บทว่า นิมิตฺตํ ได้แก่ตำราทายนิมิต.
ได้ยินว่า พระเจ้าปัณฑุราช ทรงกำแก้วมุกดาไว้ ๓ ดวง แล้ว
ตรัสถามหมอดูนิมิตว่า อะไรอยู่ในกำมือของฉัน ? หมอดูนิมิตผู้นั้น
เหลียวดูข้างโน้นข้างนี้ และในเวลานั้น แมลงวันถูกจิ้งจกคาบแล้วหลุดไป
เขาจึงกราบทูลว่า แก้วมุกดา ตรัสถามต่อไปว่า กี่ดวง ? เขาได้ยินเสียง
ไก่ขัน ๓ ครั้ง จึงกราบทูลว่า ๓ ดวง. สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางพวก
ทายนิมิตอ้างตำราทายนิมิตนั้น ๆ อยู่อย่างนี้.
บทว่า อุปฺปาตํ ได้แก่ทายวัตถุใหญ่ ๆ เช่น อสนีบาต เป็นต้น
ตกลงมา. ก็สมณพราหมณ์บางพวกเห็นดังนั้นแล้ว ทำนายอ้างว่า จักมี
เรื่องนี้ จักเป็นอย่างนี้.
บทว่า สุปินํ ได้แก่สมณพราหมณ์บางพวกประกอบเนือง ๆ ซึ่ง
การทำนายฝันโดยนัยมีอาทิว่า ผู้ฝันเวลาเช้า จะมีผลอย่างนี้ ผู้ฝันดังนี้
จะมีเรื่องชื่อนี้ ดังนี้อยู่.
บทว่า ลกฺขณํ ได้แก่ตำราทายลักษณะมีอาทิว่า ผู้ที่ประกอบด้วย
ลักษณะนี้ จะเป็นพระราชา ด้วยลักษณะนี้ จะเป็นอุปราช.
บทว่า มูสิกจฺฉินฺนํ ได้แก่ตำราทำนายหนูกัดผ้า. ก็เมื่อผ้าแม้ถูก
หนูนั้นคาบมาหรือไม่คาบมาก็ตาม กัดอย่างนี้ตั้งแต่ที่นี้ไป สมณพราหณ์
บางพวกก็ทำนายอ้างว่า จะมีเรื่องชื่อนี้.
บทว่า อคฺคิโหมํ ได้แก่พิธีบูชาไฟว่า เมื่อใช้ฟืนอย่างนี้ บูชาไฟ
อย่างนี้ จะมีผลชื่อนี้.
แม้พิธีเบิกแว่นเวียนเทียนเป็นต้น ก็คือ พิธีบูชาไฟนั่นเอง ตรัส
ไว้แผนกหนึ่ง ด้วยสามารถแห่งความเป็นไปอย่างนี้ว่า เมื่อใช้แว่นเวียน