ลำดับนั้น พระเทวีทรงใส่ภัตตาหารไว้ในฉลองพระบาททอง
ปิดดีแล้ว ทรงฉลองพระบาททองเข้าเยี่ยม. พระราชาดำรงพระชนม์อยู่
ด้วยภัตตาหารนั้น. พระกุมารตรัสถามอีกว่า พระบิดาดำรงพระชนม์อยู่
ได้อย่างไร ครั้นทรงทราบความนั้น ตรัสสั่งห้ามมิให้แม้แต่ทรงฉลอง
พระบาทเข้าเยี่ยม.
ตั้งแต่นั้นพระเทวีก็ทรงสนานพระวรกายด้วยน้ำหอม แล้วทาพระ
วรกายด้วยอาหารมีรสอร่อย ๔ อย่าง แล้วทรงห่มพระภูษาเข้าเยี่ยม.
พระราชาทรงเลียพระวรกายของพระเทวีประทังพระชนม์อยู่ได้. พระกุมาร
ตรัสถามอีก ครั้นทรงทราบดังนั้นแล้วจึงตรัสสั่งว่า ตั้งแต่นี้ไป ห้าม
พระมารดาเข้าเยี่ยม.
ต่อแต่นั้น พระเทวีประทับยืนแทบประตูทรงกันแสงคร่ำครวญว่า
ข้าแต่พระสวามีพิมพิสาร เวลาที่เขาผู้นี้เป็นเด็ก พระองค์ก็ไม่ให้โอกาส
ฆ่าเขา ทรงเลี้ยงศัตรูของพระองค์ไว้ด้วยพระองค์เองแท้ ๆ บัดนี้ การเห็น
พระองค์ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย ต่อแต่นี้ไปหม่อมฉันจะไม่ได้เห็นพระองค์
อีก ถ้าโทษของหม่อมฉันมีอยู่ ขอได้โปรดพระราชทานอภัยโทษด้วยเถิด
พระเจ้าข้า แล้วก็เสด็จกลับ. ตั้งแต่นั้นมาพระราชาก็ไม่มีพระกระยาหาร
ดำรงพระชนม์อยู่ด้วยความสุขประกอบด้วยมรรคผล ( ทรงเป็นพระ
โสดาบัน) ด้วยวิธีเดินจงกรม พระวรกายของพระองค์ก็เปล่งปลั่งยิ่งขึ้น.
พระกุมารตรัสถามว่า แน่ะพนาย พระบิดาของเรายังดำรงพระชนม์
อยู่ได้อย่างไร ครั้นทรงทราบว่า ยังดำรงพระชนม์อยู่ได้ด้วยวิธีเดิน
จงกรม พระเจ้าข้า ซ้ำพระวรกายยังเปล่งปลั่งยิ่งขึ้นอีก จึงทรงพระดำริ
ว่า เราจักติดมิให้พระบิดาเดินจงกรมได้ในบัดนี้ ทรงบังคับช่างกัลบก