นี้เป็นชื่อของเสนาสนะที่ไกล ดังนี้เป็นต้น.
บทว่า อพฺโภกาสํ ได้แก่ที่ไม่ได้มุงบัง.
ก็เมื่อภิกษุประสงค์จะทำกลดอยู่ในที่นี้ก็ได้.
บทว่า ปลาสปุญฺชํ ได้แก่กองฟาง.
ก็ภิกษุดึงฟางออกจากกองฟางใหญ่ ทำที่อยู่อาศัยเหมือนที่เร้นใน
เงื้อมเขา. บางทีเอาฟางใส่ข้างบนกอไม้พุ่มไม้เป็นต้น นั่งบำเพ็ญสมณ-
ธรรมอยู่ภายใต้ ท่านกล่าวหมายเอาที่นั้น.
บทว่า ปจฺฉาภตฺตํ ได้แก่ภายหลังอาหาร.
บทว่า ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺโต ได้แก่กลับจากการแสวงหา
บิณฑบาต.
บทว่า ปลฺลงฺกํ ได้แก่นั่งขัดสมาธิ.
บทว่า อาภุชิตฺวา ได้แก่ประสานไว้.
บทว่า อุชุํ กายํ ปณิธาย ได้แก่ ตั้งกายท่อนบนให้ตรง ให้
ที่สุดท่อที่สุดกระดูกสันหลัง ๑๘ ข้อประชิดกัน.
ด้วยว่า เมื่อนั่งอย่างนี้ หนังเนื้อและเอ็นทั้งหลายไม่ตึง. เมื่อเป็น
เช่นนี้ เวทนาที่จะพึงเกิดขึ้นในทุก ๆ ขณะ เพราะหนังเนื้อเอ็นตึงเป็น
ปัจจัย ก็ไม่เกิดขึ้นแก่ภิกษุนั้น เมื่อเวทนาเหล่านั้นไม่เกิดขึ้น จิตย่อมมี
อารมณ์เป็นหนึ่ง กรรมฐานย่อมไม่ตกถอย ย่อมเข้าถึงความเจริญงอกงาม
ไพบูลย์.
บทว่า ปริมุขํ สตี อุปกฺฐเปตฺวา ความว่า ตั้งสติมุ่งตรงต่อ
กรรมฐาน หรือตั้งกรรมฐานไว้ตรงหน้า. เพราะเหตุนั้นนั่นแล ในวิภังค์
จึงกล่าวไว้ว่า สตินี้ย่อมเป็นอันตั้งมั่นจดจ่ออยู่ตรงปลายจมูกหรือแถว ๆ