พุทธธรรมสงฆ์


หัวข้อธรรม (1)
[๓๘๗] รูปาวจรวิบากจิต คือ โยคาวจรบุคคล บรรลุปฐมฌาน อันเป็นวิบากเพราะรูปาวจรกุศลกรรม อันได้ทาไว้แล้ว ได้สั่งสมไว้แล้ว นั้นแล... อยู่ในสมัยใด ในสมัยนั้น วิญญาณเกิดเพราะสังขารเป็นปัจจัย ฯลฯ ความเกิดขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ย่อมมีด้วยประการอย่างนี้ (ปัจจยาการวิภังค์ อัพยากตนิเทศ)
77/676/177/596/12
หัวข้อธรรม (1)
[๓๘๘] อรูปาวจรวิบากจิต คือ โยคาวจรบุคคลเพราะก้าวล่วงอากิญจัญญายตนะโดยประการทั้งปวง จึงบรรลุจตุตถฌานอันเป็นวิบาก เพราะอรูปาวจรกุศลกรรมอันได้ทาไว้แล้ว ได้สั่งสมไว้แล้ว นั้นแล อันสหรคตด้วยเนวสัญญานาสัญญายตนสัญญา... อยู่ในสมัยใด ในสมัยนั้น วิญญาณเกิดเพราะสังขารเป็นปัจจัย ฯลฯความเกิดขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งมวล ย่อมมีด้วยประการอย่างนี้ (ปัจจยาการวิภังค์ อัพยากตนิเทศ)
77/676/1377/597/4
หัวข้อธรรม (1)
[๓๘๙] โลกุตรวิบากจิต คือ โยคาวจรบุคคล บรรลุปฐมฌาน อันเป็นวิบากเพราะโลกุตรกุศลฌานอันได้ทาไว้แล้ว ได้เจริญไว้แล้ว เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญาชนิดสุญญตะอยู่ในสมัยใด ในสมัยนั้น วิญญาณเกิดเพราะสังขารเป็นปัจจัย ฯลฯความเกิดแห่งธรรมเหล่านี้ ย่อมมีด้วยประการอย่างนี้ (ปัจจยาการวิภังค์ อัพยากตนิเทศ)
77/677/1177/598/3
หัวข้อธรรม (1)
[๓๙๐] อกุศลวิบากจิตดวงที่ 1-2-3-4-5 คือ จักขุวิญญาณ เป็นวิบาก สหรคตด้วยอุเบกขา โสตวิญญาณ เป็นวิบาก สหรคตด้วยอุเบกขา ฆานวิญญาณเป็นวิบาก สหรคตด้วยอุเบกขา กายวิญญาณเป็นวิบาก สหรคตด้วยทุกข์ มีโผฏฐัพพะเป็นอารมณ์ เกิดขึ้น เพราะอกุศลกรรมอันได้ทำไว้แล้ว ได้สั่งสมไว้แล้ว ในสมัยใด ในสมัยนั้น วิญญาณเกิดเพราะสังขารเป็นปัจจัย ฯลฯ ความเกิดขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ ย่อมมีด้วยประการอย่างนี้ (ปัจจยาการวิภังค์ อัพยากตนิเทศ)
77/678/1077/599/4
หัวข้อธรรม (1)
[๓๙๒] อกุศลวิบากจิตดวงที่ 6 คือ มโนธาตุ เป็นวิบาก สหรคตด้วยอุเบกขา มีรูปเป็นอารมณ์... หรือปรารภอารมณ์ใดๆ เกิดขึ้น เพราะอกุศลกรรม อันได้ทำไว้แล้วได้สั่งสมไว้แล้ว ในสมัยใด ในสมัยนั้น วิญญาณเกิดเพราะสังขารเป็นปัจจัย ฯลฯความเกิดขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ ย่อมมีด้วยประการอย่างนี้ (ปัจจยาการวิภังค์ อัพยากตนิเทศ)
77/679/1777/600/7
หัวข้อธรรม (1)
[๓๙๔] อกุศลวิบากจิตดวงที่ 7 คือ มโนวิญญาณธาตุ เป็นวิบาก สหรคตด้วยอุเบกขา มีรูปเป็นอารมณ์... หรือปรารภอารมณ์ใดๆ เกิดขึ้น เพราะอกุศลกรรม อันได้ทำไว้แล้ว ได้สั่งสมไว้แล้ว ในสมัยใด ในสมัยนั้น วิญญาณเกิดเพราะสังขารเป็นปัจจัย ฯลฯ ความเกิดขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ ย่อมมีด้วยประการอย่างนี้ (ปัจจยาการวิภังค์ อัพยากตนิเทศ)
77/681/377/601/11
หัวข้อธรรม (1)
[๓๙๖] อเหตุกกิริยาจิต 3 คือ มโนธาตุ เป็นกิริยา ไม่ใช่กุศล ไม่ใช่อกุศล และไม่ใช่กรรมวิบาก สหรคตด้วยอุเบกขา มีรูปเป็นอารมณ์ ฯลฯ มโนวิญญาณธาตุ เป็นกิริยา ไม่ใช่กุศล ไม่ใช่อกุศล และไม่ใช่กรรมวิบาก สหรคต ด้วยโสมนัส ฯลฯ มโนวิญญาณธาตุ เป็นกิริยา ไม่ใช่กุศล ไม่ใช่อกุศล และไม่ใช่กรรมวิบาก สหรคตด้วยอุเบกขา มีรูปเป็นอารมณ์ ฯลฯ เกิดขึ้น ในสมัยใด ในสมัยนั้น วิญญาณเกิดเพราะสังขารปัจจัย ฯลฯ ความเกิดขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ ย่อมมีด้วยประการอย่างนี้ (ปัจจยาการวิภังค์ อัพยากตนิเทศ)
77/681/2077/602/5
หัวข้อธรรม (1)
[๓๙๗] กามาวจรกิริยาจิต 8 คือ มโนวิญญาณธาตุ เป็นกิริยา ไม่ใช่กุศล ไม่ใช่อกุศล และไม่ใช่กรรมวิบาก สหรคตด้วยโสมนัส สัมปยุตด้วยญาณ... เกิดขึ้นฯลฯสหรคตด้วยอุเบกขา วิปปยุตจากญาณ เกิดขึ้นโดยมีการชักจูง ในสมัยใด ในสมัยนั้น วิญญาณเกิดเพราะสังขารเป็นปัจจัย ฯลฯ ความเกิดขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ ย่อมมีด้วยประการอย่างนี้ (ปัจจยาการวิภังค์ อัพยากตนิเทศ)
77/682/1477/602/21
หัวข้อธรรม (1)
[๓๙๘] รูปาวจรกิริยาจิต คือ พระขีณาสพ เจริญรูปาวจรฌาน เป็นกิริยา ไม่ใช่กุศล ไม่ใช่อกุศล และไม่ใช่กรรมวิบาก แต่เป็นทิฏฐธรรมสุขวิหาร บรรลุปฐมฌานอยู่ในสมัยใด ในสมัยนั้น วิญญาณเกิดเพราะสังขารเป็นปัจจัย ฯลฯ ความเกิดขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ ย่อมมีด้วยประการอย่างนี้ (ปัจจยาการวิภังค์ อัพยากตนิเทศ)
77/683/1077/603/17
หัวข้อธรรม (1)
[๓๙๙] อรูปาวจรกิริยาจิต คือ พระขีณาสพ เจริญอรูปาวจรฌาน เป็นกิริยา ไม่ใช่กุศล ไม่ใช่อกุศล และไม่ใช่กรรมวิบาก แต่เป็นทิฏฐธรรมสุขวิหาร เพราะก้าวล่วงอากิญจัญญายตนะ โดยประการทั้งปวง จึงบรรลุจตุตถฌาน อันสหรคตด้วยเนวสัญญานาสัญญายตนสัญญา อยู่ในสมัยใด ในสมัยนั้น วิญญาณเกิดเพราะสังขารเป็นปัจจัย ฯลฯ ความเกิดขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ ย่อมมีด้วยประการอย่างนี้ (ปัจจยาการวิภังค์ อัพยากตนิเทศ)
77/684/377/604/6