พุทธธรรมสงฆ์


หัวข้อธรรม (1)
พระศาสดาทรงตรัสสติปัฏฐาน 4 เพื่อละวิปลาส 4 คือ เพื่อละความเห็นว่างามเป็นสุข เป็นของเที่ยง เป็นอัตตา (อ.สติปัฏฐานวิภังค์)
78/36/478/22/17
หัวข้อธรรม (1)
บุคคลใดดาเนินไปสู่การปฏิบัตินี้บุคคลนั้น ชื่อว่า ภิกษุ ด้วยว่าบุคคลผู้ปฏิบัติจะเป็นเทวดา หรือเป็นมนุษย์ก็ตาม ย่อมถึงการนับว่าเป็น ภิกษุ ทั้งนั้น (อ.สติปัฏฐานวิภังค์)
78/39/678/25/12
หัวข้อธรรม (1)
กาย เพราะอรรถว่า เป็นที่ประชุม ฉันใด รูปกายท่านประสงค์เอาว่ากาย เพราะอรรถว่า เป็นบ่อเกิดแห่งสิ่งเลวทราม ฉันนั้น (อ.สติปัฏฐานวิภังค์)
78/39/2178/26/2
หัวข้อธรรม (1)
" บุคคลเห็นอยู่ซึ่งสิ่งใด สิ่งนั้น ชื่อว่าอันเขาเห็นแล้วก็หาไม่ สิ่งใดอันเขาเห็นแล้วเขาชื่อว่า ย่อมไม่เห็นซึ่งสิ่งนั้น บุคคลผู้หลง เมื่อไม่เห็นย่อมติด เมื่อติดก็ย่อมไม่หลุดพ้น " (อ.สติปัฏฐานวิภังค์)
78/41/1878/27/14
หัวข้อธรรม (1)
" ภิกษุใดเห็นสุขโดยความเป็นทุกข์ เห็นทุกข์โดยความเป็นดังลูกศร เห็นอทุกขมสุขอันสงบแล้วโดยความเป็นสภาพไม่เที่ยง ภิกษุนั้นแล เป็นผู้เห็นชอบ จักเป็นผู้สงบเที่ยวไป ดังนี้ " (อ.สติปัฏฐานวิภังค์)
78/48/578/33/8
หัวข้อธรรม (1)
กุลบุตรผู้ใคร่จะเจริญกรรมฐาน เบื้องต้นต้องชำระศีลให้บริสุทธิ์ ตัดความกังวลแล้วพึงเรียนเอากรรมฐาน ในสำนัก พระอรหันต์ พระอนาคามี หรืออย่างต่ำแม้อาจารย์ผู้สอนพระพุทธพจน์ (อ.สติปัฏฐานวิภังค์)
78/52/378/37/14
หัวข้อธรรม (1)
อาจารย์ ผู้สอนกรรมฐาน พึงบอก ความฉลาดในการถือ เอากรรมฐาน 7 อย่างและมนสิการโกศล 10 อย่าง (อ.สติปัฏฐานวิภังค์)
78/52/2278/38/7
หัวข้อธรรม (1)
กรรมฐาน อันใดปรากฏชัดเจน ดีกว่า ให้ถือเอากรรมฐานนั้น บ่อยๆ (อ.สติปัฏฐานวิภังค์)
78/59/1678/44/9
หัวข้อธรรม (1)
พระสูตร 3 สูตร เพื่อประโยชน์ แก่วิริยะ และสมาธิ คือ อธิจิตตสูตร สีติภาวสูตรโพชฌังคโกสลสูตร (อ.สติปัฏฐานวิภังค์)
78/62/278/45/9
หัวข้อธรรม (1)
ผู้ประกอบอธิจิต พึงมนสิการ สมาธินิมิต ปัคคหนิมิต อุเบกขานิมิต โดยกาลอันควร จิตนั้นย่อมเป็นธรรมชาติควรแก่การงาน เมื่อทำสมาธิอย่างเดียวจิตย่อมเกียจคร้าน เมื่อมนสิการปัคคหนิมิตอย่างเดียวจิตย่อมฟุ้งซ่าน เมื่อมนสิการอุเบกขานิมิตอย่างเดียว จิตย่อมไม่ตั้งมั่นโดยชอบ (อ.สติปัฏฐานวิภังค์)
78/62/678/45/14