ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก ปริวาร เล่ม ๘ – หน้าที่ 895 (เล่ม 10)

อาการเท่าไร อาบัติชื่อปฐมาปัตติการใน
ศาสนานี้ มีเท่าไร ทำญัตติมีเท่าไร
ตอบว่า เพราะทำร้ายตนเอง ต้อง
อาบัติ ๒ สงฆ์แตกกันด้วยอาการ ๒ อาบัติ
ชื่อปฐมาปัตติการในศาสนานี้มี ๒ ทำญัตติมี ๒.
ต้องอาบัติเพราะปาณาติบาตเป็นต้น
[๑,๒๕๑] ถามว่า อาบัติเพราะปาณา-
ติบาต มีเท่าไร อาบัติปาราชิกเนื่องด้วยวาจา
มีเท่าไร อาบัติเกี่ยวด้วยพูดเคาะ ตรัสไว้
เท่าไร อาบัติเกี่ยวด้วยเที่ยวชักสื่อ ตรัส ไว้
เท่าไร
ตอบว่า อาบัติเพราะปาณาติบาตมี
๓ อาบัติปาราชิกเนื่องด้วยวาจา มี ๓ อาบัติ
เกี่ยวด้วยพูดเคาะ ตรัสไว้ ๓ และเกี่ยวด้วย
เที่ยวชักสื่อ ตรัสไว้ ๓.
บุคคลไม่ควรให้อุปสมบทเป็นต้น
[๑,๒๕๒] ถามว่า บุคคลที่ไม่ควรให้
อุปสมบท มีเท่าไร กรรมสงเคราะห์มีเท่าไร
บุคคลที่ถูกนาสนะตรัสไว้เท่าไร อนุสาวนา
เดียวกันสำหรับบุคคล มีจำนวนเท่าไร

895
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก ปริวาร เล่ม ๘ – หน้าที่ 896 (เล่ม 10)

ตอบว่า บุคคลที่ไม่ควรให้อุปสมบท
มี ๓ พวก กรรมสงเคราะห์มี ๓ อย่าง บุคคล
ที่ถูกนาสนะตรัสไว้ ๓ พวก อนุสาวนาเดียว
กัน สำหรับบุคคลมีจำนวน ๓ คน.
ต้องอาบัติเพราะอทินนาทานเป็นต้น
[๑,๒๕๓] ถามว่า อาบัติเพราะอทิน-
นาทาน มีเท่าไร อาบัติเพราะเมถุนเป็น
ปัจจัยมีเท่าไร เมื่อตัดเป็นอาบัติเท่าไรเพราะ
การทิ้งเป็นปัจจัยเป็นอาบัติเท่าไร
ตอบว่า อาบัติเพราะอทินนาทานมี
๓ อาบัติเพราะเมถุนเป็นปัจจัยมี ๔ เมื่อตัด
เป็นอาบัติ ๓ ตัว อาบัติเพราะการทิ้งเป็น
ปัจจัยมี ๕.
ปรับอาบัติควบกันเป็นต้น
[๑,๒๕๔] ถามว่า ในภิกขุโมวาทก-
วรรค อาบัติทุกกฏ กับปาจิตตีย์ หมวดที่
ตรัสไว้เป็น ๙ ในสิกขาบทที่ ๑ นั้น เป็นเท่าไร
ภิกษุณีเท่าไร เป็นอาบัติแก่ภิกษุเพราะจีวร
ตอบในภิกขุโนวาทกวรรค อาบัติ
ทุกกฏกับปาจิตตีย์ ที่ตรัสไว้หมวด ๙ ใน

896
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก ปริวาร เล่ม ๘ – หน้าที่ 897 (เล่ม 10)

สิกขาบทที่ ๑ นั้น มี ๔ ภิกษุณี ๒ พวก
เป็นอาบัติแก่ภิกษุเพราะจีวร.
ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะเป็นต้น
[๑,๒๕๕] ถามว่า อาบัติปาฏิเทสนียะ
สำหรับภิกษุณีที่ตรัสไว้เท่าไร เพราะขอข้าว
เปลือกดิบมาฉัน ปรับอาบัติทุกกฏกับ
ปาจิตตีย์ หรือ
ตอบว่า อาบัติปาฏิเทสนียะ ที่ตรัส
แก่ภิกษุณี ปรับอาบัติไว้ ๙ เพราะขอข้าว
เปลือกดิบมาฉัน ปรับอาบัติทุกกฏกับ
ปาจิตตีย์.
ต้องอาบัติเพราะเดินเป็นต้น
[๑,๒๕๖] ถามว่า ผู้เดินต้องอาบัติ
เท่าไร ผู้นั่งต้องอาบัติเท่าไร และผู้นอน
ต้องอาบัติเท่าไร
ตอบว่า ผู้เดินต้องอาบัติ ๔ ผู้ยืน
ต้องอาบัติเท่ากัน ผู้นั่งต้องอาบัติ ๔ และ
ผู้นอนต้องอาบัติเท่ากัน.

897
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก ปริวาร เล่ม ๘ – หน้าที่ 898 (เล่ม 10)

ต้องอาบัติในเขตเดียวกัน
[๑,๒๕๗] ถามว่า อาบัติปาจิตตีย์
ทั้งหมด มีเท่าไร ที่ต่างวัตถุกันภิกษุพึงต้อง
ในขณะเดียวกัน ไม่ก่อน ไม่หลัง
ตอบว่า อาบัติปาจิตตีย์ทั้งหมดมี ๕
ที่ต่างวัตถุกัน ภิกษุพึงต้องในขณะเดียวกัน
ไม่ก่อน ไม่หลัง.
[๑,๒๕๘] ถามว่า อาบัติปาจิตตีย์
ทั้งหมด มีเท่าไร ที่ต่างวัตถุกันภิกษุพึงต้อง
ในขณะเดียวกัน ไม่ก่อน ไม่หลัง
ตอบว่า อาบัติปาจิตตีย์ทั้งหมดมี ๙
ที่ต่างวัตถุกัน ภิกษุพึงต้องในขณะเดียวกัน
ไม่ก่อน ไม่หลัง.
วิธีแสดงอาบัติ
[๑,๒๕๙] ถามว่า อาบัติปาจิตตีย์ทั้ง
หมด มีเท่าไร ที่ต่างวัตถุกันอันพระพุทธเจ้า
ผู้เป็นเผ่าแห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสแล้ว
ภิกษุพึงแสดงดด้วยวาจาเท่าไร
ตอบว่า อาบัติปาจิตตีย์ทั้งหมดมี ๕
ที่ต่างวัตถุกัน อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าแห่ง

898
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก ปริวาร เล่ม ๘ – หน้าที่ 899 (เล่ม 10)

พระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสแล้ว ภิกษุพึงแสดง
ด้วยวาจอย่างเดียว.
[๑,๒๖๐] ถามว่า อาบัติปาจิตตีย์ทั้ง
หมดมีเท่าไร ที่ต่างวัตถุกัน อันพระพุทธเจ้า
ผู้เป็นเผ่าแห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสแล้ว
ภิกษุพึงแสดงด้วยวาจาเท่าไร
ตอบว่า อาบัติปาจิตตีย์ทั้งหมดมี ๙
ที่ต่างวัตถุกัน อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าแห่ง
พระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสแล้ว ภิกษุพึงแสดง
ด้วยวาจาอย่างเดียว.
[๑,๒๖๑] ถามว่า อาบัติปาจิตตีย์ทั้ง-
หมดมีเท่าไร ที่ต่างวัตถุกันอันพระพุทธเจ้า
ผู้เป็นเผ่าแห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสแล้ว
ภิกษุพึงแสดงระบุอะไร
ตอบว่า อาบัติปาจิตตีย์ทั้งหมดมี ๕
ที่ต่างวัตถุกัน อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าแห่ง
พระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสแล้ว ภิกษุพึงแสดง
ระบุวัตถุ.
[๑,๒๖๒] ถามว่า อาบัติปาจิตตีย์ทั้ง
หมดมีเท่าไร ที่ต่างวัตถุนี้ อันพระพุทธเจ้า
ผู้เป็นเผ่าแห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสแล้ว
ภิกษุพึงแสดงระบุวัตถุ

899
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก ปริวาร เล่ม ๘ – หน้าที่ 900 (เล่ม 10)

ตอบว่า อาบัติปาจิตตีย์ทั้งหมดมี ๙
ที่ต่างวัตถุกัน อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าแห่ง
พระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสแล้ว ภิกษุพึงแสดง
ระบุวัตถุ.
ยาวตติยกาบัติเป็นต้น
[๑,๒๖๓] ถามว่า เพราะสวดประกาศ
ครบ ๓ จบ เป็นอาบัติเท่าไร เพราะการ
กล่าวเป็นปัจจัย เป็นอาบัติเท่าไร ภิกษุเคี้ยว
ต้องอาบัติเท่าไร เพราะฉันเป็นปัจจัย เป็น
อาบัติเท่าไร
ตอบว่า เพราะสวดประกาศครบ
๓ จบ เป็นอาบัติ ๓ เพราะการกล่าวเป็น
ปัจจัย เป็นอาบัติ ๖ ภิกษุเคี้ยวต้องอาบัติ ๓
ตัว เพราะฉันเป็นปัจจัย เป็นอาบัติ ๕.
ฐานะแห่งยาวตติยกาบัติเป็นต้น
[๑,๒๖๔] ถามว่า ยาวตติยกาบัติทั้ง-
มวล ย่อมถึงฐานะเท่าไร อาบัติมีแก่คนกี่
พวก และอธิกรณ์ มีแก่คนก็พวก
ตอบว่า ยาวตติยกาบัติทั้งมวลย่อม
ถึงฐานะ ๕ อาบัติมีแก่สหธรรมิก ๕ และ
อธิกรณ์ มีแก่สหธรรมิก ๕.

900
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก ปริวาร เล่ม ๘ – หน้าที่ 901 (เล่ม 10)

วินิจฉัยเป็นต้น
[๑,๒๖๕] ถามว่า วินิจฉัยมีแก่บุคคล
กี่พวก การระงับ มีแก่บุคคลกี่พวก บุคคล
กี่พวกไม่ต้องอาบัติ และภิกษุย่อมงามด้วย
ฐานะเท่าไร
ตอบว่า วินิจฉัยมีแก่สหธรรมิก ๕
พวก การระงับมีแก่สหธรรมิก ๕ พวก
สหธรรมิก ๕ พวก ไม่ต้องอาบัติ และภิกษุ
ย่อมงามด้วยเหตุ ๓ สถาน.
อาบัติทางกายในราตรีเป็นต้น
[๑,๒๖๖] ถามว่า อาบัติทางกายใน
ราตรีมีเท่าไร ทางกายในกลางวันมีเท่าไร
ภิกษุเพ่งดูต้องอาบัติเท่าไร เพราะบิณฑบาต
เป็นปัจจัยเป็นอาบัติเท่าไร
ตอบว่า อาบัติทางกายในราตรีมี ๒
ทางกายในกลางวันมี ๒ ภิกษุเพ่งดูต้องอาบัติ
ตัวเดียว เพราะบิณฑบาตเป็นปัจจัย เป็น
อาบัติตัวเดียว.
ภิกษุที่สงฆ์ยกวัตรเป็นต้น
[๑,๒๖๗] ถามว่า ภิกษุเห็นอานิสงส์
เท่าไร จึงแสดง เพราะเชื่อผู้อื่น ภิกษุถูก

901
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก ปริวาร เล่ม ๘ – หน้าที่ 902 (เล่ม 10)

ยกวัตรตรัสไว้มีเท่าไร ความประพฤติชอบมี
เท่าไร
ตอบว่า ภิกษุเห็นอานิสงส์ ๘ อย่าง
จึงแสดงเพราะเชื่อผู้อื่น ภิกษุผู้ถูกยกวัตร
ตรัสไว้ มี ๓ พวก ความประพฤติชอบมี
๔๓ ข้อ.
มุสาวาทเป็นต้น
[๑,๒๖๘] ถามว่า มุสาวาทถึงฐานะ
เท่าไร ที่ตรัสว่าอย่างยิ่งมีเท่าไร ปาฏิเทสนียะ
มีกี่สิกขาบท การแสดงโทษของบุคคลกี่
จำพวก
ตอบว่า มุสาวาทถึงฐานะ ที่ตรัส
ว่าอย่างยิ่ง มี ๑๔ สิกขาบท ปาฏิเทสนียะมี
๒ สิกขาบท การแสดงโทษของบุคคล ๔
จำพวก.
องค์ของมุสาวาทเป็นต้น
[๑,๒๖๙] ถามว่า มุสาวาทมีองค์
เท่าไร องค์อุโบสถมีเท่าไร องค์ของผู้ควร
เป็นทูต มีเท่าไร ติตถิยวัตร มีเท่าไร

902
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก ปริวาร เล่ม ๘ – หน้าที่ 903 (เล่ม 10)

ตอบว่า มุสาวาทมีองค์ ๘ องค์
อุโบสถมี ๘ องค์ของผู้ควรเป็นทูตมี ๘ ติตถิ-
ยวัตรมี ๘.
อุปสัมปทาเป็นต้น
[๑,๒๗๐] ถามว่า อุปสัมปทามีวาจา
เท่าไร ภิกษุณีพึงลุกรับภิกษุณีกี่พวก พึงให้
อาสนะแก่ภิกษุณีกี่พวก ภิกษุผู้สั่งสอนภิกษุ-
ณีต้องประกอบด้วยคุณสมบัติเท่าไร
ตอบว่า อุปสัมปทามีวาจา ๘ ภิกษุณี
พึงลุกรับ ภิกษุณี ๘ พวก พึงให้อาสนะแก่
ภิกษุณี ๘ พวก ภิกษุผู้สั่งสอนภิกษุณี ต้อง
ประกอบด้วยคุณสมบัติ ๘.
ความขาดเป็นต้น
[๑,๒๗๑] ถามว่า ความขาดมีแก่คน
เท่าไร อาบัติถุลลัจจัยมีแก่คนเท่าไร บุคคล
เท่าไรไม่ต้องอาบัติ อาบัติและอนาบัติของ
คนทั้งหมดมีวัตถุอย่างเดียวกัน หรือ
ตอบว่า ความขาดมีแก่คนผู้เดียว
อาบัติถุลลัจจัยนี้แก่คน ๔ พวก บุคคล ๔

903
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก ปริวาร เล่ม ๘ – หน้าที่ 904 (เล่ม 10)

พวกไม่ต้องอาบัติ อาบัติและอนาบัติของคน
ทั้งหมดมีวัตถุอย่างเดียวกัน.
กรรมเนื่องด้วยญัตติเป็นต้น
[๑,๒๗๒] ถามว่า อาฆาตวัตถุมีเท่าไร
สงฆ์แตกกัน ด้วยเหตุเท่าไร อาบัติชื่อ
ปฐมาปัตติกาในศาสนานี้มีเท่าไร ทำด้วย
ญัตติมีเท่าไร
ตอบว่า อาฆาตวัตถุมี ๙ สงฆ์แตก
กันด้วยเหตุ ๙ อย่าง อาบัติชื่อปฐมาปัตติกา
ในศาสนานี้มี ๙ อย่าง ทำด้วยญัตติมี ๙.
บุคคลไม่ควรกราบไหว้เป็นต้น
[๑,๒๗๓] ถามว่า บุคคลเท่าไร อัน
ภิกษุณีไม่พึงทราบไหว้ และไม่พึงทำอัญชลี
กรรม และสามีจิกรรม เพราะทำแก่บุคคล
เท่าไร ต้องอาบัติทุกกฏ ทรงจีวร มีกำหนด
เท่าไร
ตอบว่า บุคคล ๑๐ พวก อันภิกษุ
ไม่พึงกราบไหว้ ไม่พึงทำอัญชลีกรรม และ
สามีจิกรรม เพราะทำแก่บุคคล ๑๐ พวกต้อง
อาบัติทุกกฏ ทรงจีวรมีกำหนด ๑๐ วัน.

904