่ ณ ที่นั้นโดยสมัยใด โดยสมัยนั้น. อธิบายว่า ในสมัยนั้น. บุคคล
ย่อมเรียนมนต์ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่าพราหมณ์ อธิบายว่า ย่อมสาธยาย
มนต์. ก็คำนี้นี่แหละเป็นคำเรียกพราหมณ์โดยกำเนิดในทางภาษา. แต่
พระอริยเจ้าทั้งหลาย ท่านเรียกว่าพราหมณ์ เพราะมีบาปอันลอยแล้ว
คำว่า โปกขรสาติ นี้ เป็นชื่อของพราหมณ์นั้น. ท่านเรียกชื่อว่าโปกขรสาติ
เพราะเหตุไร. ได้ยินว่า กายของพราหมณ์นั้นเป็นเช่นเดียวกับดอกบัวขาว
งามประดุจเสาระเนียดเงินที่เขาปักไว้ในเทวนคร. ส่วนศีรษะของเขามีสีดำ
ประดุจสำเร็จด้วยแก้วมรกต. แม้หนวดก็ปรากฏประหนึ่งปุยเมฆสีดำใน
ดวงจันทร์. ลูกตาทั้ง ๒ ข้างเป็นประดุจดอกบัวเขียว. จมูกกลมดีเกลี้ยง
เกลา ประดุจท่อน้ำเงิน. ฝ่ามือและฝ่าเท้า รวมทั้งช่องปาก งดงามประดุจ
ลูบไล้ไว้ด้วยน้ำครั่ง. อัตภาพของพราหมณ์จัดว่างามเลิศยิ่งนัก. ในที่ที่ไม่
มีพระราชา สมควรจะตั้งพราหมณ์ผู้นี้เป็นพระราชาได้. พราหมณ์นี้เป็นคน
ประกอบด้วยสิริเช่นนี้. เพราะเหตุนี้ ชนทั้งหลายจึงเรียกเขาว่า โปกขร-
สาติ เพราะเป็นเหมือนดอกบัว.
ก็พราหมณ์นี้แม้ในกาลแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพระนามว่า
กัสสปะ เรียนจบเวททั้ง ๓ ถวายทานแด่พระทศพลแล้ว ฟังธรรม-
เทศนา ไปเกิดในเทวโลก. ต่อจากนั้นเขาเมื่อจะมาสู่มนุษยโลก รังเกียจ