พุทธธรรมสงฆ์


หัวข้อธรรม (1)
จักขุวิญญาณอาศัยปัจจัย 4 เกิดขึ้น คือ เพราะจักขุประสาทยังไม่แตกดับ, รูปมาสู่คลอง, อาศัยแสงสว่าง, อาศัยมนสิการเป็นเหตุ (อ.จิตตุปปาทกัณฑ์)
76/96/1676/89/10
หัวข้อธรรม (1)
ภวังคจิตนั้นแตกดับแล้วก็ดี หรือมีกำลังอ่อนไม่สามารถเป็นปัจจัย แก่อาวัชชนจิตให้เป็นไปก็ดี ชื่อว่า แตกดับ (อ.จิตตุปปาทกัณฑ์)
76/99/1776/92/3
หัวข้อธรรม (1)
วิบากจิต ในวาทะของพระเถระต่างๆ (อ.จิตตุปปาทกัณฑ์)
76/100/1776/93/2
หัวข้อธรรม (1)
[๔๑๗-๔๒๑] สภาวธรรมอันเป็นวิบาก เพราะรูปาวจรกุศล และอรูปาวจรกุศลกรรมที่ได้ทาไว้แล้ว ได้สั่งสมไว้แล้ว นั้นแล ชื่อว่า ธรรมเป็นอัพยากฤต (รูปาวจรวิบาก อรูปาวจรวิบาก)
76/107/776/100/6
หัวข้อธรรม (1)
กามาวจรกุศล ย่อมให้วิบากในกาลบางครั้งบางคราวก็ได้ ส่วนรูปาวจรกุศล และอรูปาวจรกุศลย่อมให้วิบากเฉพาะอัตภาพในภพที่สองทีเดียว โดยไม่มีอันตราย (อ.จิตตุปปาทกัณฑ์)
76/111/476/103/23
หัวข้อธรรม (1)
[๔๒๒-๔๒๖] สภาวธรรมอันเป็นวิบากเพราะกุศล ฌานเป็นโลกุตระ ชนิดสุญญตะ, ชนิดอนิมิตตะ, ชนิดอัปปณิหิตะ อันเป็นเครื่องออกไปจากโลก นำไปสู่นิพพานเพื่อละทิฏฐิ เพื่อบรรลุภูมิเบื้องต้น อันได้กระทำไว้แล้ว ได้เจริญไว้แล้วนั้น ด้วยปฏิปทา 4 นี้ ชื่อว่า ธรรมเป็นอัพยากฤต (โลกุตตรวิบาก)
76/112/576/105/5
หัวข้อธรรม (1)
[๔๗๑] อัญญาตาวินทรีย์ มีในสมัยนั้น เป็นไฉน ? (โลกุตตรวิบาก)
76/139/1976/131/22
หัวข้อธรรม (1)
มรรคย่อมได้ชื่อ เพราะเหตุ 3 คือ เพราะการบรรลุ เพราะคุณของตน เพราะอารมณ์ (อ.แสดงโลกุตตรวิบาก)
76/141/476/133/1
หัวข้อธรรม (1)
เปรียบโลกุตรกุศล ยังวิบากให้เป็นอธิบดี ด้วยการดับไฟกองใหญ่แล้ว แต่ความร้อนยังไม่สงบลงทันที (อ.แสดงโลกุตตรวิบาก)
76/143/576/134/23
หัวข้อธรรม (1)
อนัญญตัญญัสสามีตินทรีย์ คือ โสดาปัตติมรรค , อัญญินทรีย์ คือ ผลเบื้องต่ำ 3 มรรคเบื้องบน 3 อัญญาตาวินทรีย์ คือ อรหัตผล (อ.แสดงโลกุตตรวิบาก)
76/144/976/135/23